หัวข้อ : ความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ




ความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 บัญญัติว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท”
กรณีจะเป็นความผิดตามมาตรา 147 ต้องเป็นเจ้าพนักงาน
ข้อสังเกต ลูกจ้...างของหน่วยงานราชการมิใช่เจ้าพนักงาน เมื่อเอาทรัพย์ไป เป็นความผิดตามมาตรา 335(11)
ข้อสังเกต หากไม่ใช่เจ้าพนักงาน ครอบครองทรัพย์ผู้อื่นแล้วเบียดบังเป็นของตัวเอง พิจารณาตามมาตรา 352
ซึ่งมาตรา 352 บัญญัติว่า “ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษ...
ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดเพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง”
คำถาม นาย A เป็นผู้คุมเรือนจำมีหน้าที่ควบคุมดูแลนักโทษ และยังมีหน้าที่ขับรถยนต์ของเรือนจำด้วย นาย A ถือโอกาสเอาน้ำมันในรถไปขาย นาย A มีความผิดฐานใด
ตอบ นาย A มีความผิดตามมาตรา 147 เพราะเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ขับรถยนต์ของเรือนจำ ซึ่งหมายความถึงหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์ ตลอดถึงน้ำมันรถยนต์ด้วย การเอาน้ำมันในรถยนต์ไป จังเป็นการเบียดบังเป็นของตนเองโดยทุจริต (ฎ. 1092/2505)
และการกระทำของนาย A มีความผิดฐานลักทรัพย์ ตามมาตรา 334
คำถาม ในกรณีที่เจ้าพนักงานเรียกค่าธรรมเนียมเกินกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนด แล้วเอาส่วนที่เกินไว้ การที่เจ้าพนักงานเอาส่วนที่เกินไว้จะเป็นความผิดตามมาตรา 147 หรือไม่
ตอบ เงินส่วนเกินไม่ใช่เงินของทางรัฐบาล จึงไม่ใช่ทรัพย์ตามมาตรา 147 ดังนั้นการที่จำเลยเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปไม่มีความผิดตามมาตรา 147
คำพิพากษาฎีกา 1272/2506
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอที่มีหน้าที่รับเรื่องราวจดทะเบียนทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินของราษฎร ได้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินจากผู้ขายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและยึดเอาส่วนเกินไว้ เงินส่วนเกินไม่ใช่เงินของทางรัฐบาล จึงไม่ใช่ทรัพย์ตามมาตรา 147 ดังนั้นจำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 147
ข้อสังเกต ในกรณีที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานรับเงินค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนดแล้วเบียดบังเอาเงินค่าธรรมเนียมนั้นไป เป็นความผิดตามมาตรา 147 (ฎ.3224-3225/2527)
ข้อสังเกต เงินค่าบริการไม่ใช่เงินตามมาตรา 147 จำเลยเบียดบังเอาไปเป็นของตัวเองไม่มีความผิดตามมาตรา 147
คำพิพากษาฎีกาที่ 3410/2525
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับจดและต่อทะเบียนยานพาหนะเก็บรักษาเงินค่าภาษียานพาหนะและค่าแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนยานพาหนะ ได้รับเงินที่ผู้มาต่อทะเบียนมอบให้ด้วยความสมัครใจเป็นค่าบริการ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เพราะเงินดังกล่าวใช้เป็นทรัพย์ที่จำเลยมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษา ทั้งไม่ใช่เป็นเงินของทางราชการหรือของรัฐบาลด้วย

คำถาม นาย A เป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์และได้รับคำสั่งมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ไปรับเงินจากศาลมามอบให้เทศบาล เมื่อนาย A รับเงินแล้วนาย A เอาเงินมาเป็นของตนเสีย ให้วินิจฉัยว่า นาย A มีความผิดฐานใด
ก. นาย A มีความผิดฐานยักยอก
ข. นาย A มีความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์
ค. นาย A ไม่มีความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์เพราะนาย A ไม่ใช่เจ้าพนักงาน
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และข้อ ค.
เฉลย ข.
เหตุผล
คำพิพากษาฎีกาที่ 1292/2536
จำเลยเป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์และได้รับคำสั่งมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ไปรับเงินจากศาลมามอบให้เทศบาล แม้จะไม่ใช่หน้าที่ตามตำแหน่งของจำเลยโดยตรง แต่เมื่อจำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการแล้ว จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเงินที่ได้รับมอบหมายนั้น เมื่อจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่จัดการเป็นของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147

