|
|
| หัวข้อ : สรุปวิชาตั๋วเงินครั้งที่ 6,7,8 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65 |
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ |
|
|
|
|
|
มาตรา 905 วรรค 1 “ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 1008 บุคคลผู้ได้ตั๋วเงินไว้ในครอบครอง ถ้าแสดงให้ปรากฏสิทธิด้วยการสลักหลังไม่ขาดสาย แม้ถึงว่าการสลักหลังรายที่สุดจะเป็นสลักหลังลอยก็ตาม ท่านให้ถือว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อใดรายการสลักหลังลอยมีสลักหลังรายอื่นตามหลังไปอีกท่านให้ถือว่าบุคคลผู้ที่ลงลายมือชื่อในการสลักหลังรายที่สุดนั้น เป็นผู้ได้ไปซึ่งตั๋วเงินด้วยการสลักหลังลอย อนึ่งคำสลักหลังเมื่อขีดฆ่าเสียแล้ว ท่านให้ถือเสมือนว่ามิได้มีเลย”
เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการพิสูจน์ความเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายในกรณีที่เป็นผู้ทรงโดยการรับสลักหลัง
- มาตรา 905 เป็นเรื่องลายมือชื่อที่ลงในตั๋วเงิน เป็นลายมือชื่อที่แท้จริง หรือลายมือชื่อที่ลงไว้โดยมีอำนาจ ถ้ามีลายมือชื่อปลอมในตั๋วเงิน การสลักหลังย่อมขาดสาย ให้บังคับตามมาตรา 1008
- บุคคลที่เป็นผู้ทรงซึ่งรับโอนตั๋วเงินมา จะเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องแสดงให้เห็นว่าตั๋วเงินนั้นมีการสลักหลังไม่ขาดสาย กล่าวคือ มีการโอนต่อๆกันมาเป็นทอดๆ จากผู้ทรงคนก่อนเป็นลำดับมาจนถึงผู้ทรงคนปัจจุบัน
- บุคคลที่เป็นผู้ทรงในฐานะเป็นผู้รับสลักหลัง จะได้รับโอนมาจากการสลักหลังเฉพาะ หรือสลักหลังลอย ก็เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายเสมือนกัน
เพิ่มเติม การสลักหลังลอย คือการที่ผู้สลักหลังลงลายมือชื่อที่ด้านหลังตั๋วเงินโดยไม่มีข้อความใดๆ และทำได้เฉพาะตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงินเท่านั้น
- กรณีมีการลงลายมือชื่อถัดจากการสลักหลังลอยตามหลังไปอีก กฎหมายให้ถือว่า บุคคลผู้ลงลายมือชื่อเป็นคนแรกที่ถัดจากการสลักหลังลอย เป็นผู้ได้ไปซึ่งตั๋วเงินด้วยการสลักหลังลอยโดยตรง
-กรณีการขีดฆ่าคำสลักหลัง ตั๋วเงินนั้นต้องยังอยู่ในความครอบครองของผู้สลักหลังคนนั้น ผู้สลักหลังจึงจะมีสิทธิขีดฆ่าคำสลักหลังได้ เมื่อขีดฆ่าแล้วให้ถือว่ายังมิได้มีการโอนตั๋วเงินฉบับนั้นเลย
คำพิพากษาที่น่าสนใจ
ฎีกาที่ 7854/2542 ,15/2537, 2232/2533
มาตรา 905 วรรค 2, 3 “ถ้าบุคคลผู้หนึ่งผู้ใดต้องปราศจากตั๋วเงินไปจากครอบครอง ท่านว่าผู้ทรงซึ่งแสดงให้ปรากฏสิทธิของตนในตั๋วตามวิธีการดังกล่าวมาในวรรคก่อนนั้นหาจำต้องสละตั๋วเงินไม่ เว้นแต่จะได้มาโดยทุจริต หรือได้มาด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
อนึ่งข้อความในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับตลอดถึงผู้ทรงตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือด้วย”
บุคคลที่รับโอนตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงิน หรือตั๋วชนิดผู้ถือ ถ้าได้รับโอนมาโดยสุจริต ไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ถึงแม้ว่าบุคคลที่โอนตั๋วเงินจะไม่มีสิทธิหรือสิทธิของผู้โอนบกพร่อง ผู้ทรงที่รับโอนมาโดยสุจริตมีสิทธิที่จะไม่สละตั๋วเงินคืนให้แก่บุคคลใด
ข้อสังเกต ถ้าเป็นตั๋วชนิดผู้ถือ ให้อ้าง มาตรา 905 วรรค 3 ด้วย
มาตรา 911 “ผู้สั่งจ่ายจะเขียนข้อความกำหนดลงไว้ว่าจำนวนเงินอันจะพึงใช้นั้นให้คิดดอกเบี้ยก็ได้ และในกรณีเช่นนั้น ถ้ามิได้กล่าวลงไว้เป็นอย่างอื่น ท่านว่าดอกเบี้ยย่อมคิดแต่วันที่ลงในตั๋วเงิน”
กรณีตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน(มาตรา985) กฎหมายบัญญัติอนุญาตให้ผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วสามารถเขียนข้อกำหนดเกี่ยวกับดอกเบี้ยลงในตั๋วได้
ข้อสังเกต
- การคิดดอกเบี้ยลงในตั๋วเงินกรณีตั๋วแลกเงิน(มาตรา911) ตั๋วสัญญาใช้เงิน(มาตรา911+985) กฎหมายบัญญัติให้สามารถเขียนลงได้และมีผลตาม มาตรา899 สำหรับกรณีตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน แต่กรณีเช็คไม่สามารถกำหนดให้มีการเขียนดอกเบี้ยลงในเช็คได้ เขียนไปก็ไม่มีผล
- กรณีผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงิน ผู้ออกตั๋วในตั๋วสัญญาใช้เงิน ตกลงดอกเบี้ยด้วยวาจาหรือแยกเขียนไว้ในเอกสารอื่น โดยมิได้ระบุในตั๋วเงินก็ไม่สามารถคิดดอกเบี้ยได้ แม้จะนำสืบพยานบุคคลว่ามีการตกลงดอกเบี้ย ก็ไม่ได้
ฎีกา 335/2509“ข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ยตามที่โจทก์นำสืบมิได้ระบุไว้ในตั๋วแลกเงิน ฉะนั้น แม้โจทก์มีพยานบุคคลมาสืบได้ความว่าจำเลยตกลงยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ร้อยละ 15 ต่อปี หามีบทบังคับให้จำเลยต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราตาที่โจทก์นำสืบหาไม่ กรณีต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 968(2) ที่บัญญัติให้ผู้ทรงตั๋วแลกเงินมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราเพียงร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ตั๋วแลกเงินถึงกำหนดเท่านั้น”
- กรณีดอกเบี้ยที่ลงไว้ในตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน มิได้ระบุว่าให้เริ่มคิดดอกเบี้ยจากวันไหน กฎหมายก็บัญญัติให้เริ่มคิดวันที่ออกตั๋วเงิน แต่ถ้าในตั๋วเงินระบุไว้ ก็ให้เป็นไปตามที่ระบุการเรียกดอกเบี้ยดังกล่าวก็สามารถเกินอัตรา ร้อยละ 15 ต่อปีได้ เนื่องจากตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินไม่ใช่สัญญากู้ยืมเงิน สามารถตกลงได้ตามมาตรา 911
ฎีกา 1783/2551 “การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และผู้ออกคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 16 ต่อปี เป็นการตกลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 911, 968 (1) ประกอบด้วยมาตรา 985 ซึ่งกฎหมาย มิได้วางข้อจำกัดอันใดไว้จึงแล้วแต่คู่กรณีจะตกลงกัน จึงมิใช่การให้กู้ยืมเงินตาม ความหมายของ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ การที่ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ใน ตั๋วสัญญาใช้เงินอัตราร้อยละ 16 ต่อปี ก็มิใช่กรณีเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราอันจะเป็น ความผิดตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ทั้งไม่ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 654 ตั๋วสัญญา ใช้เงินและดอกเบี้ยตามตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องจึงไม่เป็นโมฆะ”
- กรณีตั๋วแลกเงิน หรือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ไม่กำหนดดอกเบี้ยไว้จะคิดได้แต่ดอกเบี้ยผิดนัดเท่านั้น (มาตรา968(2)) คือดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
ฎีกา 7336/2540“เมื่อจำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 ต้องรับผิดชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาทให้แก่โจทก์ นับตั้งแต่วันฟ้อง ซึ่งถือเป็นวันที่โจทก์ใช้สิทธิไล่เบี้ย ดังนั้น จำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 จึง ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในส่วนของดอกเบี้ยก่อนวันฟ้อง และเนื่องจากตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาท มิได้ระบุเรื่องดอกเบี้ยไว้ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเรียกเอาดอกเบี้ยจากจำเลยร่วมที่ 1 และ ที่ 2 เพียงในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 968 (2) ประกอบ มาตรา 985 เท่านั้น”
ฎีกา 312/2531“ตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งมิได้ระบุเรื่องดอกเบี้ยไว้ เมื่อถึงกำหนดชำระผู้ทรงมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกเอาดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละห้าต่อปี นับแต่วันที่ตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดชำระจากบรรดาผู้สลักหลัง ผู้สั่งจ่ายและบุคคลอื่น ๆ ซึ่งต้องรับผิดตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ผู้ทรงก็ย่อมมีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยได้ในอัตราเพียงร้อยละห้าต่อปีจากผู้รับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งต้องร่วมกันรับผิดกับบุคคลดังกล่าว.”
- ถ้ามีข้อกำหนดเรื่องดอกเบี้ย เมื่อถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระเงินตามตั๋ว ผู้ทรงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามอัตราในตั๋วต่อไปจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ (มาตรา 7, 224, 968(1)) แต่ ถ้าดอกเบี้ยตามมาตรา 911 ที่ได้ตกลงกันไว้ในตั๋วเงินต่ำกว่าดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดตามมาตรา 968(2) กล่าวคือต่ำกว่าร้อยละ 5 เมื่อถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระเงินตามตั๋วมี ผู้ทรงสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ตามมาตรา 968(2)ได้
ฎีกา 64/2537 “โจทก์ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจเงินทุน ในระหว่างที่จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์โดยออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์มีสิทธิเรียกจากลูกค้าได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ18.5 ต่อปี ตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยออกให้แก่โจทก์สองฉบับมีข้อกำหนดให้คิดดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละ18 และ 18.5 ต่อปีตามลำดับ และมิได้ระบุไว้ว่าให้คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันใด จึงต้องคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ระบุไว้ในตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับดังกล่าวนับแต่วันที่ลงในตั๋วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 911,968,695เมื่อได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวและครบกำหนดใช้เงินจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์ผู้ทรงจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวจากต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินต่อไปจนกว่าจะชำระเสร็จตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคแรก”
การโอนตั๋วเงิน
ตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงิน (มาตรา917 วรรค 1, 919, 920)
- ตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงิน คือ ตั๋วที่ผู้สั่งจ่ายเขียนระบุชื่อผู้รับเงินตามตั๋วไว้ แต่ในตั๋วแลกเงินและเช็คจะต้องมีการขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ออก
- วิธีการโอนตั๋วระบุชื่อผู้รับเงิน โอนให้กันได้ด้วยการสลักหลังและส่งมอบ (มาตรา 917)ผู้ที่จะสลักหลังได้ ต้องมีฐานะเป็นผู้ทรง พอเมื่อผู้ทรงได้ทำการสลักหลังแล้ว ฐานะจะเปลี่ยนไปเป็นผู้สลักหลัง (ลูกหนี้)
- วิธีการสลักหลัง (มาตรา 919) มี 2 แบบ
การสลักหลังเฉพาะ การสลักหลังที่ผู้สลักหลังลงลายมือชื่อไว้ที่ด้านหน้าหรือด้านหลังของตัวเงิน โดยระบุชื่อผู้รับประโยชน์
การสลักหลังลอย การสลักหลังที่ผู้สลักหลังลงลายมือชื่อไว้ที่ด้านหลังของตั๋วเงินโดยมิได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์
ระวัง ถ้าสลักหลังไว้ด้านหน้าโดยไม่ได้เขียนข้อความใดไว้ เพียงแต่ลงลายมือชื่อ จะกลายเป็นผู้รับอาวัลผู้สั่งจ่าย (มาตรา939 วรรค3)
บุคคลผู้ที่รับโอนตั๋วเงินมา ไม่ว่าจะเป็นการสลักหลังเฉพาะหรือสลักหลังลอยก็เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย
บุคคลผู้ที่ได้รับโอนตั๋วเงินมาจากการสลักหลังลอย จะโอนตั๋วเงินต่อไปได้ มาตรา 920 วรรค 2 โดย
1. เขียนชื่อของตนเองหรือบุคคลอื่น
2. สลักหลังลอยต่อไปอีกก็ได้ หรือสลักหลังให้แก่บุคคลอื่นต่อไปก็ได้
3. โอนตั๋วต่อไปโดยไม่กรอกความลงและไม่สลักหลังอย่างใด
