คดีนายบุญเพ็งหีบเหล็ก
โดยหลวงอรรถปรีชาชนูปการ (ฉอรรถ แสนโกศิก) อธิบดีกรมอัยการคนที่ ๙ (พ.ศ. ๒๔๙๑-๒๕๐๕)
****************
"คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๗ - ๖๔๙/๒๔๖๓ จำเลยในคดีนี้คือนายบุญเพ็งกับพวก ท่านที่อยู่ในสมัยนี้ คงเคยได้ยินลำตัดเรื่องหีบเหล็กลอยน้ำ เพราะเป็นเรื่องฆ่าคนแล้วใส่หีบเหล็ก เรื่องเกิดมาราว ๔๐ ปี คือเกิดในปี พ.ศ. ๒๔๖๑ จากการที่ได้อ่านคำพิพากษาในเรื่องนั้นแต่ครั้งผมยังศึกษาอาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง แต่มีใจความสำคัญพอจำได้ เรื่องที่เกิดขึ้น คือ นายบุญเพ็งนี้เป็นชาวอีสานบวชอยู่ที่วันสุทัศน์ ทางการพิจารณาปรากฎว่า เป็นผู้ที่ประพฤติผิดทางวินัยของพระอยู่ตลอดเวลา เช่นการกินเหล้า เล่นการพนันในระหว่างที่บวช เรื่องการฆ่าคนตายที่เป็นคดีเรื่องนี้ คือคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว ๒ เรื่อง เพราะคดีเกี่ยวพันกันและฆ่าคนตาย ๒ คน เริ่มต้นเหตุเกิดในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๑ ปรากฎว่านายล้อมเป็นพ่อค้าขายของเบ็ดเตล็ด เครื่องทองเครื่องสายสร้อยต่าง ๆ นายบุญล้อมคุ้นเคยกับนายบุญเพ็ง วันเกิดเหตุได้ความว่า นายบุญล้อมกลับจากการขายของแล้วไม่ไปบ้าน นัยว่า ตอนเย็นมีข้อโต้เถียงกันขึ้นกับนายบุญเพ็ง แต่ข้อโต้เถียงนี้ไม่ปรากฎว่าเป็นเรื่องการพนันหรือเรื่องอะไร ประจักษ์พยานไม่มีมีแต่เหตุผลแวดล้อมว่า นายบุญล้อมได้ไปที่นั่นและเกิดโต้เถียงกัน ตอนกลางคืนนายบุญล้อมก็นอนที่นั่น และในตอนสายปรากฎว่ามีหีบเหล็กมาอยู่บนกุฏิ แล้วก็หีบเหล็กนั้นได้นำออกไปจากวัด ต่อมากี่วันจำไม่ได้ มีคนงมกุ้งที่ริมน้ำหน้าสถานีบางกอกน้อยพบหีบเหล็ก ด้วยความดีใจเก็บขึ้นมานึกว่าเป็นทรัพย์ จึงเก็บขึ้นมาจากน้ำ พอเปิดหีบเหล็กออกปรากฎว่ามีคนตายถูกมัดอยู่ในหีบเหล็ก
...เรื่องไปถึงตำรวจ สอบสวนก็ได้ความว่า เป็นนายบุญล้อมถูกทำร้ายมีบาดแผลที่ศีรษะ ที่ศพถูกหักขาหักคอแล้วเชือกมัดใส่ในหีบเหล็ก รอยที่ถูกทำร้ายเข้าใจว่าถูกตี ตำรวจได้พยายามสืบ ไม่ได้ความชัดในเบื้องต้น ต่อมาอีกราว ๒ เดือน ปรากฎว่ามีหีบเหล็กลอยน้ำขึ้นอีกหนึ่งใบที่วัดไทรม้า จังหวัดนนทบุรี เจ้าพนักงานทราบเข้าว่าเกิดหีบใบที่สองขึ้น ก็เริ่มทำการสอบสวน ได้ความว่าเป็นศพของนางปลีก นางปลิกนี้เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับนายบุญเพ็งตั้งแต่บวชเป็นพระ นายบุญเพ็งนี้ได้ความว่า ตั้งแต่วันที่นายบุญล้อมหายไปก็สึก เพื่อจะแต่งงานแต่ว่ารวบรวมเงินไม่พอ จึงไปเช่าห้องแถวอยู่ที่แถววัดเลียบ ในเวลานั้นปรากฎว่า นางปลิกซึ่งเป็นผู้คุ้นเคยไปหา และเป็นแม่ค้ามีเครื่องแต่งตัวและทรัพย์ติดไปด้วย นัยว่าจะไปประมูลร้านออกแสดงในงานฤดูหนาวสวนจิตรลดาแล้วก็หายไป ครั้นมาได้ศพนางปลิกเขาก็สาวเรื่องมา ก็ได้ความว่านางปลิกนี้ไปหานายบุญเพ็งแล้วก็หายไป จึงได้ไปค้นที่ห้องนายบุญเพ็ง ค้นหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายอย่าง เช่น เชือก ซึ่งเป็นเชือกทำนองเดียวจับมัดศพนางปลิก ได้ผ้าเช็ดปากของนางปลิกและเครื่องรูปพรรณ จะเป็นแหวนหรือสายสร้อยก็จำไม่ได้ ซึ่งเอาไปจำนำไว้ เขาเอาลายมือของผู้ที่จำนำมาเปรียบเทียบ ก็ตรงกับลายมือของนายบุญเพ็ง และมีพยานเฉพาะนางปลิก มีพยานว่านางปลิกไปหานายบุญเพ็ง สมมุติว่าไปหาวันนี้แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย ปรากฎว่าในตอนเช้าที่หน้าห้องมีหีบเหล็กใบหนึ่งมาวางไว้ และก็เรียกรถและเอาขึ้นรถ พวกข้างบ้านเข้าใจว่าทิดสึกใหม่จะหนีค่าเช่า เพราะเพิ่งสึกได้ยังไม่ถึงเดือนและขนของใส่หีบไป นี่ได้จากพยานหลักฐานเท่านี้เกี่ยวกับคดีของนางปลิก..
