ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2548 ผู้จัดการมรดก
ผู้ตายมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายสามคน คือ นายดำ นายแดง และนายขาว หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว นายชมพูได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่นายชมพูได้ยักยอกทรัพย์มรดกไปใช้ส่วนตัว นายดำ นายแดง และนายขาวจึงปรึกษาหารือทำบันทึกข้อตกลงกันในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีต่อหน้าพนักงานสอบสวนมีข้อความชัดแจ้งว่า นายดำและนายแดงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่นายขาวและยอมให้นายขาวเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียว และลงชื่อไว้ หลังจากนั้นนายขาวได้ร้องขอต่อศาลให้ถอดถอนนายชมพูออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำร้องขอของนายขาว คดีถึงที่สุด หลังจากนั้นนายดำยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งตั้งนายแดงเป็น ผู้จัดการมรดกของผู้ตาย นายขาวยื่นคำร้องคัดค้าน
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่านายดำมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งนายแดงเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
บันทึกข้อตกลงกันในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่นายดำและนายแดงฝ่ายหนึ่ง กับนายขาวอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทำกันต่อหน้าพนักงานสอบสวนมีข้อความชัดแจ้งว่า นายดำและนายแดงขอสละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกให้แก่นายขาว และยอมให้นายขาวเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียวนั้น เป็นการเจาะจงให้ทรัพย์มรดกส่วนของตนตกให้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่ง จึงไม่ใช่เป็นการสละมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612
แต่อย่างไรก็ดี แม้ข้อตกลงระหว่างนายดำและนายแดงฝ่ายหนึ่ง กับนายขาวอีกฝ่ายหนึ่ง จะไม่ใช่หนังสือสละมรดกตามกฎหมาย แต่ก็มีลักษณะเป็นสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก เมื่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าวแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคสอง ประกอบมาตรา 852
ดังนั้น เมื่อนายดำไม่ใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ตั้งนายแดงเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เพราะผลของการทำสัญญาทำให้นายดำและนายแดงหมดสิทธิตามที่แสดงเจตนาไว้ในสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 และมาตรา 1713
|