ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องโจทก์ เพราะโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด โจทก์มีทางเลือกดำเนินการต่อได้ 2 ทางเลือก คือ
(1) ทางเลือกที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องต่อศาลอุทธรณ์ทันทีภายในบังคับมาตรา 198 คือ ภายในกำหนด 1 เดือนว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องตามมาตรา 166 วรรคแรก ไม่ชอบเพราะเหตุใด ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
ฎีกา 1194/2510
ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ข...าดนัดแล้วพิพากษายกฟ้อง เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ภายในกำหนดตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 แต่กลับยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วไม่อนุญาต โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ โจทก์จะฎีกาอ้างว่าที่ศาลพิพากษาว่าโจทก์ขาดนัดนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 หาได้ไม่ เพราะคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ว่าโจทก์ขาดนัดชอบหรือไม่เป็นอันยุติแล้ว
ฎีกา 2109/2529
เมื่อโจทก์ประสงค์ให้ศาลชั้นต้นยกคดีของโจทก์ซึ่งถูกยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา166วรรคหนึ่งขึ้นไต่สวนมูลฟ้องใหม่โจทก์จำต้องปฏิบัติตามมาตรา166วรรคสองเสียก่อนโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลชั้นต้นเพื่อศาลจะได้ไต่สวนคำร้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนว่ามีเหตุสมควรที่โจทก์มาศาลไม่ได้ตามกำหนดนัดดังที่กล่าวอ้างหรือไม่แล้วจึงจะพิจารณาสั่งได้โดยถูกต้องการที่โจทก์กลับยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวอ้างของโจทก์ดังกล่าวเป็นความจริงเพียงใดหรือไม่ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่อาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ได้เพราะไม่มีข้อเท็จจริงที่จะวินิจฉัยให้ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์ของโจทก์โดยวินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นการปฏิบัติข้ามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้จึงชอบแล้ว.
จากคำพิพากษาฎีกาทั้งสองเรื่องแสดงว่าคำสั่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคแรก อุทธรณ์ได้ ภายใต้มาตรา 198 และเมื่อไม่ได้อุทธรณ์ภายในระยะเวลาตามมาตรา 198 คำสั่งของศาลชั้นต้นถึงที่สุดยุติแล้วย่อมเป็นการแสดงว่า โจทก์มีทางเลือกดำเนินการได้โดยการอุทธรณ์คำพิพากษาที่ยกฟ้องทันที
ผลของการยกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคแรก และทำให้โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ได้ทันที แต่หากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ทันที ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกานี้
ฎีกา 1751/2548
ป.วิ.อ. มาตรา 220 ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มาศาลตามมาตรา 166 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
(2) ทางเลือกที่ 2 โจทก์ต้องมาร้องภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลยกฟ้องโดยแสดงให้ศาลเห็นได้ว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ ตามมาตรา 166 วรรคสอง ซึ่งหากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตโจทก์สามารถอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตนี้ได้อีกและเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนซึ่งมีผลเท่ากับศาลชั้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องแต่คดีก็ไม่ห้ามฎีกา ตามมาตรา 220 ให้พิจารณาศึกษาจากฎีกาต่อไปนี้
ฎีกา 9280/2551
โจทก์ขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ไม่ใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่อยู่ในบังคับ ป.วิ.อ. มาตรา 220
ศาลสั่งให้คู่ความกำหนดวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์และนัดสืบพยานจำเลยที่ศูนย์นัดความและคู่ความได้ตกลงกำหนดวันนัดที่ศูนย์นัดความ ถือได้ว่าการกระทำของคู่ความที่ตกลงกำหนดวันนัดที่ศูนย์นัดความเป็นการกระทำตามคำสั่งศาลและเป็นการกำหนดวันนัดต่อศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย
|