หัวข้อ : ถามตอบฎีกา #เจ้าหนี้มีสิทธินำหนี้ที่ขาดอายุความแล้วมาฟ้องคดีต่อศาลได้หรือไม่ ?
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







เจ้าหนี้มีสิทธินำหนี้ที่ขาดอายุความแล้วมาฟ้องคดีต่อศาลได้หรือไม่ ?

อายุความ หมายถึง ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล

ในคดีแพ่ง หากเจ้าหนี้มิได้ฟ้องคดีต่อศาลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หนี้นั้นจะกลายเป็น “หนี้ที่ขาดอายุความ” ซึ่งจะทำให้ลูกหนี้มีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้ตามป.พ.พ. มาตรา 193/9 และมาตรา 193/10

อย่างไรก็ตาม หากลูกหนี้มิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะยกฟ้องโดยอ้างว่าหนี้ขาดอายุความแล้วไม่ได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 193/29

ดังนั้น ปัญหาเรื่อง “อายุความ” ในคดีแพ่ง แม้จะเป็น “ปัญหาข้อกฎหมาย” แต่ก็มิใช่ “ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน” หากลูกหนี้มิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะยกอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 193/29 ประกอบป.วิ.แพ่ง มาตรา 142 (5)

ฎ.8738/2550 การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกปัญหาว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีนำที่ดินและตึกแถวพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสไปโอนให้บุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอมของคู่สมรสจึงถือได้ว่าเป็นการจัดการสินสมรสโดยปราศจากความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1480 วรรคสอง บัญญัติว่า “การฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมตามวรรคหนึ่งห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รู้เหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่ได้ทำนิติกรรมนั้น” จะเห็นได้ว่ากำหนดระยะเวลาให้ฟ้องคดีดังกล่าวเป็นกำหนดระยะเวลาให้ใช้สิทธิเรียกร้อง ถ้ามิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ จึงเป็นเรื่องอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/9 ปัญหาเรื่องอายุความไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มิได้ยกปัญหานี้ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องอายุความมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 193/29 ที่ศาลอุทธรณ์ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกฟ้องเป็นการไม่ชอบ

ส่วนปัญหาเรื่อง “อำนาจฟ้อง” ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกปัญหาอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามป.วิ.แพ่ง มาตรา 142 (5)

ฎ.6777/2553 เมื่อปรากฏว่า บ. ถึงแก่กรรมแล้ว จำเลยในฐานะผู้ชำระบัญชีต้องจ่ายเงินตามสิทธิในหุ้นจำนวน 500 หุ้น ให้แก่กองมรดกของ บ. ตามหลักฐานผู้ถือหุ้นที่ปรากฏเช่นเดียวกับโจทก์ แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ตามฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ฟ้องในฐานะเป็นภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับ บ. ไม่ได้ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกของ บ. จึงไม่อาจอ้างแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชีได้ เพราะเป็นการกระทบกระเทือนต่อกองมรดกของ บ. เนื่องจากทายาทของ บ. อาจมีข้อต่อสู้กับโจทก์ได้ว่าเงินที่ บ. มีสิทธิได้รับนั้น โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับครึ่งหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่โจทก์จะไปว่ากล่าวเอาจากกองมรดกของ บ. เอง ไม่ใช่มาเรียกเอาจากผู้ชำระบัญชี ส่วนหุ้นที่ บ. เป็นผู้ถือหุ้นนั้น จะเป็นการถือแทนห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. และห้างดังกล่าวเป็นผู้ออกเงินค่าหุ้นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จะไปว่ากล่าวเอากับผู้จัดการมรดกหรือทายาทของ บ. เอง ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินครึ่งหนึ่งตามส่วนของหุ้นทั้งหมดที่ บ. ถือ คิดเป็น 250 หุ้น เป็นเงิน 369,235.95 บาท จากจำเลยได้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)

เห็นได้ว่า “อายุความ” เป็นคนละเรื่องกับ “อำนาจฟ้อง”

นอกจากนี้ ป.พ.พ. บรรพ 2 เรื่องหนี้ในหมวดว่าด้วย “ความระงับแห่งหนี้” มิได้บัญญัติรวมถึงหนี้ที่ขาดอายุความด้วยแต่อย่างใด ดังนั้น การที่หนี้ขาดอายุความจึงไม่ทำให้หนี้ระงับ กล่าวคือ แม้หนี้จะขาดอายุความแล้วหนี้นั้นยังคงมีอยู่จริง สอดคล้องกับป.พ.พ. มาตรา 193/28 ซึ่งกำหนดว่า การชำระหนี้เมื่อหนี้ขาดอายุความแล้ว ลูกหนี้จะเรียกคืนไม่ได้

ด้วยเหตุดังกล่าว เจ้าหนี้จึงมีสิทธินำหนี้ที่ขาดอายุความแล้วมาฟ้องคดีต่อศาลได้ โดยลูกหนี้มีสิทธิยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่าหนี้ขาดอายุความแล้วได้

ในกรณีที่ลูกหนี้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ หากศาลเห็นว่า หนี้ขาดอายุความจริง ศาลต้อง “ยกฟ้อง” โดยไม่จำต้องคำนึงลูกหนี้ค้างชำระหนี้หรือไม่ เพียงใด

ฎ.6853/2538 โจทก์ทำสัญญาจ้างจำเลยให้ทำการย่อยและขนส่งหินคลุกกองรายทางใช้สำหรับราดยางในทางหลวง ตามสัญญาดังกล่าวกำหนดให้จำเลยส่งมอบงานงวดที่ 1 ให้เสร็จภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2522 และส่งมอบงานงวดที่ 2 ให้เสร็จภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2522 เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้มาตั้งแต่ครบกำหนดส่งมอบงานงวดที่ 1 คือ วันที่3 ตุลาคม 2522 จำเลยจึงผิดนัดตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและบังคับตามสิทธิเรียกร้องแก่จำเลยได้นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดดังกล่าว ดังนั้น อายุความจึงต้องเริ่มนับแต่ขณะที่โจทก์อาจจะบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 เดิม (มาตรา 193/12ที่แก้ไขใหม่) โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2532จึงเกินกำหนด 10 ปี คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความตามมาตรา 164 เดิม|มาตรา 193/30 ที่แก้ไขใหม่) จำเลยจึงมีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ตามมาตรา 188 เดิม(มาตรา 193/10 ที่แก้ไขใหม่) ให้ยกฟ้องโจทก์

แต่ถ้าลูกหนี้มิได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะยกฟ้องโดยอ้างว่าหนี้ขาดอายุความแล้วไม่ได้ ศาลมีหน้าที่ต้องพิพากษาไปตามรูปคดี

กล่าวโดยสรุป หนี้ที่ขาดอายุความแล้วเจ้าหนี้มีสิทธินำมาฟ้องคดีต่อศาลได้ ส่วนลูกหนี้มีสิทธิให้การต่อสู้ว่าหนี้ขาดอายุความได้ หากศาลเห็นว่าหนี้ขาดอายุความจริงศาลต้องยกฟ้อง แต่ถ้าลูกหนี้ไม่ยกอายุความขึิ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะยกฟ้องโดยอ้างว่าหนี้ขาดอายุความไม่ได้ ศาลต้องพิพากษาไปตามรูปคดี

 

ที่มา อ.เป้





ถามตอบฎีกา #เจ้าหนี้มีสิทธินำหนี้ที่ขาดอายุความแล้วมาฟ้องคดีต่อศาลได้หรือไม่ ? | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1986 ครั้ง
ลงวันที่ 30/08/2014 00:22:44





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน