หัวข้อ : บทตัดพยานกรณีที่ 1 ถ้อยคำที่เป็นคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ




บทตัดพยานกรณีที่ 1 ถ้อยคำที่เป็นคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด
มาตรา 84 วรรคท้ายบัญญัติ “ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานโดยเด็ดขาด ดังนี้ การวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาล ศาลไม่อาจหยิบยกคำรับสารภาพในชั้นจับกุมว่าจำเลยได้กระทำผิดมาประกอบพยานหลักฐานอื่นเพื่อลงโทษจำเลยได้อีกต่อไป”
ประเด็นที่สำคัญ
คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนด้วยถือว่าเป็นพยานบอกเล่าตามมาตรา 226/3
โดยหลัก ห้ามศาลสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานเ...ว้นแต่เข้าข้อยกเว้น
ถ้อยคำที่มิใช่คำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด ศาลจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อ มีการแจ้งสิทธิตามมาตรา 84 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา 83 วรรคสอง
กล่าวคือ ต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิจะไม่ให้การ หรือให้การก็ได้ และถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้การอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาได้ ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ...
ข้อสังเกต คำว่าถ้อยคำอื่น เช่น รับว่าอาวุธของกลางเป็นของตน หลังเกิดเหตุว่าตนนำไปซุกซ่อนไว้ที่ใด หรือตนได้มาที่เกิดเหตุเพราะเหตุใด หรือคำให้การซักทอด หรือคำให้การภาคเสธ เป็นต้น

คำถาม ข้อใดต่อไปนี้ เป็นถ้อยคำที่จะรับฟังได้ต่อเมื่อมีการแจ้งสิทธิ
ก. รับว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของตนเอง
ข. หลังเกิดเหตุตนได้นำปืนไปซุกซ่อนไว้ข้างต้น
ค. นายแดงยืนยันว่าตนมาที่เกิดเหตุเพราะตนเข้าใจว่าผู้ที่ถูกทำร้ายเป็นน้องของตน
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ข้อ ง.
เหตุผล ป.วิ.อ.มาตรา 84 วรรคท้าย บัญญัติว่า “แต่ถ้าเป็นถ้อยคำอื่นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อได้มีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่งหรือตามมาตรา 83 วรรคสอง แก่ผู้ถูกจับ แล้วแต่กรณี”
ข้อสังเกต ถ้อยคำอื่นที่มิใช่คำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด ศาลจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อมีการแจ้งสิทธิตามมาตรา 84 วรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา 83 วรรคสอง
กล่าวคือ ต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบว่าผู้ถูกจับมีสิทธิจะไม่ให้การก็ได้และถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้การอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ
คำว่า ถ้อยคำอื่น เช่น รับว่าอาวุธของกลางเป็นของตนเอง หลังเกิดเหตุตนได้นำไปซุกซ่อนไว้ที่ใด หรือตนมาที่เกิดเหตุเพราะเหตุใด เป็นต้น

คำถาม ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคำรับสารภาพในชั้นจับกุม
ก. ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน
ข. ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน เว้นแต่มีการแจ้งสิทธิ
ค. ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน เว้นแต่ศาลจะใช้ดุลพินิจในการรับฟัง
ง. ไม่มีข้อใดถูก
เฉลย ข้อ ก.
เหตุผล ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคท้าย บัญญัติว่า “ถ้อยคำใดๆ ที่ถูกจับให้ไว้ต่อพนักงานผู้จับหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน
ข้อสังเกต ถ้อยคำที่เป็นคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด กรณีนี้บทบัญญัติมาตรา 84 วรรคท้าย บัญญัติห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานโดยเด็ดขาด
ดังนั้น การวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาล ศาลไม่อาจหยิบยกคำรับสารภาพในชั้นจับกุมว่าจำเลยได้กระทำความผิดมาประกอบพยานหลักฐานอื่นเพื่อลงโทษจำเลยได้อีกต่อไป
คำพิพากษาฎีกาที่ 931/2547(ประชุมใหญ่))
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 84 ที่แก้ไขใหม่ บัญญัติว่าถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานปกครอง หรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้าถ้อยคำอื่นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อได้มีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา 83 วรรคสอง แก่ผู้ถูกจับ แล้วแต่กรณี แสดงให้เห็นว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่ มุ่งประสงค์ที่จะห้ามมิให้นำคำรับสารภาพในชั้นจับกุมของผู้ถูกจับมารับฟังเป็นพยานหลักฐานต่อเมื่อบทบัญญัติเรื่องการแจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกจับตามมาตรา 84 วรรคหนึ่งหรือมาตรา 83 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ มีผลใช้บังคับ และโจทก์ได้ส่งอ้างเป็นพยานหลักฐานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226 โดยชอบแล้ว ทั้งเป็นไปตามหลักทั่วไปว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง ศาลฎีกาจึงนำคำรับสารภาพในชั้นจับกุมจำเลยทั้งสองตามบันทึกการตรวจค้นจับกุมมารับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบการลงโทษได้ตามกฎหมายเดิม
ข้อสังเกต กฎหมายห้ามมิให้รับฟังเฉพาะคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม หรือชั้นรับมอบตัวผู้ถูกจับเท่านั้น มิได้ห้ามรับฟังคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนด้วย ศาลจึงต้องรับฟังคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนมาประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ลงโทษจำเลยได้ ทั้งนี้ต้องมีการดำเนินการตามมาตรา 134/1 , 134/2 , 134/3 และมีการจ้างสิทธิตามมาตรา 134/4 วรรคหนึ่งก่อน
ข้อสังเกต ข้อสอบอาจจะถามว่า ข้อใดต่อไปนี้เป็นสิทธิที่เจ้าพนักงานผู้จับต้องแจ้งในชั้นจับกุม
ก. ผู้ถูกจับจะให้การหรือไม่ให้การก็ได้
ข. ถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี
ค. ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ง.
เหตุผล ในชั้นจับกุมเจ้าพนักงานต้องแจ้งสิทธิให้แก่ผู้ถูกจับดังต่อไปนี้
1. ผู้ถูกจับจะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ และ
2. ถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี และ
3. ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ

คำถาม ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ แล้วมีการแจ้งสิทธิให้แก่ผู้ถูกจับทราบแล้ว ผู้ถูกจับรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง
ก. คำรับสารภาพรับฟังได้ เพราะเป็นการให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ
ข. คำรับสารภาพรับฟังได้ แต่ศาลต้องรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น
ค. คำรับสารภาพรับฟังไม่ได้ เพราะกฎหมายบังคับห้ามมิให้รับฟัง
ง. คำรับสารภาพรับฟังได้หรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาลในการพิจารณา
เฉลย ค.
เหตุผล ตามมาตรา 84 วรรคท้าย บัญญัติว่า “ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน.....”
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2548
มาตรา 2 แห่ง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22)ฯ กำหนดให้ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือนับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป โดยไม่มีบทบัญญัติให้มีผลบังคับย้อนหลัง จึงไม่กระทบต่อกระบวนวิธีพิจารณาความอาญาที่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ดังนั้น ข้อความในมาตรา 84 วรรคสุดท้ายแห่ง ป.วิ.อ. ที่แก้ไขใหม่ ที่บัญญัติว่า ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ... ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน...นั้น หมายถึง ถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับภายหลังจากที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น แต่คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมคดีนี้ จำเลยให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานผู้จับก่อนที่ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จึงไม่ต้องห้ามใช้เป็นพยานหลักฐาน
ข้อสังเกต จากฎีกาดังกล่าวข้างต้น ทำให้เราได้หลักว่า คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุม กฎหมาย ห้ามรับฟังเป็นพยานโดยเด็ดขาดตามมาตรา 84 วรรคท้าย นั้นไม่มีผลย้อนหลัง

คำถาม เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมแจ้งข้อหานายเขียวว่าร่วมกันปล้นทรัพย์และทำบันทึกการจับกุมว่านายเขียวให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ดังนี้ บันทึกการจับกุมและคำให้การชั้นจับกุมของนายเขียวรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่
ก. บันทึกการจับกุมและคำให้การชั้นจับกุมรับฟังได้
ข. บันทึกการจับกุมและคำให้การชั้นจับกุมรับฟังไม่ได้
ค. บันทึกการจับกุมรับฟังได้ แต่คำให้การชั้นจับกุมรับฟังไม่ได้
ง. บันทึกการจับกุมรับฟังไม่ได้ แต่คำให้การชั้นจับกุมรับฟังได้
เฉลย ค.
เหตุผล บันทึกการจับกุมสามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟั
ส่วนคำรับสารภาพชั้นจับกุม มาตรา 84 วรรคท้าย ห้ามรับฟังโดยเด็ดขาด

คำถาม คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่ารับฟังลงโทษจำเลยได้หรือไม่
ตอบ ประเด็นนี้ไม่มีกฎหมายห้ามรับฟังคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด
คำพิพากษาฎีกาที่ 2215/2548
ขณะจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ จำเลยได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ญาติพี่น้องฟัง ญาติพี่น้องจำเลยจึงบอกจำเลยให้รับสารภาพ แสดงว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ มิได้เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น คำให้การดังกล่าวจึงใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 135
ข้อสังเกต แต่ในการรับฟังนั้น ศาลต้องรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น
ซึ่งมาตรา 227/1 บัญญัติว่า “ในการวินิจฉัย ชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่นอันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี มีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน
พยานหลักฐานประกอบตามวรรคหนึ่ง หมายถึง พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น ทั้งจะต้องมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ที่สามารถสนับสนุนให้พยานหลักฐานอื่นที่ไปประกอบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย”




บทตัดพยานกรณีที่ 1 ถ้อยคำที่เป็นคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 3870 ครั้ง
ลงวันที่ 25/01/2014 00:30:32


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน