อายุความบัตรเครดิต คืออะไร
อายุความ หมายถึง ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิเรียกร้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งกำหนดอายุความแต่ละเรื่องอาจแตกต่างกันตามที่กฎหมายกำหนด เช่นอายุความที่ประมลวกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ในมาตรา 193/30 ถึงมาตรา 193/35 แต่ถ้า ปพพ.ไม่ได้กำหนดหรือกฎหมายอื่นไม่ได้กำหนดไว้จะมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ปพพ.193/30
อายุความเริ่มนับเมื่อใด
"ป.พ.พ.มาตรา 193/12 อายุความเริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป้นต้นไป ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องให้งดเว้นกระทำการอย่างใดให้เริ่มนับแตเวลาแรกที่ฝ่าฝืนกระทำการนั้น"
เช่น นาย ก.ให้นาย ข.กู้ยืมเงิน จำนวนเงิน 1,000 บาท ทำสัญญากันวันที่ 1 มกราคม 2556 กำหนดชำระคืนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2556 เมื่อถึงวันที่กำหนดในสัญญากู้คือ 31 ธันวาคม 2556 นาย ข.ไม่ชำระเงินคืนนาย ก. ดังนี้สิทธิของนาย ก.ที่จะเรียกให้นาย ข.ชำระหนี้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2556 เป็นต้นไปเรียกว่าอายุความเริ่มนับ การกู้เงินไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนด 10 ปี ตาม ปพพ.มาตรา 193/30 กำหนดอายุความที่นาย ก.จะใช้สิทธิเรียกร้องให้นาย ข.ชำระหนี้เงินกู้ได้คือนับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ถึง 31 ธันวาคม 2566 หากเลยกำหนดแล้วถือว่าขาดอายุความ นาย ข.มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องได้ ตาม ปพพ.193/10
อายุความบัตรเครดิต
หลักกฎหมาย "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/34 สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ให้มีกำหนดอายุความสองปี
"...(7)บุคคลซึ่งไม่ได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน(1)แต่เป็นผู้ประกอบธุนกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำงานต่างๆเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นรวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป
..."
คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
คำพิพากษาฎีกาที่ 5484/2553 จำเลยเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์ ยอมผูกพันตามเงื่อนไขของผู้ถือบัตรตกลงให้โจทก์ทดรองจ่ายเงินอันเนื่องจากจำเลยใช้บัตรเครดิตไปชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือเบิกเงินสดล่วงหน้า โดยจำเลยยอมชำระคืนให้โจทก์ในภายหลัง อันเป็นการประกอบธุรกิจรับทำการงานต่างๆ แก่สมาชิก เมื่อโจทก์ชำระเงินแก่เจ้าหนี้แล้วโจทก์จะเรียกเก็บเงินจากสมาชิกในภายหลัง จึงเป็นกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจในการรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาเงินที่ได้ออกทดรองไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) การฟ้องเรียกเงินทดรองของโจทก์จึงมีอายุความ 2 ปี เมื่อโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยขอยกเลิกการเป็นสมาชิกบัตรเครดิตตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมทั้งให้จำเลยชำระหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิต โจทก์ย่อมบังคับสิทธิเรียกร้องของตนได้นับแต่วันดังกล่าว ซึ่งจะครบกำหนดอายุความในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2549 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2550 หลังครบกำหนดอายุความแล้วคดีจึงขาดอายุความ และการรับสภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงต้องกระทำก่อนที่จะขาดอายุความ เมื่อจำเลยชำระหนี้บางส่วนเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2550 ภายหลังจากขาดอายุความแล้ว จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้อันจะทำให้อายุคาวามสะดุดหยุดลง การชำระหนี้ภายหลังขาดอายุความแล้วเพียงแต่ทำให้ลูกหนี้เรียกคืนไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/28
|