หัวข้อ : ตัวการ ตาม ป.อ. มาตรา 83 มีหลักการ อย่างไร
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมายอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







ทบทวนหลักกฏหมายกับอาจารย์ประยุทธ


· 
ความเป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 มีหลักการอย่างไร
ศึกษาวิเคราะห์จากฎีกา 3874/2556
ป.อ. มาตรา 337 กรรโชก
มาตรา 1(4) เคหสถาน
มาตรา 83 ตัวการ
มาตรา 364 บุกรุก
จำเลยทั้งสองซื้อสลากกินรวบจากผู้เสียหายที่ 1 จำเลยทั้งสองย่อมทราบว่าเป็นการกระทำซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 และไม่ก่อให้เกิดหนี้ในอันที่จะสามารถบังคับกันได้ตามกฎหมาย แม้หากเป็นหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมายและลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ เจ้าหนี้ยังหาได้มีสิทธิที่จะทวงถามด้วยการข่มขืนใจให้ลูกหนี้ยอมชำระหนี้โดยการใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตของลูกหนี้ไม่ จึงไม่มีเหตุที่จะทำให้จำเลยที่ 1 เข้าใจหรือเชื่อโดยสุจริตได้เลยว่า จำเลยที่ 1 มีสิทธิจะบังคับและข่มขู่ให้ผู้เสียหายที่ 1 ยอมชำระเงินค่าสลากกินรวบให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วยการใช้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตของผู้เสียหายที่ 1 ได้ เมื่อผู้เสียหายที่ 1 ไม่ได้ยอมที่จะให้เงินแก่จำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการพยายามกรรโชก
จำเลยที่ 2 รู้เห็นโดยมีเจตนาที่จะร่วมกับจำเลยที่ 1 และพวกไปขู่เข็ญกับใช้กำลังประทุษร้าย (ด้วยการตบหน้าผู้เสียหาย) เพื่อทวงถามเงินค่าสลากกินรวบจากผู้เสียหายที่ 1 มาตั้งแต่แรก มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 กระทำไปเองเพียงลำพัง ถือว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการพยายามกรรโชกและใช้กำลังทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา 337 วรรคสอง (1) ประกอบมาตรา 83, 391
ขณะเกิดเหตุร้านเสริมสวยของผู้เสียหายที่ 1 ยังเปิดให้บริการอยู่ประชาชนทั่วไปรวมทั้งจำเลยทั้งสองมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้ ไม่ถือเป็นเคหสถาน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกเคหสถานตาม ป.อ. มาตรา 364
หมายเหตุ
1. การเป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 มีหลักการดังนี้
1.1 มีการกระทำผิดเกิดขึ้น 
1.2 มีผู้ร่วมกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป
1.3 ผู้ร่วมกระทำความผิดแต่ละคนมีการกระทำร่วมกัน และมีเจตนาที่จะกระทำผิดด้วยกัน
1.4 ผู้กระทำผิดทุกคนต้องรับโทษตามความผิดที่ทำทุกคน
2. ในการตั้งคำถามความเป็นตัวการในทุกสนามสอบไม่สามารถจัดตั้งคำถามจากการเป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 ได้โดยลำพัง แต่จะมีการตั้งคำถามโดยสอดแทรกกับความผิดฐานอื่นๆ เสมอ ให้ศึกษาจากตัวอย่างดังต่อไปนี้
ตัวอย่างคำถามที่ 1
นายหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ให้นายสองนั่งซ้อนท้ายแล่นไปตามถนนเพื่อวิ่งราวกระเป๋าสะพายของสตรี นายสองกระชากกระเป๋าของนางสาวสามได้ นายหนึ่งขับรถจักรยานยนต์หลบหนี นายอ้วนเห็นเหตุการณ์จึงขับรถยนต์ติดตามรถจักรยานยนต์ของนายหนึ่งไป นายสองเห็นว่านายอ้วนขับเข้ามาใกล้จึงชักปืนยิงไป 1 นัด แต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด และนายหนึ่งไม่ทราบว่านายสองมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วย
ให้ท่านวินิจฉัยว่านายหนึ่งและนายสองมีความผิดตาม ป.อ. อย่างไร
คำตอบ
สำหรับความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 336 นั้น นายหนึ่งและนายสองมีการกระทำร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันทำ นายหนึ่งเป็นคนขับส่วนนายสองเป็นคนลักทรัพย์โดยวิธีฉกฉวยเอาซึ่งหน้าคือกระชากกระเป๋าและทั้งนายหนึ่งและนายสองมีเจตนาจะทำผิดด้วยกันจึงเป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 เมื่อมีการใช้รถจักรยานยนต์เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมจึงต้องระวางโทษหนักกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้อีกกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ นายหนึ่งและนายสองจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336 ประกอบมาตรา 83 และ 336 ทวิ
ความผิดฐานชิงทรัพย์ระหว่างที่นายหนึ่งขับรถจักรยานยนต์พาทรัพย์หลบหนี นายหนึ่งไม่ทราบว่านายสองมีอาวุธติดตัวไปด้วย การที่นายสองใช้ปืนยิงนายอ้วนเพื่อให้พ้นการจับกุมเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้พ้นการจับกุม นายสองจึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนนายสองจึงมีความผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ซึ่งต้องระวางโทษหนักกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้อีกกึ่งหนึ่งตามมาตรา 340 ตรี แต่การใช้อาวุธปืนยิงนายอ้วนเป็นการกระทำตามลำพังของนายสอง นายหนึ่งไม่ได้ร่วมคบคิดกับนายสองมาก่อนและขณะนั้นนายหนึ่งกำลังขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำของนายสอง นายหนึ่งจึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ นายหนึ่งคงมีความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 336, 336 ทวิ เท่านั้น 
สำหรับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น นายสองลงมือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำไม่บรรลุผลนายสองจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่นตาม ป.อ. มาตรา 289(7) ประกอบมาตรา 80 แต่นายสองกระทำผิดฐานนี้ตามลำพัง นายหนึ่งไม่รู้ว่านายสองมีอาวุธปืนติดตัวไปด้วยและไม่ได้คบคิดกับนายสองมาก่อนจึงไม่เป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 นายหนึ่งจึงไม่มีความผิดฐานนี้ 
นอกจากนี้ นายสองยังมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 371 ด้วย
ตัวอย่างคำถามที่ 2 (ข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ 63)
นายเหลืองและนายเขียวตกลงร่วมกันขับรถแข่งบนท้องถนนในเวลากลางคืน ต่างขับรถยนต์ของตนด้วยความเร็วสูงรถยนต์ทั้งสองคันได้เฉี่ยวชนนายดำซึ่งกำลังเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย นายดำมีบาดแผลเล็กน้อย นายเหลืองและนายเขียวจอดรถยนต์และลงมาขอโทษพร้อมจ่ายเงินค่าเสียหายให้นายดำไปจำนวนหนึ่ง นายดำรับเงินมาแล้วไปรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาลแต่เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของพยาบาลทำให้บาดแผลติดเชื้อ นายดำถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา
ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายเหลืองและนายเขียวมีความผิดฐานใดหรือไม่
คำตอบ
นายเหลืองและนายเขียวขับรถยนต์แข่งกันบนท้องถนนด้วยความเร็วสูงในเวลากลางคืน เป็นการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังเนื่องจากเวลากลางคืนสายตาผู้ขับรถมองเห็นได้ไม่ชัดเจนเหมือนเวลากลางวัน ตามวิสัยของนายเหลืองและนายเขียวผู้ขับรถต้องใช้ความระมัดระวังโดยไม่ขับรถด้วยความเร็ว นายเหลืองและนายเขียวสามารถใช้ความระมัดระวังเช่นว่านี้ได้แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ถือว่านายเหลืองและนายเขียวกระทำโดยประมาทตาม ป.อ. มาตรา 59 วรรคสี่ เมื่อเป็นเหตุให้นายดำถึงแก่ความตายนายเหลืองและนายเขียวจึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 291 
แม้ความตายของนายดำจะเกิดจากความประมาทเลินเล่อของพยาบาลทำให้บาดแผลของนายดำติดเชื้ออันเป็นเหตุแทรกแซงที่เกิดขึ้นภายหลังการกระทำความผิดของนายเหลืองและนายเขียว แต่เหตุแทรกแซงดังกล่าวเป็นเหตุที่วิญญูชนคาดหมายได้ ความตายของนายดำจึงเป็นผลโดยตรงจากการกระทำโดยประมาทของนายเหลืองและนายเขียว นายเหลืองและนายเขียวจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 291 
การกระทำความผิดของนายเหลืองและนายเขียวเป็นการกระทำโดยประมาทมิใช่โดยเจตนาจึงไม่อาจมีการร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะที่เป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 ได้
หมายเหตุ
หลักกฎหมายที่ได้จากคำถามข้อนี้ “การกระทำความผิดโดยประมาทเป็นการกระทำความผิดมิใช่โดยเจตนาจึงไม่อาจมีการร่วมกันกระทำในลักษณะที่เป็นตัวการตาม ป.อ. มาตรา 83 ได้ หากมีหลายคนกระทำความผิดโดยประมาท เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างประมาท”
ให้ศึกษาเทียงเคียงจากฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 6764/2545 
ป.วิ.อ. มาตรา 195, 225
ป.อ. มาตรา 83, 225 
การกระทำความผิดโดยประมาทเป็นการกระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา จึงไม่อาจมีการร่วมกันกระทำในลักษณะที่เป็นตัวการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 83 นั้น ไม่ถูกต้อง แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา แต่ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225





ตัวการ ตาม ป.อ. มาตรา 83 มีหลักการ อย่างไร | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 6149 ครั้ง
ลงวันที่ 03/09/2014 01:00:13





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน