นายยอดคนสัญชาติไทยมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำพูน ได้พบกับนายเยี่ยมคนสัญชาติไทยซึ่งย้ายไปมีภูมิลำเนาอยู่ที่มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกานาน 3 ปีแล้ว ขณะอยู่ที่มลรัฐนิวยอร์กนายยอดได้ทำสัญญาจะซื้อที่ดิน 1 แปลง ของนายเยี่ยมในราคา 5,000,000 บาท ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายยอดได้วางเงินมัดจำไว้แล้ว 500,000 บาท ต่อมานายเยี่ยมผิดสัญญาไม่ยอมโอนที่ดินให้แก่นายยอดภายในกำหนด และนายยอดได้บอกเลิกสัญญาแล้ว
ให้วินิจฉัยว่า นายยอดจะฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหายอีก 100,000 บาท ต่อศาลใดได้บ้าง
ธงคำตอบ
การที่นายยอดจะฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหาย อันเนื่องมาจากนายเยี่ยมผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินนั้นเป็นคำฟ้องบังคับตัวจำเลยซึ่งเป็นหนี้เหนือบุคคล มิได้บังคับเอาแก่ตัวอสังหาริมทรัพย์ จึงมิใช่คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิ หรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ทวิ ที่นายยอดจะเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินของนายเยี่ยม ตั้งอยู่ในเขตศาลตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2529) เมื่อนายเยี่ยม จำเลย มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร และสัญญาระหว่าง นายยอดและนายเยี่ยมทำขึ้นที่มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นใน
ราชอาณาจักร แต่นายยอด โจทก์ เป็นผู้มีสัญชาติไทย กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ตรี วรรคหนึ่ง นายยอดจึงมีสิทธิเสนอคำฟ้องต่อศาลแพ่งหรือต่อศาลจังหวัดลำพูนอันเป็นศาลที่นายยอด โจทก์ มีภูมิลำเนาก็ได้ และเมื่อที่ดินของนายเยี่ยมจำเลยตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรณีจึงถือได้ว่านายเยี่ยม จำเลย มีทรัพย์สินที่อาจถูกบังคับคดีได้อยู่ในราชอาณาจักร นายยอด โจทก์ จึงมีสิทธิที่จะเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศาลที่ที่ดินตั้งอยู่ในเขตศาลตามมาตรา 4 ตรี วรรคสอง ได้อีกด้วย นายยอดจึงมีสิทธิฟ้องนายเยี่ยมให้คืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหายต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ หรือต่อศาลแพ่ง หรือต่อศาลจังหวัดลำพูนก็ได้