หัวข้อ : การหามูลค่าของสิ่งที่นำมาลงหุ้นเพื่อใช้คำนวณส่วนแบ่งกำไร กฎหมายหุ้นส่วนและบริษัท
หมวดหมู่ : กฎหมายที่น่าสนใจ
รายละเอียด : รวมข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจ อื่นๆ





ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย หุ้นส่วนและบริษัท

 

การหามูลค่าของสิ่งที่นำมาลงหุ้นเพื่อใช้คำนวณส่วนแบ่งกำไร

            ส่วนลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนนั้นมีความสำคัญต่อการแบ่งส่วนกำไรและขาดทุนอันเกิดจากจากกิจการของห้างหุ้นส่วน ซึ่งมาตรา 1044 บัญญัติไว้ว่าส่วนกำไรก็ดี ส่วนขาดทุนก็ดีของผู้เป็นหุ้นส่วนทุก ๆ คนนั้น ย่อมเป็นไปตามส่วนที่ลงหุ้น ส่วนลงหุ้นจึงเป็นฐานที่จะนำมาใช้ในการ คำนวณส่วนแบ่งกำไรและขาดทุนของหุ้นส่วนแต่ละคน

            สำหรับหุ้นส่วนที่ลงหุ้นด้วยเงินนั้นย่อมทราบมูลค่าของส่วนลงหุ้นได้ชัดเจนว่าเงินที่นำมาลงหุ้นนั้นมีจำนวนเท่าใด แต่นอกจากการลงหุ้นด้วยเงินแล้วหุ้นส่วนบางคนอาจลงหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นหรือลงหุ้นด้วยแรงงาน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องทราบว่าทรัพย์สินหรือแรงงานที่นำมาลงหุ้นนั้นมีราคาเท่าใด ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนควรตกลงกันให้ชัดเจนในสัญญาเข้าหุ้นส่วนว่าทรัพย์สินหรือแรงงานที่นำมาลงหุ้นนั้นมีราคาเท่าใด โดยปกติทั่วไปแล้วราคาทรัพย์สินที่นำมาลงหุ้นมักจะถือราคาตามท้องตลาดเป็นเกณฑ์ แต่หากผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ได้ตกลงกันเกี่ยวกับการตีราคาทรัพย์สินที่นำมาลงหุ้นและเมื่อเกิดกรณีเป็นข้อสงสัย มาตรา 1027 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสิ่งซึ่งนำมาลงหุ้นด้วยกันนั้นมีค่าเท่ากัน เช่น ก. และ ข. ตกลงเข้าหุ้นส่วนกันเพื่อดำเนินกิจการรับจ้างขนของ โดย ก. ลงหุ้นด้วยเงินสด 300,000 บาท ข. นำรถกระบะเก่ามาลงหุ้นโดยไม่ได้ตกลงกันตีราคาไว้ เมื่อเกิดมีข้อสงสัยว่าระกระบะเก่ามีราคาเท่าใด กรณีนี้อาจนำมาตรา 1027 มาใช้โดยสันนิษฐานไว้ก่อนว่ารถกระบะเก่าที่ ข. นำมาลงหุ้นนั้นมีค่าเท่ากับส่วนลงหุ้นของ ก. คือ 300,000 บาท

แต่อย่าไรก็ตามหากเห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งซึ่งนำมาลงหุ้นนั้นมีค่าต่างกันมาก ก็ไม่อาจนำมาตรา 1027 ทาใช้ได้ เช่นในกรณีตัวอย่างข้างต้น ถ้า ข. นำรถกระบะใหม่ป้ายแดงมาลงหุ้น ดังนี้ย่อมเห็นได้ชัดเจนว่ารถกระบะใหม่ป้ายแดงมีมูลค่ามากกว่า 300,000 บาท ดังนี้ก็ไม่อาจนำมาตรา 1027 มาใช้ การตีราคาก็ต้องถือราคาตามท้องตลาดของรถกระบะป้ายแดง

สำหรับการลงหุ้นด้วยแรงงานนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนก็ควรจะตกลงกันให้ชัดเจนว่าแรงงานนั้นมีค่าเท่าใด หากผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ได้ตกลงกันตีราคาแรงงานไว้ ก็ต้องนำมาตรา 1028 มาใช้บังคับคือจะต้องถือว่าแรงงานที่นำมาลงหุ้นนั้นมีมูลค่าเท่ากับส่วนถัวเฉลี่ยของผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งได้ลงหุ้นด้วยเงินหรือทรัพย์สิน

ตัวอย่าง ก. ข. ค. ตกลงกันเข้าหุ้นส่วนเพื่อปลูกข้าวโพดขายเพื่อเอากำหรมาแบ่งปันกัน ก. ลงหุ้นด้วยเงินจำนวน 100,000 บาท ข. นำที่ดิน  1 ไร่มาลงหุ้นโดยไม่ได้ตีราคาไว้ ค. ลงหุ้นด้วยแรงงานโดยไม่ได้ตีราคาไว้เช่นเดียวกัน เมื่อกรณีเป็นข้อสงสัยว่าที่ดินที่ ข. นำมาลงหุ้นและแรงงานของ ค. มีราคาเท่าใด ดังนี้สามรถนำมาตรา 1027 มาใช้บังคับ ซึ่งให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าที่ดินของ ข. และแรงงานของ ค. มีมูลค่าเท่ากับเงินลงหุ้นของ ก. คือ 100,000 บาท

แต่ถ้ามีการตกลงกันตีราคาที่ดินของ ข. ไว้  200,000 บาท แต่ไม่ได้ตกลงกันตีราคาแรงงานของ ค. ในการหามูลค่าแรงงานของ ค. เพื่อนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณส่วนแบ่งกำไรนั้นมาตรา 1028 ระบุว่าให้นำเงินและทรัพย์สินที่ ก. และ ข. ลงหุ้นมาหาส่วนถังเฉลี่ย ซึ่งในกรณีจะได้เท่ากับ 150,000 บาท ดังนั้นอัตราส่วนในการแบ่งกำไรระหว่าง ก. ข. และ ค. คือ ก.จะได้ปันกำไร 1 ส่วน ข. ได้ 2 ส่วน และ ค. ได้ 1.5 ส่วน

คำพิพากษาฎีกาที่ 817/2476 วินิจฉัยไว้ว่าหุ้นส่วนที่ได้มีข้องตกลงแบ่งส่วนกำไรนั้น ถ้าขาดทุนก็ต้องขาดทุนด้วยตามส่วนที่จะได้กำไรแม้หุ้นส่วนผู้นั้นจะลงหุ้นเพียงแรงงานก็ตาม แต่เมื่อมีการชำระบัญชีเลิกห้าง หรือหุ้นส่วนที่ลงด้วยแรงงานต้องการจะถอนตัวจากการเป็นหุ้นส่วน หุ้นส่วนผู้ลงแรงงานจะขอแบ่งเงินลงทุนจากผู้เป็นหุ้นส่วนที่ลงหุ้นด้วยเงินหรือด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจะมีสัญญากันไว้ว่าให้แบ่งทุนได้

 





การหามูลค่าของสิ่งที่นำมาลงหุ้นเพื่อใช้คำนวณส่วนแบ่งกำไร กฎหมายหุ้นส่วนและบริษัท | สาระความรู้ บทความกฎหมาย ที่น่าสนใจ ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม


จำนวนผู้ชม : 1909 ครั้ง
ลงวันที่ 26/06/2014 23:40:14


ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน