หัวข้อ : ความผิดฐานทำลายเอกสาร มาตรา 188
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ



ความผิดฐานทำลายเอกสาร

มาตรา 188 บัญญัติว่า “ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท”

ประเด็นที่สำคัญ
ในกรณีที่จำเลยขอดูสัญญากู้ แล้วไม่คืนให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยมีความผิดตามมาตรา 188
คำพิพากษาฎีกาที่ 70/2525 ...
ในกรณีที่จำเลยได้เอาสัญญากู้ยืมเงินคู่ฉบับของผู้เสียหายไปดูแล้วไม่ยอมคืนให้ผู้เสียหาย สัญญาคู่ฉบับดังกล่าวเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินระหว่างผู้เสียหายกับจำเลย จำเลยเอาไปดูแล้วไม่ยอมคืนให้ผู้เสียหาย ทั้งกลับปฏิเสธอ้างว่าผู้เสียหายคืนสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวให้จำเลยเพราะจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188
ในกรณีที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำเอาโฉนดที่ดินของผู้เสียหายและแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจที่มีเพียงลายมือชื่อของผู้เสียหายลงไว้ในช่องผู้มอบอำนาจไปโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วนำไปกรอกข้อความว่าผู้เสียหายมอบอำนาจให้จำเลยยื่นขอจดทะเบียนโอนที่ดินของผู้เสียหายให้แก่จำเลยโดยเสน่หา เป็นการกระทำความผิดฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่นตามมาตรา 188 (ฎ.3063/2552)
ในกรณีตัวแทนจำหน่ายสินค้าไม่ยอมส่งคืนเอกสารที่ผู้จำหน่ายจัดทำขึ้นมอบให้ เพื่อนำไปใช้เก็บค่าสินค้าภายหลังจากถูกปลดจากการเป็นตัวแทน ไม่ผิดตามมาตรา 188 แต่เป็นเรื่องความรับผิดในทางแพ่ง
คำพิพากษาฎีกาที่ 8450/2548
ความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารตาม ป.อ.มาตรา 188 กฎหมายมุ่งคุ้มครองเอกสารที่เป็นพยานหลักฐานในทำนองเดียวกัน พินัยกรรมเป็นสำคัญ มิได้มุ่งถึงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในการเป็นเจ้าของกระดาษหรือวัตถุที่ทำให้ปรากฏความหมายเป็นเอกสาร ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยความผิดที่เกี่ยวกับทรัพย์ไว้เป็นการทั่วไปอยู่แล้ว
คำว่า เอาไปเสียตามมาตรา 188 จึงมิได้มีความหมายเป็นอย่างเดียวกับคำว่า เอาไปเสีย ที่ใช้ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามาตรา 334 แต่หมายถึงเอาไปจากที่เอกสารนั้นอยู่ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนที่อาจขาดเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐาน ดังนั้นแม้ต่อมาโจทก์ร่วมได้ถอนจำเลยที่ 1 ออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของโจทก์ร่วม จำเลยที่ 1 ต้องส่งคืนใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีรวมทั้งสมุดบัญชีเงินฝากให้แก่โจทก์ร่วม แต่จำเลยที่ 1 ยึดหน่วงไว้ไม่ยอมส่งคืนอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ร่วมก็เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดในทางแพ่งยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตาม ป.อ.มาตรา 188
ข้อสังเกต แต่ถ้าแบบพิมพ์เช็คนั้นมีการกรอกรายการแล้ว ถือว่าเป็นเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(7)
คำพิพากษาฎีกาที่ 507/2542
จำเลยเป็นตัวแทนของคณะนายทหารประเทศเธอร์แลนด์นำเช็ค 4 ฉบับ ไปชำระหนี้ให้แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทย 3 ฉบับ และบริษัท ท. อีก 1 ฉบับ ซึ่งตราบใดที่เช็คทั้งสี่ฉบับดังมิได้ส่งมอบให้แก่การสื่อสารฯ และบริษัท ท.เช็คทั้งสี่ฉบับจึงยังไม่โอนไปยังการสื่อสารฯ และบริษัท ท. คณะนายทหารดังกล่าวยังเป็นเจ้าของเช็คทั้งสี่ฉบับและเป็นผู้ได้รับความเสียหาย การที่จำเลยนำเอาเช็คสามฉบับที่ผู้เสียหายสั่งจ่ายให้แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทยไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยโดยที่จำเลยไม่มีสิทธิ แม้เช็คทั้งสามฉบับดังกล่าวจะไม่มีการขีดฆ่า คำว่าผู้ถือออกก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นจากความรับผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเช็คทั้งสามฉบับดังกล่าวได้

คำถาม ในกรณีที่จำเลยได้ฉีกสัญญากู้จนขาดออกเป็นชิ้น ๆ โจทก์ร่วมต้องเอามาต่อติดกันจึงอ่านข้อความได้ จำเลยจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 หรือไม่
ตอบ ในประเด็นนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 แล้ว หาใช่อยู่ในขั้นพยายามไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 303/2513
การที่จำเลยได้ฉีกสัญญากู้จนขาดออกเป็นชิ้นๆ โจทก์ร่วมต้องเอามาต่อติดกันจึงอ่านข้อความได้ เช่นนี้ เรียกได้ว่าจำเลยได้ทำให้สัญญากู้เสียหายแล้ว หาจำต้องทำให้สูญสิ้นไปหมดทั้งฉบับจนกระทั่งไม่มีรูปเป็นเอกสารไม่ เข้าเกณฑ์อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188 แล้ว เมื่อจำเลยได้ฉีกสัญญาขาดออกจากกันแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดสำเร็จครบถ้วนองค์ความผิดแล้ว หาใช่อยู่ในขั้นเพียงพยายามกระทำผิดไม่
ข้อสังเกต การซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด กรรมสิทธิ์ในรถและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ย่อมตกเป็นของโจทก์ร่วม การที่จำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็นของบุคคลอื่น จำเลยมีความผิดตามมาตรา 188
คำพิพากษาฎีกาที่ 2323/2534
การซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด กรรมสิทธิ์ในรถและสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ย่อมตกเป็นของโจทก์ร่วม เมื่อโจทก์ร่วมชำระราคารถยนต์ครบถ้วนแล้วจำเลยย่อมไม่มีสิทธิยึดหน่วงสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ แต่มีหน้าที่ส่งมอบแก่โจทก์ร่วม การที่จำเลยนำสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวไปจดทะเบียนใส่ชื่อบริษัท ซ. จำกัด เป็นเจ้าของรถถือได้ว่าเป็นการเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นการผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188




ความผิดฐานทำลายเอกสาร มาตรา 188 | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 24763 ครั้ง
ลงวันที่ 25/01/2014 01:23:50


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน