กฎหมายหนี้ (ลักษณะของหนี้)
๑ ลักษณะของหนี้ มีสรุปได้ ดังนี้
คราวที่แล้วอธิบายว่าหนี้คืออะไร ได้พูดถึงกฎหมายลักษณะหนี้ด้วยว่ามีลักษณะอย่างไร เพราะว่าหนี้นั้นบังคับตามกฎหมายลักษณะหนี้ ในบทเบ็ดเสร็จทั่วไป ต้องใช้บทเบ็ดเสร็จทั่วไปบังคับหรือวินิจฉัย ถ้าพูดถึงการสอบก็รู้ได้เลยว่าข้อสองหรือข้อสาม ถ้าเป็นเรื่องหนี้หมายความถึงบทเบ็ดเสร็จทั่วไป มี่ขอบเขตของมาตราก็คือตั้งแต่มาตรา ๑๙๔ ถึง ๓๕๓
คราวที่แล้วได้พูดถึงลักษณะของหนี้เป็นอย่างไร ตั้งแต่บอกว่าหนี้ผูกพันระหว่างบุคคลสองฝ่าย บุคคลภายนอกจะมีสิทธิหรือหน้าที่ในกฎหมายลักษณะหนี้ได้ไหม ก็ต้องคิดไปถึงผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง เป็นต้น
ต่อมาก็คือว่าหนี้ต้องมีวัตถุแห่งหนี้ กระทำการ ละเว้นกระทำการ หรือส่งมอบทรัพย์สิน หรือเรียกว่าโอนกรรมสิทธิ์ส่งมอบทรัพย์สิน วัตถุแห่งหนี้เป็นตัวที่จะบังคับให้ชำระหนี้หรือเป็นพันธะผูกพันกันอยู่
หนี้มีลักษณะแปลกคือเกิดขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการที่จะชำระหนี้ด้วยความไว้วางใจที่จะได้รับชำระหนี้ แต่ผลสุดท้ายก็ไม่มีกำลังที่จะบังคับให้ชำระหนี้ได้เอง เป็นพันธะที่ไม่สามารถบังคับได้เอง ต้องฟ้องศาลเท่านั้น ยกเว้นสิทธิยึดหน่วงกับเรื่องหักกลบลบหนี้
ที่ต้องพูดต่อไปในวันนี้ก็คือหนี้มีหลายระดับ ระดับสูงสุดก็คือหนี้ที่บังคับตามบทเบ็ดเสร็จทั่วไปได้ทุกมาตรา
ต่อมาก็จะเป็นหนี้ที่หย่อนลงมาโดยได้ทุกมาตรา เว้นแต่ฟ้องศาลไม่ได้ก็คือหนี้ที่ขาดหลักฐานเป็นหนังสือห้ามมิให้ฟ้องร้อง เช่น หนี้กู้ยืมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือห้ามฟ้องร้องก็ขาดอำนาจตามมาตรา ๒๑๓ นอกนั้นได้ ชำระหนี้ได้ แปลงหนี้ใหม่ได้
หนี้ต่อมาเป็นหนี้ขาดอายุความซึ่งฟ้องศาลได้ถ้าจำเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้ ศาลยกอายุความขึ้นวินิจฉัยไม่ได้ ถ้าจำเลยยกขึ้นต่อสู้จึงจะถูกยกฟ้อง แต่หนี้ที่ขาดอายุความไปแล้วรับสภาพหนี้ไม่ได้ ได้แต่เพียงรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ
หนี้ตามหน้าที่ศีลธรรม อัธยาศัยในสมาคมตามมาตรา ๔๐๘ บังคับไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ มีผลน้อยมากคือมีผลแต่เพียงว่าถ้ามีการชำระหนี้แล้วเรียกคืนไม่ได้ เป็นการชำระหนี้โดยมีหนี้ไม่ใช่เป็นการได้มาโดยเสน่หา
อีกพวกหนึ่งคือ การพนันขันต่อหาก่อให้เกิดหนี้ไม่ ตามมาตรา ๘๕๓ อย่าเข้าใจผิดว่าการพนันที่ชอบด้วยกฎหมายก่อให้เกิดหนี้ ไม่เกิดหนี้ทั้งนั้น
เมื่อรู้ลักษณะหนี้แต่ละประเภทจะได้ไม่ไปผิดพลาดในการใช้ผลของกฎหมายลักษณะหนี้ ถ้าออกข้อสอบมาเป็นหนี้ที่ขาดหลักฐานเป็นหนังสือหรือเป็นหนี้ที่ขาดอายุความ ก็จะต้องรู้ว่าหนี้นั้นมีผลในกฎหมายลักษณะหนี้อย่างไร เพียงใด เช่น หนี้ที่ขาดอายุความหักกลบลบหนี้ได้ตามมาตรา ๓๔๔
๒ สิทธิเรียกร้อง สรุปจากคำบรรยายได้ ดังนี้
มาดูต่อไปที่อยากจะให้รู้คือคำว่าสิทธิเรียกร้อง (CLIAM) สิทธิเรียกร้องเป็นหนี้แต่ถ้าพูดถึงสิทธิเรียกร้องเป็นการพูดทางด้านเจ้าหนี้ จะเห็นได้ชัดเจนในมาตรา ๓๐๓ ไม่ได้ใช้คำว่าโอนสิทธิ หมวด ๔ โอนสิทธิเรียกร้อง มาตรา ๓๐๓ ใช้คำว่าสิทธิเรียกร้องโอนได้ ไม่ได้โอนความเป็นลูกหนี้ โอนความเป็นเจ้าหนี้ อย่าลืมว่าหนี้มีสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องพูดทางด้านประโยชน์ที่เจ้าหนี้ได้รับ อีกด้านหนึ่งเป็นภาระของลูกหนี้เพราะฉะนั้นแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้จึงเป็นการทำให้ภาระไปตกแก่อีกคนหนึ่ง ไม่เรียกว่าโอน เรียกว่าแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ แต่โอนสิทธิเรียกร้องเป็นการโอนทางฝ่ายเจ้าหนี้หรือความเป็นเจ้าหนี้
ตัวบทอีกหลายๆ แห่งที่ใช้คำว่าสิทธิเรียกร้องก็หมายความดังที่กล่าว มาตรา ๑๙๓/๙ บัญญัติว่าสิทธิเรียกร้องใดๆ ถ้ามิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ ก็เข้าใจกันว่าสิทธิเรียกร้องอันนี้คือหนี้ เกิดไปสรุปขึ้นมาว่าตัวบทเขียนเป็นหลักอย่างนี้ก็แสดงว่าสิ่งที่ไม่ใช่หนี้ไม่มีอายุความ แต่ปรากฏว่ามีคำพิพากษาบางเรื่องใช้อายุความกับสิ่งที่ไม่ใช่หนี้ อย่างนี้จะไม่ถูก ถามว่าด้วยอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์มีสิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนได้ การติดตามทรัพย์คืนนี้ไม่มีอายุความเพราะการใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนตามมาตรา ๑๓๓๖ เป็นอำนาจแห่งทรัพยสิทธิไม่ใช่สิทธิเรียกร้อง ไม่ใช่หนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีอายุความเสียสิทธิ เว้นแต่จะถูกตัดด้วยอายุความได้สิทธิคือมาตรา ๑๓๘๒ ทรัพยสิทธิไม่มีอายุความเสียสิทธิมีแต่อายุความได้สิทธิ ถ้าเรียกทรัพย์คืนแล้วยังเรียกค่าเสียหาย ในส่วนค่าเสียหายนั้นเป็นละเมิด เป็นหนี้อันนี้จึงมีอายุความ เท่ากับเป็นการฟ้องคดีแบบผสมคือเอาทรัพยสิทธิมาผสมกับหนี้
|