คำถาม ในกรณีได้รับมอบหมายให้รักษาเงินสวัสดิการของข้าราชการที่ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดไว้ มิได้มุ่งหมายใช้จ่ายในราชการ แต่เป็นการใช้จ่ายช่วยเหลือราชการเป็นการส่วนตัว หากยักยอกเงินไปจะเป็นความผิดตามมาตรา 147 หรือไม่
ตอบ ไม่เป็นความผิดเพราะมิใช่เจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามตำแหน่งหน้าที่ เมื่อผู้รักษาเงินสวัสดิการดังกล่าวยักยอกเงินนั้นก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147
แต่เป็นความผิดตามมาตรา 352 (ฎ. 3031/2517)
ในกรณีเจ้าพนักงานตำรวจเอาปืนไปจำนำชั่วคราวโดยมีเจตนาไถ่คืนออกมา ไม่มีลักษณะเป็นการตัดกรรมสิทธ์ไม่เป็นการเบียดบัง ดังนั้นจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147 (ฎ. 1376/2482)
คำถาม ในกรณีที่จำเลยเบียดบังไปเป็นของตนเองแล้ว ภายหลังเอาคืน การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดหรือไม่
ตอบ เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จไปแล้ว การที่จำเลยเอาไปคืนก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยที่เป็นความผิดแล้ว กลับไม่เป็นความผิดแต่อย่างใด (ฎ. 948/2534)
ในกรณีดังต่อไปนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นความผิดตามมาตรา 147
1. ในกรณีพัสดีเรือนจำชั่วคราวมีหน้าที่ควบคุมการเลี้ยงสุกรเมื่อจำหน่ายสุกรได้ต้องส่งเงินรายได้ต่อเรือนจำจังหวัด แต่กลับเบียดบังเอาเงินค่าขายสุกรไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียดังนี้
ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 แม้ผู้บัญชาการเรือนจำจะอนุญาตให้จำเลยผัดใช้เงินก็มิทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ (ฎ. 37/2504)
2. ในกรณีที่จำเลยเป็นปลัดอำเภอทำหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนส่งเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาสั่งอนุญาตแล้วจึงเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ร้องขออนุญาตนั้น
หากรับคำขอจดทะเบียนและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมไว้แล้วเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมทั้งหมดเสีย และทำให้คำขอจดทะเบียนสูญหายไปบ้างบางส่วนนั้น จำเลยย่อมมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หาผิดตามมาตรา 151,154,157,158,352 ด้วยไม่ (ฎ. 1184/2505)
ข้อสังเกต การที่จำเลยมีหน้าที่รับเงินจากลูกจ้างชั่วคราวที่ทำหน้าที่รับเงินภาษีบำรุงท้องที่ที่หมวดการคลัง เมื่อรับเงินแล้วก็ต้องมีหน้าที่ลงบัญชีด้วย เมื่อปรากฏว่ารับเงินแล้ว ได้เบียดบังเป็นของตน โดยไม่ได้ลงบัญชีไว้ ถือได้ว่าจำเลยมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 แล้ว จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา 147 (ฎ. 958/2534)
ข้อสังเกต มาตรา 147 ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับมาตรา 151
ซึ่งมาตรา 147 เป็นเรื่องเบียดบังตัวทรัพย์ที่อยู่ในหน้าที่ หรือเอาทรัพย์นั้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว
ส่วนมาตรา 151 เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดมิได้เอาทรัพย์ที่อยู่ในหน้าที่ไว้เป็นประโยชน์หรือเอาทรัพย์นั้นเสีย หากอาศัยตำแหน่งหน้าที่ที่ตนมีเกี่ยวกับทรัพย์อันใดอันหนึ่งหาประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการเอาทรัพย์นั้นไว้ (ฎ. 605/2511)
ข้อสังเกต มาตรา 151 เปรียบเทียบได้กับเรื่องการจัดการทรัพย์สินของผู้อื่นให้เสียหายตามมาตรา 353
คำถาม นาย A เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ทางราชการ ซื้อเครื่องที่ด้อยคุณภาพให้แก่ทางราชการ ให้วินิจฉัยว่านาย A มีความรับผิดทางอาญาฐานใด
ตอบ มีความผิดตามมาตรา 151
คำถาม ในกรณีที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตำแหน่งพนักงานห้ามล้อได้นำตั๋วค่าธรรมเนียมรถเร็วที่จำเลยขายแล้วซึ่งถูกขูดลบถอนแก้เครื่องหมายแสดงว่าใช้ไม่ได้แล้วเพื่อให้ใช้ได้อีกมาขายให้แก่ผู้โดยสารรถไฟ จำเลยมีความรับผิดทางอาญาฐานใด
ตอบ การกระทำของจำเลยเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยทุจริตและเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมที่จำเลยจำหน่ายตามหน้าที่เป็นของจำเลย จึงเป็นความผิดตามมาตรา 147 และ 151 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 45/2505) (ฎ. 496/2506)
ในกรณีที่จำเลยรับราชการเป็นนายช่างโยธา 5 ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยจราจรสงเคราะห์ประจำเขตการทางสงขลา กรมทางหลวง ในการปฏิบัติหน้าที่จำเลยมีอำนาจสั่งอนุญาตให้เบิกจ่ายน้ำมันและอนุญาตให้ใช้รถยนต์ในเขตการทางสงขลาด้วย
การที่จำเลยได้สั่งให้ใช้รถของราชการและสั่งอนุญาตให้เบิกจ่ายน้ำมันของราชการสำหรับรถดังกล่าวขนเสาซีเมนต์ป้ายจราจรจากแขวงการทางสงขลาไปยังจุดติดตั้งในกิจการส่วนตัว
จึงเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่กรมทางหลวง ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (ฎ. 4828/2533)
คำถามเสริมความเข้าใจ
คำถาม นายเด่น นายกเทศมนตรี มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการบริหารราชการทั้งปวงภายในเขตเทศบาลได้ประกาศเรียกประกวดราคาจ้างถมดินอ่างเก็บน้ำ ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถมชนะการประกวดราคาในราคาต่ำสุดและเป็นราคาต่ำกว่าราคากลางที่ทางราชการกำหนดไว้ นายเด่นจึงลงนามในสัญญาจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดชำนาญถมเป็นผู้รับจ้างและได้ออกคำสั่งแต่งตั้งนายดวงซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัสดุมีหน้าที่ดูแลรักษาและสั่งอนุญาตใช้รถยนต์ของเทศบาล เป็นกรรมการตรวจรับงานจ้างถมดินอ่างเก็บน้ำ
นายดวงได้โอกาสจึงเข้าเป็นผู้รับเหมางานช่วงจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถม โดยนำรถยนต์บรรทุกของทางราชการไปใช้ขนดินให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดชำนาญถมจนเสร็จตามสัญญา ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายเด่นและนายดวงเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดชำนาญถม ให้วินิจฉัยว่า นายเด่นและนายดวงมีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานใดหรือไม่
ธงคำตอบ นายเด่นเป็นนายกเทศมนตรีและเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดได้เข้าทำสัญญาจ้างถมดินกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถม ในราคาต่ำกว่าราคาที่ทางราชการกำหนดไว้ นายเด่นจึงไม่ได้เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2535)
นายดวง เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลรักษาและอนุญาตใช้รถยนต์ของทางราชการและเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถม ได้ใช้รถบรรทุกของทางราชการในกิจการส่วนตัวของนายดวง จึงเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่เทศบาล เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4828/2533)
นายดวงเป็นเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับงานจ้างถมดิน จึงมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการการถมดินตามสัญญาจ้างถมดิน เข้าเป็นผู้รับเหมาช่วง เป็นการเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7776/2540)




ความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 14961 ครั้ง
ลงวันที่ 25/01/2014 00:08:58


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน