หัวข้อ : ฎีกา การกระทำโดยป้องกัน
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ




การกระทำโดยป้องกัน
คำถาม ขึงลวดแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อจะป้องกันทรัพย์สิน หากมีคนร้ายมาถูกกระแสไฟฟ้าช็อต จนถึงแก่ความตาย จะเป็นความผิดหรือไม่
คำตอบ การใช้เส้นลวดขึงแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าไปตามเส้นลวดที่ขึงไว้นั้น หากมีผู้มาถูกเข้าถึงแก่ความตาย ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ที่มาถูกกระแสไฟฟ้าเข้าจนถึงแก่ความตายนั้นมีเจตนาร้าย เช่น มีเจตนาจะเข้ามาลักทรัพย์ กรณีเช่นนี้ศาลจะต้องพิจารณาเสมือนว่า ถ้าผู้กระท...ำอยู่ในที่เกิดเหตุจะมีสิทธิกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือไม่ ในเรื่องนี้มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๒๓/๒๕๑๙
จำเลยเก็บของอยู่ในบริเวณสวนของจำเลย มีรั้วต้นพู่ระหงปลูกเป็นแนวเขต จำเลยเก็บของอันมีค่า เช่น เครื่องยนต์สูบน้ำ และอุปกรณ์อื่นๆไว้ ทรัพย์สินที่จำเลยเก็บไว้ในโรงเก็บของ เคยถูกคนร้ายลักไป ในตำบลที่เกิดเหตุมีคนร้ายชุกชุม จำเลยจึงเอาเส้นลวดขึงที่โรงเก็บของและปล่อยกระแสไฟฟ้าจากบ้านไว้เพื่อป้องกันคนร้าย ผู้ตายกับพวกอีกสามคน บุกรุกเข้าไปที่โรงเก็บของในเวลาวิกาล โดยเจตนาจะลักทรัพย์ ในมือผู้ตายมีเหล็กไขควง ๑ อัน แต่ผู้ตายไปถูกเส้นลวดที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้ถึงแก่ความตายเสียก่อน มิฉะนั้นผู้ตายกับพวกย่อมลักทรัพย์ของจำเลยไปได้ นับได้ว่าภยันตรายที่จะเกิดแก่ทรัพย์สินของจำเลยใกล้จะถึงแล้ว ถ้าจำเลยไปพบเห็นเข้า จำเลยย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายกับพวกเพื่อป้องกันทรัพย์สินของจำเลยได้ ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนโดยชอบด้วยกฎหมาย และพอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด ฎีกาที่ ๓๒/๒๕๑๐ ฯลฯ ที่โจทก์อ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ( ศาลจะต้องพิจารณาเสมือนว่าถ้าจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ จำเลยจะมีสิทธิกระทำร้ายเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือไม่)
มีหมายเหตุท้ายฎีกาฉบับนี้ ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ ความว่า โจทก์ฟ้องตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๐ ฆ่าคนโดยไม่เจตนาฆ่าจึงเป็นแต่เจตนาทำร้ายเท่านั้น ไม่เกินกว่าเหตุสำหรับการลักทรัพย์โดยไม่ใช้กำลังประทุษร้าย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๙๐/๒๕๔๘
แม้ขณะเกิดเหตุผู้ตายจะเข้าไปในบริเวณบ่อปลากัดของจำเลยเพื่อลักปลากัด ซึ่งถ้าจำเลยพบเห็นจำเลยย่อมมีสิทธิทำร้ายผู้ตายพอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนได้ แต่กระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดที่ล้อมรอบบ่อปลากัดย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงโดยสภาพซึ่งสามารถทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ส่วนทรัพย์สินของจำเลยเป็นเพียงปลากัดมีมูลค่าไม่มากนัก การปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าเส้นลวดกับการป้องกันทรัพย์สินของจำเลยย่อมไม่เป็นสัดส่วนกัน เมื่อผู้ตายถูกกระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยผ่านเส้นลวดดังกล่าวดูดถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรกว่าเหตุตาม ป.อ. มาตรา ๖๙ จำเลยจึงมีความผิดฐานมิได้มีเจตนาฆ่าแต่ทำร้ายผู้ตายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา ๒๙๐ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๖๙
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๑/๒๕๔๙
โจทก์บรรยายฟ้องไว้โดยชัดแจ้งว่าเด็กชาย ค. เข้าไปลักแตงโมในไร่ของจำเลย และจำเลยได้ต่อและปล่อยกระแสไฟฟ้าจากบ้านพักผ่านรั้วลวดหนาม เป็นเหตุให้เด็กชาย ค. ซึ่งสัมผัสรั้วลวดหนามถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนถึงแก่ความตาย และจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติได้ตามคำฟ้องของโจทก์ ดังนี้ การที่ผู้ตายกระทำการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายต่อทรัพย์ของจำเลย (เข้าไปลักแตงโมในไร่ของจำเลย) จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันทรัพย์สินของตนได้ แต่การที่จำเลยต่อและปล่อยกระแสไฟฟ้าซึ่งมีแรงเคลื่อนสูงถึง ๒๒๐ โวลท์ ที่สามารทำให้ดูดคนให้ถึงแก่ความตายได้ ทั้งที่ทรัพย์ที่จำเลยมีสิทธิกระทำการป้องกันคือแตงโมมีราคาไม่สูงมาก ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ ซึ่งศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ และมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์ฎีกา แต่ศาลฎีกายกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยเองได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๖๕๐/๒๕๕๓
จำเลยขึงเส้นลวดและปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้บริเวณหน้าต่างห้องพักของจำเลยเพื่อป้องกันขโมยเข้ามาลักทรัพย์ในห้องพักจำเลย จึงเป็นเหตุให้เด็กชาย ก. บุตรเลี้ยงของจำเลยซึ่งลักลอบปีนหน้าต่างเพื่อเข้าไปลักทรัพย์ในห้องพักของจำเลยถูกกระแสไฟฟ้าช็อตถึงแก่ความตาย แม้การกระทำของผู้ตายจะถือเป็นการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและต่อทรัพย์สินของจำเลย ที่จำเลยมีสิทธิที่จะป้องกันทรัพย์สินของตนได้ แต่พฤติการณ์ที่จำเลยต่อและปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงถึง ๒๒๐ โวลต์ ไปตามเส้นลวดที่ไม่มีฉนวนหุ้มนั้น ย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงโดยสภาพที่สามารถทำให้ผู้อื่นที่ไปสัมผัสถูกถึงแก่ความตายได้ ดังนั้น แม้จะเป็นการป้องกันคนร้ายที่จะเข้ามาลักทรัพย์สินในห้องพักของจำเลยและทำร้ายจำเลยกับภรรยาได้ แต่การกระทำของจำเลยก็เป็นการเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๙ (จำเลยมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๒๙๐ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๖๙)
คำถาม การสำคัญผิดในข้อเท็จจริงว่ามีเหตุอันจะต้องป้องกัน ถ้ากระทำไปพอสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำมีความผิดหรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๔๗/๒๕๔๖
จำเลยยิงรถโจทก์ร่วมโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงว่า โจทก์ร่วมเป็นคนร้ายที่ประสงค์จะขับรถพุ่งเข้าชนเพื่อฆ่าจำเลย เมื่อจำเลยกระโดดหลบไปทางด้านข้างและรถโจทก์ร่วมแล่นไปทับจุดที่จำเลยนั่งอยู่ จำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงไปที่รถของโจทก์ร่วมทันทีทันใด เป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องและเป็นภยันตรายที่ไกล้จะถึงตัวจำเลยแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันตนเองได้ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนสั้นที่มีติดตัวอยู่ยิงไปถูกรถยนต์ของโจทก์ร่วมเพียง ๑ นัด แล้วก็หยุดไม่ได้ยิงซ้ำอีก ทั้งๆ ที่มีกระสุนเหลืออยู่อีกถึง ๕ นัด และจำเลยไม่รู้ว่าคนขับรถยนต์คันดังกล่าวเป็นใคร มีอาวุธอะไรอยู่หรือไม่ กรณีถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการพอสมควรแก่เหตุและเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและโดยสำคัญผิด ตาม ป.อ. มาตรา ๖๘ ประกอบ ด้วยมาตรา ๖๒ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วม
คำถาม ภยันตรายที่เกิดจากการกระทำได้หมดไปแล้ว จะอ้างป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๐๐/๒๕๕๓
ผู้ตายเข้าไปลวนลามฉุดมือ ช. แต่มารดาดึงตัว ช. ไว้ได้แล้ว ผู้ตายจึงเดินกลับไปที่รถจักรยานยนต์ ภยันตรายที่เกิดจากการกระทำของผู้ตายได้หมดไปแล้ว กรณีไม่ต้องด้วย ป.อ. มาตรา ๖๘ ที่บัญญัติให้การกระทำโดยป้องกันจะต้องเป็นการป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงอย่างไรก็ดี
การที่ผู้ตายเข้าไปลวนลาม ช. บุตรสาวของจำเลยถึงบ้าน ถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในแทบจะทันใดหลังจากถูกข่มเหง การกระทำของจำเลยจึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ
คำถาม สมัครใจวิวาทกัน จะอ้างเหตุป้องกันหรือบันดาลโทสะได้หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๙๒๔/๒๕๕๓
ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับพวกและจำเลยทั้งสามกับพวกซึ่งเต้นอยู่ในบริเวณที่แสดงดนตรีประเภทวัยรุ่นได้กระทบกระทั่งและพูดแซวกันเพราะเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน จากนั้นจำเลยทั้งสามกับพวกและผู้ตายกับพวกต่างสมัครใจวิวาทและต่อสู้กันที่หน้างานแสดงดนตรีบริเวณที่ตั้งลำโพง โดยใช้ไม้เป็นอาวุธ แม้ผู้ตายจะใช้ไม้ตีจำเลยที่ ๑ ก่อน ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะวิวาทกัน จำเลยที่ ๑ ย่อมไม่อาจอ้างได้ว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการป้องกันโดยชอบ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๓๒/๒๕๕๓
การที่จำเลยด่าแม่โจทก์ร่วมตอบโต้ไป ก่อนเข้าฟันโจทก์ร่วม เท่ากับว่าจำเลยได้ถลำเข้าไปทะเลาะวิวาทกับโจทก์ร่วมด้วยแล้ว เมื่อต่างคนต่างก็ทะเลาะด่าว่าซึ่งกันและกันเช่นนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ตาม ป.อ. มาตรา ๗๒ และไม่อาจอ้างว่าเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะเพื่อให้ศาลลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ สำหรับความผิดที่ได้กระทำนั้นได
การที่จำเลยใช้มีดอีโต้ซึ่งเป็นมีดทำครัวขนาดใหญ่เลือกฟันอย่างแรงที่ศีรษะ ลำคอและกลางหลัง ซึ่งล้วนเป็นอวัยวะสำคัญจนเป็นแผลฉกรรจ์ หากรักษาไม่ทันอาจถึงแก่ความตายได้ จำเลยย่อมจะเล็งเห็นผลได้ว่าการกระทำของจำเลยอาจทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายถึงแก่ความตายได้ พฤติการณ์ชี้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมแล้ว แม้เมื่อโจทก์ร่วมล้มลงหมดสติไป จำเลยจะไม่ได้ฟันโจทก์ร่วมซ้ำอีกก็ตาม




ฎีกา การกระทำโดยป้องกัน | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 3030 ครั้ง
ลงวันที่ 25/01/2014 01:52:42


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน