ความผิดเกี่ยวกับศาสนา
ข้อใดต่อไปนี้เป็นความผิดฐานเหยียดหยามศาสนา
ก. จำเลยขณะเป็นภิกษุได้ร่วมประเวณีกับหญิงในกุฏิพระ
ข. จำเลยแต่งกายเป็นภิกษุแล้วใช้เท้าข้างหนึ่งยืนอยู่บนฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ โดยเท้านายแดงอยู่บนส่วนหนึ่งของพระบาทพระพุทธรูปยกมือขวาขึ้นเลียนแบบพระพุทธรูป ส่วนใบหน้าของนายแดงแสดงท่าทางล้อเลียนถลึงตาอ้าปาก
ค. จำเลย ขุดทำลายพระเจดีย์วัดแม่โจรอันเป็นที่เคารพทางพุทธสาสนาและได้จดทะเบ...ียนเป็นวัตถุโบราณอยู่ในความอารักขาของกรมศิลปากร
ง. ข้อ ข.และ ค. ถูก
เฉลย ง.
เหตุผล
ข้อ ก.ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 206 เพราะว่า มีฎีกาที่ (ฎ.736/2505(ป)) วินิจฉัยไว้
คำพิพากษาฎีกาที่ 736/2505(ป)
จำเลยขณะเป็นภิกษุ ได้ร่วมประเวณีกับหญิงในกุฏิของจำเลยบนเขาวัง จังหวัดเพชรบุรีมีกุฏิพระใกล้เคียงหลายหลัง มีพระพุทธรูปพระฉาย บนเขาวัง เป็นสถานที่ที่ประชาชน เคารพนับถือ นั้น เห็นได้ว่า เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่จะถือว่า เป็นการเหยียดหยามศาสนาตามความในมาตรา 206 ยังไม่ถนัด
ส่วนข้อ ข.และ ค. มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206
คำพิพากษาฎีกาที่ 1807/2550
พระพุทธรูปเป็นที่เคารพสักการะในทางศาสนาของประชาชนผู้นับถือศาสนาพุทธทั่วไป การกระทำของจำเลยตามที่ปรากฏในภาพถ่าย จำเลยแต่งกายเป็นภิกษุแล้วใช้เท้าข้างหนึ่งยืนอยู่บนฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติ โดยเท้าจำเลยอยู่บนส่วนหนึ่งของพระบาทพระพุทธรูปยกมือขวาขึ้นเลียนแบบพระพุทธรูป ส่วนใบหน้าของจำเลยแสดงท่าทางล้อเลียนถลึงตาอ้าปากเช่นนี้ นอกจากจะเป็นการไม่เคารพต่อพระพุทธรูปแล้ว จำเลยยังได้แสดงตนเสมอกับพระพุทธรูป จึงเป็นการกระทำอันไม่สมควรและเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามพุทธศาสนา จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้องที่จำเลยอ้างว่า จำเลยทำพิธีรักษาโรคโดยนั่งเพ่งกระแสจิตเกิดตัวลอยขึ้นไปยืนอยู่บนฐานพระพุทธรูปไม่มีเจตนาล้อเลียนนั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 846/2483
การขุดเจดีย์ซึ่งเป็นที่สักการะเขาในทางพุทธสาสนา แม้จะมุ่งเพื่อค้นหาทรัพย์ก็ดีก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207 บัญญัติว่า “ผู้ใดก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในที่ประชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกัน นมัสการ หรือกระทำพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวกับมาตรา 207
คำพิพากษาฎีกาที่ 1100/2516
คืนเกิดเหตุมีการชุมนุมกันกระทำพิธีสวดมนต์ทำบุญฉลองกระดูกผู้ตายตามพุทธศาสนาบนหอสวดมนต์ จำเลยขึ้นมาส่งเสียงเอะอะอื้อฉาว ซ้ำยังกล่าวว่า พระนี่ยุ่งจริงพระไม่มีความหมายแล้วจำเลยนั่งลงใช้มือตบกระดาน 7-8 ครั้งและชักปืนพกออกจากเอวมาถือไว้ หันปากกระบอกปืนมาทางพระแล้วปืนตกลงยังพื้นหอสวดมนต์ การกระทำของจำเลยดังกล่าวถึงแม้ผู้ที่ไปชุมนุมกันจะไม่มีปฏิกิริยาวุ่นวายขึ้นก็ตาม ก็ยังถือได้ว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207
คำพิพากษาฎีกาที่ 1109/2500
การแห่นาคไปตามถนนหลวงเป็นการประชุมกระทำพิธีกรรมตามลัทธิศาสนาของพุทธศาสนิกชนที่บัญญัติไว้ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 173 หรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่าการแห่นาคไปวัดเพื่อจะทำการอุปสมบท เป็นการกระทำตามประเพณีนิยมของชนบางหมู่ ยังไม่ถึงขั้นกระทำพิธีกรรมทางศาสนาตามความหมายแห่งตัวบท จำเลยยังไม่มีผิดในฐานนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 1354-1355/2515
จำเลยยิง พ. ตายในบริเวณวัดและไล่ยิง ว. ไปจนถึงโรงธรรมในเวลาที่ยังไม่มีการประชุมศาสนิกชนหรือกระทำพิธีกรรมทางศาสนาถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดความวุ่นวายในที่ประชุมศาสนิกชนการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207
ความผิดฐานอั้งยี่ หรือซ่องโจร
คำถาม นาย A กับพวกรวม 6 คน ปรึกษากันจะใช้ไขควงงัดประตูรถยนต์เพื่อลักวิทยุติดรถยนต์ที่จอดอยู่ตามถนนและตามบ้านในยามวิกาล ปรึกษากันเสร็จตกลงจะทำการตามที่คิดในคืนนั้น บังเอิญตำรวจจับเสียก่อน โดยนาย A กับพวกยังไม่ทันได้ลงมืองัดรถยนต์ ให้วินิจฉัยว่านาย กับพวกมีความผิดอาญาฐานใด
ก. อั้งยี่ ตามมาตรา 209
ข. ซ่องโจร ตามมาตรา 210
ค. ตระเตรียมลักทรัพย์
ง. ไม่มีความผิดอาญาฐานใด
เฉลย ข.
เหตุผล การที่บุคคลตั้งแต่ 5 คนสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ซึ่งความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335 กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 1 ปี นาย A กับพวกจึงมีความผิดฐานเป็นซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 วรรคแรก แม้จะยังไม่ได้ลงมือกระทำความผิดตามที่สมคบกันก็ตาม (ฎ. 1341/2521)
|