..เมื่อเป็นเช่นนั้นเรื่องก็สาวมาถึงเรื่องนายบุญล้อมที่ถูกฆ่าตายที่วัดสุทัศน์ เขาก็ไปค้นที่กฎินายบุญเพ็ง พบเชือกที่มีรอยตัดปรากฎว่ามาต่อกับเชือกที่มัดศพของนายบุญล้อมได้พอดีกัน ได้ของบางอย่างของนายบุญล้อมอยู่ที่นั่น ได้ไม้กดพะไลหน้าต่างมีรอยเป็นจุด ๆ เห็นจะเป็นไม้ที่ีตีนายบุญล้อม หลักฐานอื่น ๆ ยังมีอีกหลายอย่าง
..คดีเรื่องนี้ก็ไปสู่ศาลกล่าวหาว่านายบุญเพ็งนี้ฆ่านายบุญล้อมและนางปลิก คดีเรื่องฆ่านี้เผอิญเข้ารวมพิจารณาเข้าด้วยกัน เพราะเรื่องต้องมาเชื่อมกันเหตุผลโยงกัน การฆ่าเป็นทำนองเดียวกัน และมีเหตุผลต่อเนื่องกันอยู่ก็คือ เมื่อเอาศพนางปลิกใส่หีบไปที่วัดไทรม้านั้น เมื่อเวลาที่นายบุญเพ็งเอาหีบลงไปที่ท่าน้ำวัด ยังถามคนที่อยู่หน้าวัดว่าแถวนี้มีคนมางมกุ้งไหม? ความอันนี้ไปเชื่อมกับเรื่องนายบุญล้อมที่เอาไปถวงไว้หน้าสถานีบางกอกน้อย คนงมกุ้งมาพบเข้า เหตุผลเกร็ดเหล่านี้เป็นพยานเชื่อมโยงว่าคดีเกี่ยวพันกัน เด็กที่นั่นบอกว่า ไ่ม่มีใครมางมกุ้งที่หน้าวัดหรอก แต่ว่าหีบเหล็กใบนั้นไม่มีใครงมลอยขึ้นมาเอง จึงมีลำตัดในสมัยนั้นเรียกว่า "หีบเหล็กลอยน้ำ" และก็เป็นเรื่องเป็นราวต่อมา ดูจะเลื่องลือกันอยู่มาก กรณีนี้ได้ความดังนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาประหารชีวิตนายบุญเพ็ง ที่ศาลเดิมได้ลงโทษคือ "เป็นเรื่องฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทรมานหรือทารุณโหดร้าย" การที่ผมนำมาเล่านี้ เป็นเรื่องตามกฎหมายเก่าซึ่งมีอยู่หลายเรื่อง แต่ว่าตามบทบัญญัติใหม่ยังไม่มีเรื่องนี้ เป็นคดีขึ้นสู่ศาลถ้ามีคดีสู่ศาลสูงก็จะนำมาเล่าให้ฟัง"
โดยหลวงอรรถปรีชาชนูปการ (ฉอรรถ แสนโกศิก) อธิบดีกรมอัยการคนที่ ๙ (พ.ศ. ๒๔๙๑-๒๕๐๕) : บันทึกคำบรรยายประมวลกฎหมายอาญา ปี ๒๕๐๑
*************************
เรื่องราว ภาพประวัติศาสตร์ การกุดหัวนายบุญเพ็งฯ : http://www.lawsiam.com/?name=article&file=read&max=940
อ้างอิงที่มา : Turkjung Law
|