ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย หุ้นส่วนและบริษัท
ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน
1. ผู้เป็นหุ้นส่วนต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นด้วยในห้างหุ้นส่วน สิ่งที่นำมาลงหุ้นด้วยอาจเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่นหรือแรงงานก็ได้ (มาตรา 1026)
คำพิพากษาฎีกาที่ 1399/2523 เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสองไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาลงหุ้นกับโจทก์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่นหรือแรงงาน จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ แม้จำเลยทั้งสองจะได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการบางสิ่งบางอย่างของโจทก์ ก็ไม่ทำให้จำเลยทั้งสองกลับกลายเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ได้ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยทั้งสองมาชำระบัญชีกับโจทก์ หรือให้จำเลยทั้งสองรับผิดในฐานะเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์
คำพิพากษาฎีกาที่ 2530/2538 เมื่อมีสัญญาว่าจะนำสิ่งใดมาลงหุ้นแล้ว แม้ฝ่ายหนึ่งจะไม่นำทรัพย์สินตามที่ตกลงกันมาลงหุ้น ก็ไม่ทำให้สัญญาเข้าหุ้นส่วนเสียไป
2. ในกรณีของการนำเงินมาลงหุ้น หากตกลงกันว่าจะนำเงินมาลงหุ้นในวันใด เมื่อถึงกำหนดแล้วไม่นำเงินมาลงหุ้นในวันดังกล่าว ย่อมถือว่าผิดนัด และจะต้องจ่ายดอกเบี้ยเพื่อการผิดนัดนับแต่วันนั้น
3. การลงหุ้นด้วยทรัพย์สินนั้น อาจเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์มีรูปร่างหรือทรัพย์ไม่มีรูปร่าง เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้ การนำทรัพย์สินมาลงหุ้นนั้นสามรถทำได้ 2 วิธี คือ 1) การนำทรัพย์สินมาให้ห้างหุ้นส่วนใช้ และ 2) การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้กับห้างหุ้นส่วน
1) การนำทรัพย์สินมาให้ห้างหุ้นส่วนใช้นั้นมาตรา 1029 ระบุว่าความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนที่นำทรัพย์สินมาให้ห้างหุ้นส่วนใช้กับห้างหุ้นส่วนในเรื่องส่งมอบและซ่อมแซมก็ดี ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องก็ดี ความรับผิดเพื่อการรอนสิทธิก็ดี หรือข้อยกเว้นความรับผิดก็ดี ให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยเช่าทรัพย์ ดังนั้นผู้ลงหุ้นโดยให้ห้างหุ้นส่วนใช้ทรัพย์สินจึงมีฐานะดังผู้ให้เช่า มีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินในสภาพที่ซ่อมแซมดีแล้ว (มาตรา 546) หากผู้ลงหุ้นส่งมอบทรัพย์สินโดยสภาพที่ไม่เหมาะแก่การใช้ประโยชน์ ห้างหุ้นส่วนก็อาจบอกเลิกสัญญาได้ (มาตรา 548) หรือหากห้างหุ้นส่วนต้องเสียค่าใช้จ่ายไปโดยความจำเป็นและสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สินเพื่อให้อยู่ในสภาพที่เหมาะแก่การใช้ประโยชน์ หุ้นส่วนผู้ที่นำทรัพย์สินมาให้ห้างหุ้นส่วนใช้ก็ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ห้างหุ้นส่วน ยกเว้นเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อบำรุงรักษาตามปกติและเพื่อซ่อมแซมเพียงเล็กน้อย (มาตรา 547) ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องหรือการรอนสิทธิ (มาตรา 549 และ 550) เมื่อมีการเลิกห้างหุ้นส่วนแล้ว ผู้เป็นหุ้นส่วนคนอื่น ๆ ก็ต้องคืนทรัพย์สินนั้นให้แก่หุ้นส่วนที่เป็นเจ้าของ แต่มาตรา 1029 ไม่ได้กำหนดให้มีหน้าที่ต้องคืนในสภาพที่ซ่อมแซมดีแล้วอย่างกรณีของผู้เช่า ดังนั้นจึงน่าจะต้องส่งคืนทรัพย์สินในสภาพที่เป็นอยู่ตามความในมาตรา 323 วรรคที่ 1
ในการนำทรัพย์สินมาให้ห้างหุ้นส่วนใช้นั้น กรรมสิทธ์ในทรัพย์สินยังเป็นของผู้ลงหุ้นอยู่ เพราะฉะนั้นหากเกิดการบุบสลายหรือสูญหายขึ้นในระหว่างการให้ใช้ทรัพย์สินนั้น ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจโทษห้างหุ้นส่วนได้ การบุบสลายหรือสูญหายนั้นก็ต้องตกเป็นบาปเคราะห์ของผู้ลงหุ้นซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และถ้าทรัพย์สินมีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ตกเป็นผลดีผลร้ายแก่ผู้ลงหุ้นนั้นเองเช่นกัน
คำพิพากษาฎีกาที่ 3740-3741/2542 การเอาทรัพย์สินมาลงหุ้นของโจทก์และจำเลยนั้นมิได้เอาทรัพย์สินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของห้างหุ้นส่วน เป็นแต่เพียงเอามาใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วน จำเลยและโจทก์จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1361 วรรคหนึ่ง เจ้าของรวมแต่ละคนสามารถจำหน่ายส่วนของตนหรือจำนองหรือก่อให้เกิดภาระติดพันก็ได้ ฉะนั้นการที่จำเลยจำหน่ายกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยจำหน่ายเฉพาะส่วนของตน จึงเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทั้งไม่อาจถือได้ว่าเป็นการชักนำบุคคลอื่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน เพราะการเป็นหุ้นส่วนต้องเกิดขึ้นโดยความตกลงระหว่าง ผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน เมื่อโจทก์ยังมิได้ตกลงให้ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเฉพาะส่วนของจำเลยเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ผู้รับโอนก็หากลายมาเป็นหุ้นส่วนไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการผิดสัญญาหุ้นส่วน
2) การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ห้างหุ้นส่วน ถ้าห้างหุ้นส่วนนั้นเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนนั้นก็ไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ผู้ลงหุ้นโอนให้แก่ห้างนั้นย่อมตกเป็นของหุ้นส่วนทุกคนร่วมกัน แต่ถ้ามีการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนแล้ว ก็มีสภาพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ผู้ลงหุ้นโดนให้แก่ห้างหุ้นส่วนก็ตกเป็นของห้างหุ้นส่วนนั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 4193/2533 เอาที่ดินมาลงหุ้นโดยไม่ได้โอนทะเบียนกัน และผู้ลงหุ้นยังมีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ก็ตาม ก็ต้องถือว่าหุ้นส่วนผู้นั้นถือที่ดินนั้นแทนผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมด หุ้นส่วนผู้เป็นเจ้าของที่ดินมาแต่เดิมจะอ้างว่าที่ดินยังเป็นของตนอยู่เพราะยังไม่ได้จดทะเบียนโอนให้ห้างหุ้นส่วนหาได้ไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 10866/2546 โจทก์และ ธ. ซึ่งมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินพิพาทได้นำที่ดินพิพาทมาลงหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด ร. แม้จะไม่มีการจดทะเบียนโอนในโฉนดที่ดิน ที่ดินพิพาทก็ย่อมเป็นทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัด ร. เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ร. เป็นหนี้ค่าภาษีอากรค้าง จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 จึงมีคำสั่งให้อายัดและยึดที่ดินพิพาทได้
เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่นำมาลงหุ้นได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน) หรือของห้างหุ้นส่วน (กรณีห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน) แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเมื่อมีการเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีก็มีอำนาจที่จะนำที่ดินนั้นมาขายเอาเงินชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 533/2511) เจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนก็นำยึดที่ดินนั้นมาชำระหนี้ได้ ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้มีชื่อในโฉนดหรือทายาทจะมาร้องขอให้ปล่อยการยึดไม่ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 288/2488, 84/2512)
กรณีมีผู้ลงหุ้นด้วยที่ดินโดยไม่มีการโอนโฉนดที่ดินกันเช่นนี้ ถ้าต่อมามีการเลิกห้างและผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหลายตกลงกันให้คืนที่ดินแก่ผู้ลงหุ้นตามเดิม ดังนี้ถือว่าที่ดินนั้นกลับคืนไปยังผู้ลงหุ้นคนนั้น ไม่เป็นของห้างหุ้นส่วนหรือของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนรวมกันต่อไปอีก โดยไม่ต้องมีการแก้ไขในทะเบียนแต่อย่างใด (คำพิพากษาฎีกาที่ 933/2475)
สำหรับความเกี่ยวพันระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนที่นำกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินมาลงหุ้นกับห้างหุ้นส่วนนั้นมาตรา 1030 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยซื้อขายมาใช้บังคับในเรื่องการส่งมอบและซ่อมแซมทรัพย์สิน ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง ความรับผิดเพื่อการรอนสิทธิ หรือข้อยกเว้นความรับผิด โดยถือว่าผู้ลงหุ้นมีฐานะดังผู้ขาย
|