หัวข้อ : การฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฎีกาที่ 343/2546
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมายอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







ประเด็นฎีกาที่วางหลักเรื่อง "การฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน"

1. ไตร่ตรองหมายความว่าอย่างไร
2. ถ้าเป็นตัวการ การไตร่ตรองเป็นเจตนาเฉพาะตัวของผู้กระทำผิดหรือไม่


---------------------------------

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2546

การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หมายความว่า ก่อนทำการฆ่าผู้กระทำผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจกระทำความผิด ไม่ใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะเมาสุราหรือบันดาลโทสะ

การไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุเกี่ยวกับเจตนาส่วนตัวของผู้กระทำผิด ผู้ร่วมกระทำผิดที่มิได้ไตร่ตรองไว้ก่อนไม่มีความผิดด้วยเพราะกฎหมายมุ่งถึงการไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นสภาพจิตใจของแต่ละคน การจะเป็นตัวการร่วมกันฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจึงต้องมีลักษณะเป็นการวางแผนการคบคิดกันมาแต่ต้นที่จะไปฆ่าผู้อื่น หรือด้วยการใช้จ้างวาน หรือไปดักฆ่าผู้อื่นโดยมีพฤติการณ์ร่วมกันมาแต่ต้น

แต่การที่จำเลยที่ 1 ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน และเป็นญาติพี่น้องกับผู้ตาย ทั้งก่อนเกิดเหตุได้มีการดื่มสุรากันโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมวางแผนกับจำเลยที่ 2 มาก่อน

การที่จำเลยที่ 1 ร่วมไปฆ่าผู้ตายจึงเป็นการตัดสินใจในทันทีทันใดลักษณะตกกระไดพลอยโจนมากกว่า ดังนี้ จำเลยที่ 1 คงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 เท่านั้นไม่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)
------------------------------------------------


ข้อเท็จจริง (ย่อยาว)
ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับนายธนิตหรือแนบและจำเลยที่ 2 ฆ่านายชุ่ม สิตะรุโน ผู้ตาย โดยนายธนิตหรือแนบ ธรรมโชติ เป็นคนใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงผู้ตาย สำหรับข้อหาความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับนายธนิตหรือแนบและจำเลยที่ 2 ฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่

ได้ความจากพยานของโจทก์และโจทก์ร่วมว่า นายธนิตหรือแนบมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน โดยก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 ปี ผู้ตายได้สร้างบ้านหลังที่เกิดเหตุเสร็จ นายธนิตหรือแนบต้องการรับจ้างทาสีบ้านให้ผู้ตายแต่ผู้ตายกลับไปจ้างผู้อื่นทาสี ทำให้นายธนิตหรือแนบไม่พอใจ

ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่พอใจผู้ตายเนื่องจากจำเลยที่ 2 สมัครรับเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลทำนบ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา แข่งกับนายถวิล สังฆะโร ผู้ตายสนับสนุนนายถวิลแต่นายธนิตหรือแนบสนับสนุนจำเลยที่ 2 ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านผู้ตายเคยพูดตำหนิว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใหญ่บ้านขี้เมาวัน ๆ ดีแต่ดื่มสุราไม่คิดพัฒนาหมู่บ้าน

นอกจากนี้เมื่อประมาณปลายเดือนมกราคม 2541 นายธนิตหรือแนบได้ชกต่อยนายถาวร มณีโชติ ญาติของผู้ตาย ผู้ตาบอกว่าหากเป็นผู้ตายจะไม่ยอม ถ้ามีอาวุธปืนก็จะยิง เหตุดังกล่าวเชื่อว่ามีส่วนทำให้นายธนิตหรือแนบและจำเลยที่ 2 ไม่พอใจ เพราะนายธนิตหรือแนบเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใหญ่บ้าน การกระทำของผู้ตายย่อมทำให้คนทั้งสองรู้สึกในทางที่ไม่ดีต่อผู้ตายนายชวก คงฆะ พยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความว่า เหตุการณ์เรื่องทาสีบ้านทำให้นายธนิตหรือแนบเสียหน้า ประกอบกับวันเกิดเหตุได้ความจากคำเบิกความของจำเลยที่ 1 เองว่า จำเลยที่ 1 นายธนิตหรือแนบและจำเลยที่ 2 ได้ดื่มสุราด้วยกันจนเมาสุราจึงทำให้คิดจะไปยิงผู้ตาย โจทก์ร่วมและนายณรงค์สังฆะโร เบิกความว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2541

พันตำรวจตรีคณิต รัตนมณี พนักงานสอบสวนได้ให้โจทก์ร่วมและนายณรงค์พบกับจำเลยที่ 1 ในห้องทำงานซึ่งมีบุคคลอื่น ๆอยู่ด้วย นายณรงค์ถามจำเลยที่ 1 ว่าเหตุใดจึงทำกันอย่างนี้ จำเลยที่ 1 ได้ร้องไห้พร้อมกับยกมือไหว้และพูดว่าผมผิดไปแล้วที่ทำไปเพราะเมาและขัดใจเพื่อนไม่ได้ เมื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ต้องยิงผู้ตายก็ได้ความว่านายธนิตหรือแนบไม่พอใจเรื่องทาสีบ้าน ส่วนนายชูไม่พอใจเรื่องการสมัครรับเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านดังกล่าว

โจทก์ร่วมเบิกความตอบคำถามค้านของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ได้เล่าให้ฟังอีกว่า ก่อนจะไปยิงผู้ตายนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 2และนายธนิตหรือแนบได้ดื่มสุรากันที่บ้านของจำเลยที่ 2 หลังจากดื่มสุราเมาเต็มที่แล้วจำเลยที่ 2 จึงพูดว่าไปยิงผู้ตายดีกว่า พันตำรวจโทคณิต รัตนมณี พนักงานสอบสวนพยานโจทก์และโจทก์ร่วมก็เบิกความยืนยันว่า ได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 ปลอก ตกอยู่ที่ริมรั้วหน้าบ้านของผู้ตาย ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2541 จึงจับจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ทั้งนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ตามบันทึกคำให้การ บันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำสารภาพ และภาพถ่าย หมาย จ.16 ถึง จ.18 ซึ่งบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.16มีรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำความผิดสอดคล้องกับที่จำเลยที่ 1 เล่าให้โจทก์ร่วมและนายณรงค์ฟัง

ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 และนายธนิตหรือแนบร่วมกันฆ่าผู้ตายเพราะมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยเพราะเมาสุราโดยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตาย

แต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม การฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนี้ หมายความว่าก่อนทำการฆ่าผู้กระทำผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้วจึงตกลงใจกระทำความผิด ไม่ใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วนเพราะเมาสุรา หรือบันดาลโทสะ

การไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุเกี่ยวกับเจตนาส่วนตัวของผู้กระทำผิด ผู้ร่วมกระทำผิดที่มิได้ไตร่ตรองไว้ก่อนไม่มีความผิดด้วยเพราะกฎหมายมุ่งถึงการไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นสภาพจิตใจของแต่ละคน การจะเป็นตัวการร่วมกันฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจึงต้องมีลักษณะเป็นการวางแผนการคบคิดกันมาแต่ต้นที่จะไปฆ่าผู้อื่นหรือด้วยการใช้จ้างวาน หรือไปดักฆ่าผู้อื่นโดยมีพฤติการณ์ร่วมกันมาแต่ต้น

แต่สำหรับคดีนี้จำเลยที่ 1ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตายมาก่อน และเป็นญาติพี่น้องกับผู้ตาย ทั้งปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยที่ 1 และคำให้การชั้นสอบสวนว่าก่อนเกิดเหตุได้มีการดื่มสุรากันโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ร่วมวางแผนกับจำเลยที่ 2 และนายธนิตหรือแนบมาก่อนการที่จำเลยที่ 1 ร่วมไปฆ่าผู้ตายจึงเป็นการตัดสินใจในทันทีทันใดลักษณะตกกระไดพลอยโจนมากกว่า

เครดิต : นักกฎหมายนิรนาม





การฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฎีกาที่ 343/2546 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1981 ครั้ง
ลงวันที่ 13/09/2014 02:03:33





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน