หัวข้อ : หมิ่นประมาทในทางแพ่ง เปรียบเทียบกับหมิ่นในทางอาญา อาจารย์เพ็ง เพ็งนิติ ละเมิด เนติฯ
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)





หมิ่นประมาทในทางแพ่ง ในลักษณะเชิงเปรียบเทียบกับหมิ่นในทางอาญา....โดยท่านอาจารย์เพ็ง เพ็งนิติ (ผู้บรรยายวิชาละเมิด เนติฯ)^^

...หมิ่นประมาท (ตามป.พ.พ. มาตรา 423)
1. ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย
2. ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริ
3. ต่อบุคคลที่สาม
4. ผู้กระทำรู้หรือควรจะรู้ว่าไม่จริง
5. เป็นที่เสียหายแก่
1. ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่น
2. ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่น

....**ข้อสังเกต**
... 1) ความเสียหายแก่ชื่อเสียงถือว่าเป็นความเสียหายต่อสิทธิอย่างหนึ่ง และหากเป็นเรื่องหมิ่นประมาทจะเป็นกรณีตามมาตรา 423 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นการละเมิดทั่วไปตามป.พ.พ. 420 แต่ถ้าเป็นเรื่อง การดูหมิ่นในทางอาญา ปอ.393 (ไม่ใช่หมิ่นประมาท) จึงไม่ต้องด้วยมาตราป.พ.พ 423 แต่ถือว่าเป็นละเมิดต่อสิทธิตามป.พ. 420 ซึ่งเป็นบททั่วไป

..2) การหมิ่นประมาทในทางแพ่ง จะต้องเป็นเรื่องไม่จริง หากเป็นเรื่องจริงไม่เป็นหมิ่นประมาทตาม ป.พ. 423 ต่างกับคดีอาญา ตามป.อ. 326 ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริงก็เป็นความผิด

.. 3) มาตรา 423 ไม่มีคำว่า “จงใจหรือประมาทเลินเล่อ”เหมือน ป.พ.พ. 420 แต่การที่ผู้กระทำรู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริง ย่อมเป็นการกระทำโดยจงใจ 

Ex..เช่น ฎีกาที่ 1590/2528 การกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงอันเป็นการทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 นั้น ผู้กระทำจะต้องรู้หรือควรจะรู้ได้ว่าไม่จริง จำเลยที่ 3 ลงพิมพ์โฆษณาข้อความในหนังสือพิมพ์เพื่อให้นักข่าวของตนซึ่งถูกฆ่าตายได้รับความเป็นธรรม ถึงหากข่าวนั้นจะไม่เป็นความจริง โดยมีผู้แอบอ้างชื่อโจทก์นำสร้อยไปมอบให้ภริยารัฐมนตรีเพื่อวิ่งเต้นล้มคดีที่โจทก์ตกเป็นผู้ต้องหาจ้างวานฆ่านักข่าว แต่เมื่อมีเหตุที่จำเลยที่ 3 จะคาดคิดเช่นนั้นได้จำเลยที่ 3 ก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าไม่จริง การกระทำของจำเลยที่3 จึงไม่เป็นการทำละเมิด

4) การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต (ตามป.อ.มาตรา 329) หรือเป็นการกระทำของคู่ความหรือทนายความในการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล (ตามป.อ.มาตรา 331) นำมาใช้ยกเว้นความรับผิดในทางแพ่งตามมาตรา 423 ด้วย 

Ex..เช่น ฎีกาที่ 657/2527 โจทก์แสดงออกต่อบุคคลทั่วไปว่าเป็นภริยาของ พ.ดังนั้นเมื่อจำเลยบังคับคดียึดทรัพย์โจทก์แล้ว พ. ร้องขัดทรัพย์ว่าเป็นของตน จำเลยจึงฟ้องโจทก์กับ พ. เป็นคดีอาญาข้อหาโกงเจ้าหนี้ และเบิกความว่า “โจทก์เป็นภริยาลับ พ.อยู่กินกันอย่างไม่เปิดเผยนานๆ ไปมาหาสู่กันครั้ง” คำเบิกความของจำเลยจึงเป็นถ้อยคำของคู่ความในกระบวนพิจารณาในศาลเพื่อประโยชน์แก่คดีของจำเลยเอง และเป็นการกระทำไปโดยสุจริต จึงไม่เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นละเมิด

เรียบเรียงโดย..ติวเตอร์เจน




หมิ่นประมาทในทางแพ่ง เปรียบเทียบกับหมิ่นในทางอาญา อาจารย์เพ็ง เพ็งนิติ ละเมิด เนติฯ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2488 ครั้ง
ลงวันที่ 08/06/2014 23:16:36





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน