1. สิทธิเก็บกิน ป.พ.พ. มาตรา 1417 และมาตรา 1418 วางหลักไว้ สรุปได้ว่า
1.1 อสังหาริมทรัพย์อาจตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกิน ผู้ทรงสิทธิเก็บกินนั้นมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้น (มาตรา 1417 วรรคหนึ่ง)
1.2 ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน (มาตรา 1417 วรรคสอง)
1.3 สิทธิเก็บกินอาจมีกำหนดเวลาหรือตลอดชีวิตผู้ทรงสิทธิเก็บกิน (มาตรา 1418 วรรคหนึ่ง)
1.4 ถ้าไม่มีกำหนดเวลาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า สิทธิเก็บกินมีอยู่ตลอดชีวิตผู้ทรงสิทธิเก็บกิน (มาตรา 1418 วรรคสอง)
1.5 ถ้าผู้ทรงสิทธิเก็บกินถึงแก่ความตาย สิทธิเก็บกินย่อมสิ้นไปเสมอ (มาตรา 1418 วรรคท้าย)
2. สิ่งที่จะต้องระมัดระวังและต้องระลึกไว้เสมอว่า สิทธิเก็บกินเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภท “ทรัพยสิทธิ”
3. ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่กล่าวถึงสิทธิเก็บกินที่ควรทราบดังต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 2297/2541
ป.พ.พ. มาตรา 537, 538, 569, 1417, 1418
ป.วิ.พ. มาตรา 55
โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทได้จดทะเบียนสิทธิเก็บกินที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ ท.ต่อมา ท. ในฐานะผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เช่ามีกำหนดเวลา 30 ปี โดยมีการทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาเช่าย่อมีผลผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แม้ในระหว่างอายุสัญญาเช่า ท. จะถึงแก่ความตายซึ่งเป็นผลให้สิทธิเก็บกินสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1418 วรรคสุดท้าย แต่ก็ไม่กระทบถึงสิทธิของจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก และหามีผลทำให้สัญญาเช่าดังกล่าวระงับไปไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสอง
คำพิพากษาฎีกาที่ 2380/2542
ป.พ.พ. มาตรา 194, 213, 369, 1298, 1299, 1417
โจทก์จำเลยตกลงกันด้วยวาจาให้โจทก์มีสิทธิเก็บกิน ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตลอดชีวิตของโจทก์ เพื่อเป็นการตอบแทน ในการที่โจทก์ยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นให้แก่จำเลย ซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ จำเลยจะมีผลประโยชน์จากสิ่งปลูกสร้างโดยได้เงินกินเปล่าจากผู้เช่า ส่วนโจทก์มีรายได้เฉพาะการเก็บค่าเช่าเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงพิเศษอย่างสัญญาต่างตอบแทน ก่อให้เกิดบุคคลสิทธิแก่โจทก์ ในอันที่จะเรียกร้องให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเก็บกินนั้น ตราบใดที่จำเลยผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังมิได้โอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเก็บกินได้
“
|