นิติกรรมและสัญญา
การแสดงเจตนา (ม.168-170)
การแสงเจตนาต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้า (มาตรา 168)
หลักเกณฑ์ การแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งกระทำต่ออยู่เฉพาะหน้า ให้ถือว่ามีผลนับแต่ผู้รับการแสดงเจตนาได้ทราบถึงการแสดงเจตนานั้น การแสดงเจตนาโดยเฉพาะหน้านี้รวมถึงการแสดงเจตนาทางโทรศัพท์ เครื่องมือสื่อสาร หรือวิธีอื่นทำนองเดี่ยวกัน
การแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งอยู่เฉพาะหน้านี้ เป็นการแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งสามารถรับทราบการแสดงเจตนาของผู้ที่แสดงเจตนาตอบโต้ได้ทันที ทั้งนี้ไม่ต้องคำนึงถึงระยะทางระหว่างผู้แสดงเจตนาจะอยู่ห่างจากผู้รับการแสดงเจตนานั้นมากน้อยเพียงใด ถ้าอยู่ห่างกันแต่ติดต่อทางโทรศัพท์กันได้ หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ ให้ทราบถึงการแสดงเจตนานั้นได้ทันที การแสดงเจตนานั้นกล่าวจึงมีผลเมื่อผู้รับการแสดงเจตนาได้ทราบถึงการแสดงเจตนานั้น
การแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า (มาตรา 169)
หลักเกณฑ์ การแสดงเจตนาซึ่งกระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า มีผลนับตั่งแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา แต่ถ้าบอกถอนไปก่อนหรือพร้อมกัน การแสดงเจตนานั้นจะตกเป็นอันไร้ผล
การแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า ในกรณีที่ผู้รับการแสดงเจตนาไม่สามารถทราบการแสดงเจตนาของผู้แสดงเจตนาได้ทันที เช่น สั่งซื้อสินค้าทางจดหมาย กรณีเช่นนี้การแสดงเจตนาสั่งซื้อสินค้าดังกล่าวมีผลนับตั่งแต่ที่จดหมายไปถึงผู้ขาย สังเกตว่าการแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้ามีผลทันทีนับตั่งแต่เวลาที่การแสดงเจตนาไปถึงผู้รับการแสดงเจตนาโดยไม่คำนึงถึงว่าผู้รับการแสดงเจตนาจะทราบถึงการแสดงเจตนานั้นหรือไม่ ดังนั้น เมื่อจดหมายสั่งซื้อสินค้าไปถึงผู้ขายแล้ว ถือว่าคำเสนอซื้อสินค้ามีผลทันทีแม้ผู้ขายสินค้าจะยังไม่เปิดจดหมายออกอ่านก็ตาม
คำสั่งภายในของฝ่ายหนึ่งซึ่งยังไม่ได้แสดงเจตนาไม่ถึงยังอีกฝ่ายหนึ่ง การแสดงเจตนาก็ยังไม่มีผล คือยังไม่ผูกผันผู้แสดงเจตนา
ฎีกา 1701/2493 ทำหนังสือขอซื้อไม้ซุงสักต่อโรงงานเลื่อยไม้ แม่กองขายของโรงงานได้บันทึกข้อความเห็นส่งไปว่าสมควรขายในราเท่าใดแล้วเสนอผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการบันทึกให้อนุญาตให้ขายได้ตามที่แม่กองเสนอมา ดังนี้ คำสั่งผู้อำนวยการเป็นเพียงคำสั่งภายในถึงคนขายของตน ให้ขายสิ่งของตามราคาที่ว่านั้นได้ หาได้มีการแสดงเจตนาถึงผู้จะซื้ออย่างไรไม่ จึงไม่ทำให้เกิดนิติสัมพันธ์เป็นสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายขึ้นแล้ว
ข้อสังเกต การแสดงเจตนาต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้ามีผลนับตั่งแต่เวลาที่ไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา จึงถือหลักแต่เพียงเจตนาไปถึงเท่านั้น ไม่ว่าผู้รับการแสดงเจตนาจะยอมรับหรือไม่ หรือมีผู้รับแทน หรือผู้รับไม่ยอมรับ หรือไม่ว่าจำเลยจะทราบข้อความหรือยัง ก็ถือว่าการแสดงเจตนานั้นมีผลแล้ว
(ผู้รับไม่ยอมรับ) ฎีกา 822/2534 โจทก์ได้รับโอนห้องพิพาทจากมารดา โดยจำเลยเป็นผู้เช่าในขณะโอน โจทก์จึงรับโอนและสิทธิหน้าที่ตามสัญญาเช่า ตาม ป.พ.พ. 569 วรรคสอง
โจกท์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าไปยังจำเลย ณ ห้องพิพาทแล้ว แต่ส่งไม่ได้ โดยมีหม่นเหตุการนำจ่ายไปรษณีย์ภัณฑ์แจ้งเหตุขัดข้องว่าผู้รับไม่ยอมรับ จึงถือได้ว่าได้มีการบอกเลิกการเช่าไปถึงจำเลยโดยชอบแล้ว
(หลีกเลี่ยงไม่ยอมรับ) ฎีกา 5785/2539 เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำหนังสือบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไปส่งที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่1 แม้ไม่พบจำเลยที่1 และไม่มีผู้ใดรับไว้โดยเกิดจากการที่จำเลยที่1 หลีกเลี่ยงไม่ยอมรับ ก็ถือว่าหนังสือบอกเลิกสัญญาไปถึงจำเลยที่1 และมีผลเป็นการบอกเลิกสัญญาแล้ว
ฎีกา 1060/2541 เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยที่1 ทางไปรษณีย์ตอบรับจ่าหน้าถึงจำเลยที่1 ตามภูมิลำเนา และมือผู้ลงลายมือรับชื่อไว้ ย่อมถือได้ว่าการบอกเลิกสัญญาดังกล่าวของโจทก์มีผลนับตั่งแต่เวลาที่หนังสือบอกเลิกสัญญาส่งถึงจำเลยที่1แล้ว การบอกเลิกสัญญาของโจกท์ชอบด้วยกฎหมาย
การณีผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตาย (มาตรา 169 วรรคสอง)
หลักเกณฑ์ การแสดงเจตนาที่ส่งออกไปแล้วย่อมไม่เสื่อมเสียไป แม้ภายหลังการแสดงเจตนานั้น ผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ
ตามบทบัญญัติวรรคนี้ ต้องตีความต่อเนื่องกับวรรคหนึ่ง กล่าวคือต้องเป็นกรณีการแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า การสแดงเจตนานั้นมีผลเมื่อการแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา ระยะเวลาที่การแสดงเจตนาจะไปถึงผู้รับการแสดงเจตนามากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่วิธีการส่งการแสดงเจตนา ระยะทาง ปัจจัยอื่นประกอบกัน ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 169 วรรคสองนี้ หมายถึงในระหว่างที่การแสดงเจตนาที่ส่งออกไปนั้นยังไม่ไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา ผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตายหรือถูกศาลสั่งในเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถเสียก่อน การแสดงเจตนานั้นก็ไม่เสียไป เช่น ผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาซื้อขายที่ดินไปยังผู้ขายโดยส่งทางจดหมาย ระหว่างที่ส่งจดหมายยังไม่ถึงผู้ขาย ผู้ซื้อถึงแก่ความตายเสียก่อน การบอกเลิกสัญญานั้นไม่เสียไป ดังนั้น แม้หนังสือบอกเลิกสัญญาไปถึงผู้ขายภายหลังผู้ซื้อตายแล้ว การบอกเลิกสัญญานั้นมีผลให้สัญญนั้นเป็นอันเลิกกัน
แต่อย่างไรก็ตามถ้าคำเสนอคำสนองในเรื่องสัญญา มีข้อยกเว้นอยู่ในมาตรา 360 ซึ่งบัญญัติว่ามิให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา 169 วรรคสองมาบังคับใช้ หากขัดกับเจตนาอันผู้เสนอได้แสดง หรือหากว่าการสนองรับนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ
กล่าวคือถ้าในเรื่องการแสดงเจตนาที่เป็นคำเสนอ หรือคำสนองแล้ว ถ้าผู้เสนอไปส่งคำเสนอไปแล้ว ระหว่างที่คำเสนอยังไม่ถึงผู้รับ(ผู้สนอง) ผู้เสนอถึงแก่ความตายหรือตกเป็นบุคลลไร้ความสามารถก่อน โดยปกติแล้วก็ไม่ถือว่าคำเสนอนั้นเสียไป แต่ถ้าผู้เสนอได้แสดงเจตนาไว้ว่าถ้าตนถึงแก่ความตายหรือตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถให้คำเสนอนั้นเสียไป หรือผู้จะเสนอรับ ผู้นั้น(ผู้ที่จะทำคำสนอง) รู้แล้วว่าผู้เสนอถึงแก่ความตาย หรือตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ คำเสนอนั้นก็เสียไป เช่น นาย ก เสนอขายที่ดดินให้แก่นาย ข จำหนวน 2 ไร่ ราคา 5 ล้านบาท หนังสือเสนอขายที่ดินมาถึงนาย ข เมื่อนาย ก ถึงแก่ความตายไปแล้ว 2 วัน ถ้านาย ข ไม่รู้ว่านาย ก ตายไปแล้ว นาย ข ได้ตอบตกลงซื้อที่ดินดังกล่าว สัญญาซื้อขายก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าก่อนที่นาย ข จะตอบตกลงซื้อที่ดินได้ทราบว่า นาย ก ตายไปแล้ว ถือว่าคำเสนอนั้นเสียไป นาย ข ไม่มีสิทธิทำคำสนองรับซื้อที่ดิน
การแสดงเจตนาต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ (มาตรา 170)
หลักเกณฑ์ การแสดงเจตนาต่อผู้เยาว์ หรือผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถมีผลต่อผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ได้รู้หรือยินยอมก่อนแล้ว
(แต่การครอบครองปรปักษ์ไม่ใช่การแสดงเจตนา ถึงใช้ยันผู้เยาว์ได้ แม้ผู้แทนโดยชอบธรรมจะไม่รู้ก็ตาม) ฎีกา 17-18/2497 การครอบครองปรปักษ์นั้น ผู้ครอบครองยกขึ้นใช้ยันผู้เยาว์ได้ แม้ผู้แทนโดยชอบธรรมจะไม่รู้ก็ตามเพราะการครอบครองปรปักษ์ไม่ใช่การแสดงเจตนา
|