๒.การเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาโดยคนบางคนยอมเป็นผู้ต้องหาแทนเพราะคดีลักลอบเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตแม้มีโทษจำคุกแต่ทางปฏิบัติศาลปรับ ๗๐๐ บาท ไม่ต้องติดคุกมีคนมาเสียค่าปรับให้ และตนก็ได้รับค่าจ้างในการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาจึงกลายเป็นอาชีพของคนบางกลุ่มที่รับจ้างเป็นจำเลยหรือผู้ต้องหา หรือกรณีที่เป็นเจ้ามือหรือเป็นเจ้าสำนัก อาจติดคุกได้จึงมีการจ้างให้คนอื่นมาเป็นจำเลยแทน หรือพนักงานสอบสวนบางคน(ใช้คำว่าบางคนนะครับ) แยกสำนวนการสอบสวนเป็นหลายสำนวน เช่น บ่อนการพนันมีคนเล่น ๑๐๐ คน หากฟ้องทั้ง ๑๐๐ คนพร้อมกันเจ้ามือติดคุกโดยศาลไม่รอการลงโทษแน่เพราะเป็นบ่อนขนาดใหญ่ แต่หากตำรวจแยกเป็นสำนวน ๑๐ สำนวน สำนวนละ ๑๐ คน ดังนี้เจ้ามือศาลลงโทษจำคุกและปรับโทษจำคุกรอการลงโทษไว้ ตำรวจได้ผลงานว่าจับคดีการพนันได้ ๑๐ คดี เจ้ามือ ไม่ติดคุก และคดีการพนันตำรวจยังได้สินบนนำจับอีก ถามว่าอัยการทราบได้อย่างไงว่าตำรวจแยกสำนวนมา ก็ไม่ยากเพราะในสำนวนที่หนึ่งบันทึกการจับกุมเป็นต้นฉบับ ส่วนสำนวนที่สองถึงที่ ๑๐ ถ่ายสำเนาบันทึกการจับกุมมาจากสำนวนที่หนึ่ง เมื่อผู้จับกุมเป็นชุดเดียวกัน จับวันเวลาและสถานที่เดียวกัน บันทึกการจับกุมเป็นอันเดียวกันแล้วมีการถ่ายเอกสารมา ก็รู้ได้ว่าตำรวจแยกสำนวนมาเพื่อต้องการผลงาน และอาจไม่ต้องการให้เจ้ามือติดคุก วิธีดัดหลังตำรวจไม่ยากครับ ตำรวจแยกสำนวนมา อัยการก็รวมสำนวนทั้งสิบแล้วฟ้องเป็นคดีเดียวเพราะดูจากบันทึกการจับกุมแล้วจับในวันเวลาสถานที่และบุคคลเดียวกันน่าเชื่อว่าเป็นการจับกุมครั้งเดียวกัน ก็แล้วแต่ว่ายากดัดหลังตำรวจหรือไม่ อัยการก็เสี่ยงกับการที่อาจมีลูกปืนลอยมากระทบหัวได้
๓.ด้วยความเครารพในคำพิพากษาศาลฏีกาที่วินิจฉัยว่าจำเลย(พนักงานสอบสวน)ไม่ได้เรียกร้องหรือรับเงินจากผู้ต้องหาเป็นการตอบแทน และคนที่เข้ามาเป็นผู้ต้องหาแทนก็เข้ามาโดยสมัครใจ ไม่สมัครใจได้ไงครับก็ได้รับเงินนิครับไม่ได้มาทำให้เปล่า แม้พนักงานสอบสวนจะเรียกร้องเงินจากผู้ต้องหาเพื่อเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาหรือไม่ก็ตาม ทางราชการก็เสียหายแล้วเพราะไม่สามารถเอาคนกระทำผิดมาลงโทษ และศาลไปลงโทษแก่คนที่ไม่ได้กระทำความผิด ในความเป็นจริงรู้ได้ไงว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้รับเงินจากการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรจะเอาตำแหน่งหน้าที่การงานมาแลกกับการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายเสี่ยงต่อการติดคุกและออกจากราชการโดยไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างนั้นหรือ ผู้ต้องหาที่ถูกเปลี่ยนตัวซึ่งได้รับประโยชน์ในการเปลี่ยนตัวเมื่อมาให้การต่อศาลก็ย่อมต้องบอกว่าการเปลี่ยนตัวเป็นไปโดยสมัครใจไม่ได้ถูกพนักงานสอบสวนบังคับหรือเรียกร้องทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างใด ส่วนคนที่มาเป็นผู้ต้องหาแทนใครจะบอกว่ามาแทนเพราะได้รับเงินก็ต้องบอกว่ามาแทนโดยสมัครใจหรือมาทดแทนบุญคุณกันและการที่ศาลสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องฝากขังก็ไม่ได้กระทำกับผู้ที่กระทำผิดแท้จริง เป็นความเสียหายที่เกิดแก่รัฐแล้วและเป็นการละเมิดอำนาจศาลแล้ว โดยความเห็นส่วนตัวเห็นว่าการกระทำของพนักงานสอบสวนเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อพนักงานอัยการที่ฟ้องคนที่ไม่ได้กระทำผิด เสียหายต่อศาลที่พิจารณาพิพากษาคนที่ไม่ได้กระทำผิด และเสียหายต่อแผ่นดินแล้ว การกระทำของพนักงานสอบสวนจึงเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตาม ป.อ. มาตรา ๑๕๗ แล้ว
๔.การที่พนักงานสอบสวนยอมให้มีการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหารวม ๓ คนเป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนซึ่งมีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องถูกคุมขังตามอำนาจของพนักงานสอบสวนกระทำด้วยประการใดๆให้ผู้ที่ถูกคุมขังหลุดพ้นไปจากการคุมขังมีจำนวนตั้งแต่สามคนขึ้นไปตาม ป.อ. มาตรา ๒๐๔ วรรคสองแล้ว
ที่มาอ้างอิงจาก อ.จิระประวัติ เเบบประเสริฐ