ตอบ
ประเด็นที่ 1. เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 2975/2553 น. เสนอขายที่ดินโดยนำรูปแผนที่หลังโฉนดที่ดินมาแสดงแก่โจทก์เพื่อยืนยันว่าหากโจทก์ซื้อที่ดินของ น. โจทก์ก็มีสิทธิใช้ทางพิพาทเป็นทางเข้าออกและใช้ประโยชน์เกี่ยวแก่การสาธารณูปโภคสำหรับที่ดินที่ซื้อได้ เมื่อโจทก์ตกลงซื้อที่ดินตามที่ น. เสนอจึงเกิดเป็นสัญญาก่อให้เกิดภาระจำยอม การที่ น. ไม่ได้จดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่โจทก์เหมือนอย่างที่ดินซึ่งแบ่งแยกพร้อมกับแปลงอื่นๆ คงมีผลเพียงทำให้ภาระจำยอมดังกล่าวยังไม่เป็นทรัพยสิทธิที่สมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคหนึ่ง เท่านั้น แต่ก็เป็นบุคคลสิทธิใช้บังคับกันได้ในระหว่างคู่สัญญา และไม่ใช่สิทธิที่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของ น. โดยแท้ เมื่อ น. ถึงแก่ความตาย สิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ ตามสัญญาภาระจำยอมย่อมตกทอดแก่จำเลยซึ่งเป็นทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และ 1600 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนภาระจำยอม และบังคับให้จำเลยรื้อถอนรั้ว เสาปูนและลวดหนามที่ปิดกั้นทางพิพาทซึ่งเป็นภารยทรัพย์ออกได้และ สามารถเรียกให้ไปจดทะเบียนได้ เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 6855/2548
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6855/2548 เมื่อทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะเรียกให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมได้เนื่องจากการจดทะเบียนภาระจำยอมถือว่าเป็นการอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1391
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1440/2548 โจทก์ชอบที่จะขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนภาระจำยอมในโฉนดที่ดินพิพาทได้ เพราะเป็นการกระทำอันจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิของโจทก์ประการหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1391
สรุปแนวทางตอบ
1. ที่ดินพิพาทตกเป็นภาระจำยอมไม่ใช่ การยินยอมให้เดิน และ แม้บิดาจะตาย ทายาทก็เป็นผู้สืบสิทธิของบิดา จึงสามารถฟ้องให้ไปจดทะเบียนภาระจำยอมได้ ตาม มาตรา 1391 อีกทั้งการเดินเพียง 8 ปี ยังไม่ทำให้ได้ภาระจำยอมโดยอายุความ
2. มาตรา 1400 การที่โจทก์ไม่ค่อยได้เดินในทางภาระจำยอม หรือ โจทก์มีทางออกทางอื่นแล้ว ไม่ใช้กรณีภาระจำยอมหมดประโยชน์ไม่ทำให้ภาระจำยอมหมดสิ้นไป ตาม มาตรา 1400
3. การที่จำเลยเอารั่วมากันไว้ เป็นการทำให้ความสะดวกแก่การใช้ภาระจำยอมลดลงต้องห้ามตามมาตรา 1390 โจทก์ฟ้องให้รื้อถอนได้
เครดิต : ฎีกานิรนาม