ในคดีที่จำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ถูกฟ้อง จำเลยมักจะต่อสู้อยู่ข้อหนึ่ง ว่าไม่เคยได้รับเงินกู้
******************
การส่งมอบเงินที่ยืม หลักประการสำคัญของการกู้ยืมเงินประการหนึ่งคือ ต้องมีการส่งมอบเงินที่กู้ยืม สัญญากู้ยืมเงินจึงจะบริบูรณ์หรือสมบูรณ์ หลักนี้เป็นไปตาม มาตรา ๖๕๐ วรรคสอง
ในคดีที่จำเลยซึ่งเป็นผู้กู้ถูกฟ้อง จำเลยมักจะต่อสู้อยู่ข้อหนึ่ง ว่าไม่เคยได้รับเงินกู้ ซึ่งการต่อสู้อย่างนี้จำเลยสามารถนำสืบพยานบุคคลได้ไม่ต้องห้าม ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๙๔ (ฎีกาที่ ๔๖๘๖/๒๕๔๐)
ถ้าฟังได้ตามที่จำเลยต่อสู้ ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง การส่งมอบเงินที่กู้หรือไม่ จึงมีผลสำคัญต่อสัญญากู้ และผลของคดีมาก ถ้าผู้ให้กู้ส่งมอบเงินให้แก่ผู้กู้โดยตรง ก็ไม่มีปัญหาอะไรมากนักที่เป็นปัญหามากก็คือการส่งมอบเงินกันโดยทางอ้อมหรือโดยปริยาย เช่น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๕๒/๒๕๒๘ จำเลยทำสัญญาจะซื้อที่ดินโจทก์แต่ไม่มีเงินวางมัดจำ จึงทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้แทนการวางมัดจำ สัญญากู้ยืมจึงมีมูลหนี้ มาจากการที่จำเลยมีหนี้ที่จะต้องวางมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน เมื่อจำเลยผิดสัญญาโจทก์จึงมีสิทธิริบมัดจำ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญากู้ยืมได้ เพราะมีมูลหนี้ต่อกันและกรณีเช่นนี้ถือว่ามีการส่งมอบเงินให้แก่จำเลยผู้กู้แล้ว (ถ้าข้อเท็จจริงเปลี่ยน เป็นผู้ขายเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขาย ผู้ขายไม่มีสิทธิริบมัดจำ ผู้ขายจะฟ้องเรียกเงิน ตามสัญญากู้ไม่ได้เพราะไม่มีหนี้ตามสัญญากู้)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๘๑/๒๕๓๓ จำเลยทั้งสองขอเช่า น.ส.๓ ของโจทก์เพื่อประกันตัว ว. พี่ของจำเลยที่ ๒ ที่ถูกฟ้อง โจทก์เรียกค่าตอบแทนและให้จำเลยที่ ๑ ทำ สัญญากู้และให้จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันความเสียหาย ที่โจทก์ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว ว. ขณะที่จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันดังกล่าวยังไม่มีการทำสัญญาประกันตัว ว. และความเสียหายยังไม่เกิด ไม่มีหนี้เดิมที่จะแปลงเป็นมูลหนี้ในสัญญากู้ได้ จำเลยที่ ๑ ผู้กู้และจำเลยที่ ๒ ผู้ค้าประกัน จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
อ้างอิง รวมคำบรรยายเนติฯ เล่มที่ 3 สมัยที่ 68 - วิชากฎหมาย ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ (ภาคปกติ) อ.ปัญญา ถนอมรอด
|