ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย หุ้นส่วนและบริษัท
ห้างหุ้นส่วนสามัญ
มาตรา 1025 บัญญัติว่า อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
ห้างหุ้นส่วนสามัญมีลักษณะดังต่อไปนี้คือ
1. ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นเป็นความรับผิดร่วมกันและแทนกัน (Jointly and Severally Liable) ดังนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนจะขอแบ่งแยกความรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนเป็นรายบุคคล หรือตามส่วนที่ตนลงทุนไม่ได้ เจ้าหนี้ของห้างจะฟ้องเรียกหนี้สินจากผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนหรือทุกคนให้ชำระหนี้ร่วมกันก็ได้ โดยไม่ต้อคำนึงว่าผู้เป็นหุ้นส่วนดังกล่าวได้ลงทุนเข้าหุ้นเป็นจำนวนเท่าใด และแม้เจ้าหนี้ของห้างจะได้ฟ้องให้หุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดให้รับผิดไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน เจ้าหนี้คนนั้นก็ยังมีสิทธิฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ ได้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน
คำพิพากษาฎีกาที่ 288/2488 หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในห้างหุ้นส่วนสามัญ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนย่อมต้องรับผิดในหนี้สินนั้นด้วย
ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งถูกพิพากษาให้ใช้หนี้ เมื่อปรากฏว่าหนี้นั้นเป็นหนี้ของห้างหุ้นส่วนแล้ว เจ้าหนี้ย่อมยึดทรัพย์ของหุ้นส่วนได้ ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นจะไม่ยอมให้ยึดส่วนของตนไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 160/2496 ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนกู้เงินโดยใช้ชื่อห้างเป็นผู้กู้ โดยมีหุ้นส่วนคนหนึ่งลงชื่อเป็นผู้กู้ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้ค้ำประกันที่ได้ใช้หนี้ห้างงแทนไป
2. หุ้นส่วนทุคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของห้าง ซึ่งหนี้ของห้างนั้นอาจเป็นหนี้ที่เกิดจากนิติกรรมสัญญาที่ได้ทำไว้ในนามของห้าง หนี้ค่าภาษีอากร หรือหนี้ละเมิดก็ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 507/2532 วินิจฉัยว่าผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญทุกคนต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ค่าภาษีอากรของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัด เมื่อ ห. เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งตายทายาทผู้รับมรดกของ ห. ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดในหนี้ค่าภาษีดังกล่าวด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 1836/2514 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ออกรถยนต์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกแรงงาน ร่วมกันรับจ้างบรรทุกของ ผลประโยชน์แบ่งกันคนละครึ่งถือว่าการดำเนินกิจการเกี่ยวกับรถยนต์ดันนี้ระหว่างจำเลยทั้ง 2 เข้าลักษณะเป็นหุ้นส่วนกัน เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอก (หนี้ละเมิด) จำเลยทั้งสองต้องรับผิดร่วมกันและแทนกันในกิจการของห้างหุ้นส่วน
3. คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนเป็นสาระสำคัญ
เพราะเหตุที่หุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนโดยไม่จำกัดจำนวน คุณสมบัติของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจึงเป็นสาระสำคัญ ดังนั้น
ก. เมื่อหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งตาย หรือ ล้มละลาย หรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ ห้างหุ้นส่วนสามัญย่อมเลิกกัน (ม. 1055 (5)) แต่ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนคนที่ยังเหลือรับซื้อหุ้นของหุ้นส่วนคนที่ตาย ล้มละลายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ สัญญาหุ้นส่วนนั้นก็ยังใช้ได้ต่อไประหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนที่ยังอยู่ต่อไป (มาตรา 1060)
ข. ห้ามชักนำเอาบุคคลผู้อื่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน โดยมิได้รับความยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนหมดด้วยกันทุกคน เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 1040)
ค. เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งขอถอนตัวจากการเป็นหุ้นส่วนตามความในมาตรา 1056 และมาตรา 1055(4) แล้ว ห้างหุ้นส่วนย่อมเลิกกัน แต่ถ้าผู้เป็นหุ้นส่วนที่ยังเหลืออยู่รับซื้อหุ้นของหุ้นส่วนที่ถอนตัวออกไปนั้นไว้ และยังคงดำเนินกิจการต่อไปตามปกติ ดังนี้ไม่ถือว่าห้างได้เลิกกัน (คำพิพากษาฎีกาที่ 1299/2480)
|