กรณีตาม1, 3 ผู้โอนตั๋วเงินจากการสลักหลังลอยไม่มีความรับผิดในเรื่องตั๋วเงิน เนื่องจากไม่ได้ลงลายมือชื่อในตั๋วแต่ตาม 2ผู้โอนต้องมีความรับผิดตามตั๋วเงิน
การสลักหลังตั๋วเงิน
สิ่งที่กฎหมายได้บัญญัติห้ามมิให้กระทำในการสลักหลังโอนตั๋ว
- การสลักหลังต้องปราศจาเงื่อนไข (มาตรา 922) ผู้สลักหลังจะวางเงื่อนไข เกี่ยวกับเรื่องการโอนว่าให้การโอนมีผลต่อเมื่อมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในอนาคต เกิดขึ้นก่อนจึงจะถือเป็นการโอน ให้ถือว่าขอเงื่อนไขนั้นมิได้เขียนลงไว้เลย แต่ถ้ามีการสลักหลังโอนแต่บางส่วน การสลักหลังเป็นโมฆะ
- ตั๋วที่มีคำว่าเปลี่ยนมือไม่ได้ (มาตรา 917 วรรค 2) บุคคลที่จะห้ามมิให้มีการสลักหลังและส่งมอบตั๋วเงินต่อไปได้ คือ บุคคลผู้ให้กำเนิดตั๋วเงิน (ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงิน ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ผู้สั่งจ่ายเช็ค)
ข้อสังเกต
1. ตั๋วที่จะเปลี่ยนมือไม่ได้ จะต้องเป็นตั๋วชนิดระบุชื่อผู้รับเงินเท่านั้น
2. มาตรา 917 วรรค 2 ใช้กับตั๋วสัญญาใช้เงิน(มาตรา985)เช็ค (มาตรา989)
3. คำว่า “เปลี่ยนมือไม่ได้” ต้องเขียนที่ด้านหน้าของตั๋ว ถ้าเขียนด้านหลังอาจไม่มีผล(มาตรา 899)
4. ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้คำว่า“เปลี่ยนมือไม่ได้” กฎหมายก็อนุโลมให้ใช้คำอื่นได้ อันได้ความเป็นทำนองเดียวกัน
- A/C PAYEEONLE, PAYEEONLY (ฎีกาที่ 2742/2525)เฉพาะบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น
- ถ้าลงคำว่า “เฉพาะ” อย่างเดียวไม่ถือว่าเป็นความทำนองเดียวกันกับคำว่า“เปลี่ยนมือไม่ได้” (ฎีกาที่ 4975/2533)
-กรณีผู้สั่งจ่ายตั๋วเงินมีข้อกำหนดว่า“เปลี่ยนมือไม่ได้” แต่ผู้รับเงินฝ่าฝืนคำสั่ง โอนตั๋วไปด้วยวิธีสลักหลังและส่งมอบ จึงเป็นการโอนที่ไม่ชอบ ผู้รับโอนตั๋วเงินจึงไม่ใช่ผู้ทรง ไม่มีสิทธิฟ้องให้ผู้สั่งจ่ายให้ใช้เงินตามตั๋วเงิน แต่ผู้รับเงินทำการสลักหลังโดยฝ่าฝืนคำสั่งรับผิดตามตั๋วเงินผู้เดียว(ฎีกาที่ 2742/2525)
- กรณีเช็คระบุชื่อผู้รับเงิน ที่ไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า“หรือผู้ถือ”ออก ถือว่าเป็นเช็คผู้ถือ แต่ถ้ามีการเขียนข้อความลงด้านหน้าว่า “ห้ามเปลี่ยนมือ” ถือว่าเป็นเช็คเปลี่ยนมือไม่ได้ ไม่ถือว่าเป็นเช็คผู้ถือ (ฎีกา2055/2536)
- ตั๋วเงินที่ผู้สั่งจ่ายเขียนลงในด้านหน้าแห่งตั๋วว่า “เปลี่ยนมือไม่ได้” ถ้าผู้รับเงินตามตั๋วประสงค์จะโอนต่อไปจะใช้วิธีการโอนอย่างตั๋วเงิน สลักหลังและส่งมอบไม่ได้ ถ้าต้องการโอนต้องปฏิบัติแบบการโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้สามัญทั่วไป (มาตรา 306)โดยการทำบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือระหว่างผู้โอนและผู้รับโอน และบอกกล่าวแจ้งการโอนไปให้ผู้ออกตั๋วทราบ หรืออาจจะให้ผู้ออกตั๋วมาให้ความยินยอมในการโอน(ฎีกาที่ 3292/2536)
- กรณีเช็คขีดคร่อม (มาตรา 994) คือ ธนาคารผู้ใช้เงินตามเช็คจะใช้เงินให้แก่ผู้ทรงเป็นเงินสดไม่ได้ จะต้องใช้เงินตามเช็คผ่านบัญชีธนาคารด้วยกันเท่านั้น เช็คขีดคร่อมจึงสามารถโอนกันได้ตามปกติ เช็คผู้ถือที่มีการขีดคร่อม โอนด้วยการส่งมอบ เช็คระบุชื่อผู้รับเงินที่มีการขีดคร่อม โอนด้วยการสลักหลังและส่งมอบ ถ้าเช็คระบุชื่อผู้รับเงินที่มีการขีดคร่อม และมีคำว่า “เปลี่ยนมือไม่ได้” กรณีนี้โอนไม่ได้ตาม มาตรา 917 วรรค 2
เรียบเรียงโดย ทีมงาน LawDD
|
สรุปวิชาตั๋วเงินครั้งที่ 6,7,8 เนติบัณฑิตสมัยที่ 65 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม
จำนวนผู้ชม : 2833 ครั้ง
ลงวันที่ 24/05/2013 10:05:12

|
ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|