๔. การที่ผู้ตายกำลังกระทำชำเราภรรยา.แม้ไม่ใช่ภรรยาโดยชอบด้วยกฏหมาย แต่อยู่กินกันมา ๑๓ ปี มีบุตรด้วยกัน ๖ คน ย่อมมีความรักใคร่ การที่ใช้มีดที่หาได้บริเวณนั้นแทงผู้ตาย ๒ ที แทงภรรยา ๑ ที เป็นการทำผิดโดยบรรดาลโทสะ คำพิพากษาฏีกา ๒๔๙/๒๕๑๕
๕. เห็นสามีนอนเปลือยกายในห้องกับหญิงอื่น เมื่อเคาะประตู หญิงถามว่า " เคาะประตูทำไม" เป็นการกระทบกระเทือนใจอย่างแรง ใช้ปืนยิงสามีจนถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำด้วยความหึงหวงโกรธแค้นคุมสติไม่ได้ กระทำลงไปในขณะที่ควบคุมสติและระงับอารมณ์โกรธไม่ได้ ถือถูกขมเหงทางจิตใจด้วยเหตุไม่เป็นธรรมอ้างทำโดยบรรดาลโทสะ คำพิพากษาฏีกา ๒๓๔๙/๒๕๒๖
๖.ด่าถึงโคตรพ่อโคตรแม่ทั้งที่เคยให้ความช่วยเหลือมาตลอด จนระงับอารมณ์ไม่ได้ยิงผู้ตาย ๑ นัด อ้างบรรดาลโทสะได้ คำพิพากษาฏีกา ๕๘๖/๒๕๒๗
๗. จะกลับไปเยี่ยมมารดา แต่ผู้ตายไม่ให้ไปพร้อมหาว่าจะไปมีชู้ พร้อมทุบตี จึงใช้ปืนผู้ตายยิง ๑ นัด อ้างบรรดาลโทสะได้ คำพิพากษาฏีกา ๒๒๘๐/๒๕๒๗
๘.เตะลูกอัทณทะของจำเลยก่อน โดยไม่มีสาเหตุใดๆ จึงใช้มีดฟันไปทันที อ้างบรรดาลโทสะได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๒๓๕/๒๕๒๗
๙.พูดว่า " กูต้องเอามึงแน่" จำเลยยกมือไห้วและบอก " ไม่สู้พี่หรอก" ก็ยังตรงเข้าชกต่อย จำเลยจึงใช้มีดแทง ๑ ทีถูกที่คอ ผู้ตายเซลงบันได จำเลยตามเข้าไปแทงซ้ำ ๒ - ๓ ครั้ง จำเลยถูกขมเหงอย่างร้ายแรง อ้างบรรดาลโทสะได้ คำพิพากษาฏีกา ๓๓๑๘/๒๕๒๘