บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ได้ทำสัญญาขายเครื่องจักรตัดกระจกให้แก่กรมอาชีวศึกษา โดยในสัญญากำหนดว่าเครื่องจักรต้องสามารถตัดแผ่นกระจกที่มีความหนาถึง 15 มิลลิเมตรได้ กำหนดส่งมอบเครื่องจักรในวันที่ 11 มกราคม 2547 หากผิดสัญญาต้องชำระค่าปรับรายวันให้แก่กรมอาชีวศึกษาจนกว่าจะส่งมอบเครื่องจักรได้ ในวันที่ 11 มกราคม 2547 บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ได้นำเครื่องจักรมาส่งมอบให้ โดยนำแผ่นกระจกขนาดความหนา 10 มิลลิเมตร มาทดลองใช้เครื่องจักรตัดซึ่งสามารถตัดได้ กรมอาชีวศึกษาจึงได้รับเครื่องจักรดังกล่าวไว้พิจารณา ต่อมาในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2547 กรม อาชีวศึกษาพบว่าเครื่องจักรที่ส่งมอบให้นั้นไม่สามารถตัดแผ่นกระจกที่มีความหนา 15 มิลลิเมตร ได้ กรมอาชีวศึกษาจึงได้แจ้งให้บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด นำเครื่องจักรเครื่องใหม่มาส่งมอบให้แทนเครื่องเดิม แต่บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ไม่นำมาเปลี่ยนให้และเรียกให้กรมอาชีวศึกษาชำระค่าเครื่องจักร ดังกล่าวตามสัญญา กรมอาชีวศึกษาจึงบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2547 และเรียกค่าปรับ นับแต่วันที่ 12 มกราคม 2547 จนถึงวันบอกเลิกสัญญา บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ไม่ยอมชำระค่าปรับให้ กรมอาชีวศึกษาจึงยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 11 ธันวาคม 2548 บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ยื่นคำให้การ ต่อสู้ในประเด็นดังต่อไปนี้
(ก) กรมอาชีวศึกษาไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา เนื่องจากกรมอาชีวศึกษาได้ตรวจรับเครื่องจักรไว้โดยชอบแล้ว
(ข) กรมอาชีวศึกษาไม่มีสิทธิเรียกค่าปรับ เนื่องจากได้ส่งมอบเครื่องจักรตามกำหนดในสัญญาและกรมอาชีวศึกษารับไว้แล้ว
(ค) การฟ้องเรียกค่าปรับเป็นการฟ้องเรียกให้รับผิดความชำรุดบกพร่องมีกำหนดอายุความ 1 ปี คดีจึงขาดอายุความ
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่ เพราะเหตุใด
ธงคำตอบ
(ก) สัญญาซื้อขายเครื่องจักรตัดแผ่นกระจกกำหนดให้เครื่องจักรต้องสามารถตัดแผ่นกระจกที่มีความหนา 15 มิลลิเมตรได้ เมื่อบริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ส่งมอบเครื่องจักรที่ไม่สามารถตัดแผ่นกระจกที่มีความหนา 15 มิลลิเมตรได้ ถือว่าชำระหนี้ไม่ถูกต้องตามสัญญา การที่กรมอาชีวศึกษารับเครื่องจักร ดังกล่าวไว้พิจารณา โดยบริษัท เพชรแมชชีน จำกัด มิได้ทดลองตัดแผ่นกระจกขนาดความหนา 15 มิลลิเมตร ยังถือไม่ได้ว่ามีการส่งมอบทรัพย์ที่ซื้อขายกันถูกต้องตรงตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ตามสัญญา ต่อมาเมื่อกรมอาชีวศึกษาได้แจ้งให้ส่งมอบเครื่องจักรให้ถูกต้อง แต่บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด กลับเพิกเฉยกรมอาชีวศึกษาจึงสามารถใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
(ข) เมื่อบริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ส่งมอบทรัพย์ตามสัญญาซื้อขายไม่ถูกต้อง จึงถือไม่ได้ว่ามีการส่งมอบทรัพย์ให้ตามกำหนดเวลาในสัญญา บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด จึงตกเป็นผู้ผิดนัดมาตั้งแต่ครบกำหนดส่งมอบเครื่องจักรตามสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 วรรคสอง กรมอาชีวศึกษาจึงสามารถเรียกเบี้ยปรับรายวันตามสัญญาได้นับแต่วันที่ 12 มกราคม 2547 จนถึงวัน บอกเลิกสัญญา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381
(ค) การที่บริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ส่งมอบเครื่องจักรไม่ถูกต้องตรงตามสัญญา เป็นกรณีไม่ ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ มิใช่เป็นกรณีที่ส่งมอบทรัพย์ที่ซื้อขายชำรุดบกพร่อง ซึ่งมีกำหนดอายุความ 1 ปี นับแต่เวลาที่พบเห็นความชำรุดบกพร่อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 474 เมื่อการเรียกเบี้ยปรับในกรณีดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ อายุความจึงมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 เมื่อตามสัญญากำหนดส่งมอบเครื่องจักรวันที่ 11 มกราคม 2547 และกรมอาชีวศึกษายื่นฟ้องวันที่ 11 ธันวาคม 2548 คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ
ดังนั้น ข้อต่อสู้ของบริษัท เพชรแมชชีน จำกัด ทั้งสามประเด็นดังกล่าวจึงฟังไม่ขึ้น