ข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ 64
ข้อ 1. นายชัยกับพวกรวม 7 คน ซึ่งเป็นคนไทย ขึ้นไปบนเรือสินค้าของชาวจีน ซึ่งจอดรอเทียบท่าอยู่ในแม่น้ำโขงริมฝั่งประเทศลาว แล้วร่วมกันใช้อาวุธปืนขู่ให้ลูกเรือชาวจีนส่งมอบทรัพย์สินให้ แล้วนายชัยกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงลูกเรือชาวจีนทั้ง 13 คน นายชัยกับพวกเข้าใจว่าลูกเรือชาวจีนตายแล้วทั้งหมด จึงนำเรือสินค้าลำดังกล่าวมาจอดเทียบท่าที่ท่าเรืออำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ... แล้วร่วมกันนำทรัพย์สินที่ปล้นมาได้หลบหนีไป ภายหลังนายชัยกลับขึ้นไปบนเรือลำดังกล่าวเพื่อค้นหาอาวุธปืนที่ลืมทิ้งไว้ แต่พบว่ามีลูกเรือชาวจีนอีก 2 คนยังไม่ตาย จึงใช้อาวุธปืนยิงลูกเรือทั้งสองจนตาย ขณะที่นายชัยกำลังจะหลบหนี ได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สายจับกุมตัวได้ แล้วนำส่งให้พันตำรวจตรียอด พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สายดำเนินคดี พันตำรวจตรียอด ได้แจ้งข้อหานายชัยว่าร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา อันเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ซึ่งเป็นความผิดทั้งที่เกิดในประเทศลาวและประเทศไทย เมื่อพันตำรวจตรียอดทำการสอบสวนเสร็จ จึงได้สรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายชัยตามข้อกล่าวหาเสนอพนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งฟ้องตามความเห็นของพนักงานสอบสวนและได้ยื่นฟ้องนายชัยเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงรายในความผิดตามข้อกล่าวหา จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ไม่มีอำนาจสอบสวน พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายไม่มีอำนาจสั่งคดีและไม่มีอำนาจฟ้อง
ให้วินิจฉัยว่า ข้อต่อสู้ของจำเลยดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่
ธงคำตอบ
ความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัสนั้น เหตุเกิดที่ริมฝั่งประเทศลาว เป็นความผิดที่เกิดนอกราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 แม้จะมีลูกเรือชาวจีนจำนวนสองคนถูกยิงตายที่ท่าเรืออำเภอแม่สาย ซึ่งอยู่ในอาณาเขตประเทศไทย แต่ก็เป็นความผิดคนละกรรมกันกับความที่เกิดนอกราชอาณาจักร หาใช่เป็นกรณีความผิดหลายกรรมเกิดขึ้นในหลายท้องที่เกี่ยวพันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 (4) ไม่ เพราะกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 เป็นเรื่องที่ความผิดทั้งหมดเกิดภายในราชอาณาจักรและเป็นความผิดหลายกรรมเกิดในหลายท้องที่ ดังนั้น แม้จะจับกุมผู้ต้องหาได้ในท้องที่สถานีตำรวจภูธรแม่สายก็ตาม ก็ไม่ทำให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สายเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในความผิดฐานปล้นทรัพย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 (4) วรรคสอง (ก) เมื่อความผิดฐานดังกล่าวเหตุเกิดนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนจึงเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ แต่อัยการสูงสุดอาจมอบหมายให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทน แต่ในกรณีที่อัยการสูงสุดมอบให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนแทนอาจมอบให้พนักงานอัยการคนใดทำการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้ เมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบทำการสอบสวนเสร็จแล้วให้ทำความเห็นและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังอัยการสูงสุดพิจารณาสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 วรรคหก แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าอัยการสูงสุดได้มอบหมายพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สายเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ดังนั้น พันตำรวจตรียอดพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สายจึงไม่ใช่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบซึ่งมีผลเท่ากับไม่มีการสอบสวน เมื่อความผิดฐานปล้นทรัพย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี เหตุเกิดนอกราชอาณาจักร จึงเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่งคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 วรรคหก พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย ย่อมไม่มีอำนาจสั่งคดีและไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานนี้ ข้อต่อสู้ของจำเลยในข้อนี้จึงฟังขึ้น
ส่วนความผิดฐานฆ่าผู้อื่นนั้น เหตุเกิดในเขตท้องที่สถานีตำรวจภูธรแม่สาย ซึ่งเป็นความผิดในราชอาณาจักร อยู่ในเขตท้องที่ของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย จึงมีอำนาจสั่งคดีและมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลได้
|