หัวข้อ : ข้อสอบอัยการผู้ช่วย ปพพ.ม.305,349,352,698,714 พ.ศ.2548
หมวดหมู่ : ถาม-ตอบ ฎีกาเด่นติดดาว (ประเด็นฎีกา 5ดาว)







ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2548 ปพพ.ม.305,349,352,698,714

บริษัท ตองเอ จำกัด ทำสัญญากู้ยืมเงินจากธนาคารทองไทย จำนวน 5,000,000 บาท โดยมีนางสมศรี กรรมการบริษัท จำนองที่ดินของตนเองเป็นประกัน และมีนายสมชายทำสัญญาค้ำประกันไว้ หลังจากทำสัญญาได้หนึ่งปี บริษัท ตองเอ จำกัด ได้ตกลงกับธนาคารทองไทย ทำสัญญาแปลงหนี้เงินกู้ยืมดังกล่าวบางส่วนจำนวน 4,000,000 บาทเป็นหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 4,000,000 บาท ในการแปลงหนี้ดังกล่าวธนาคารทองไทยได้มีหนังสือแจ้งให้นางสมศรีและนายสมชายทราบแล้ว    นางสมศรีได้ทำบันทึกข้อตกลงยินยอมให้ถือเอาการจำนองที่ดินเดิมเป็นการจำนองประกันหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินด้วย โดย  มิได้ไปจดทะเบียนจำนองกันใหม่ ต่อมาธนาคารทองไทยได้โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้และหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่บริษัท เร่งรัดรวย จำกัด โดยทำเป็นหนังสือและทำหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังบริษัท ตองเอ จำกัด ให้ทราบแล้ว เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ บริษัท ตองเอ จำกัด ไม่ชำระหนี้ให้แก่บริษัท  เร่งรัดรวย จำกัด

ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าบริษัท เร่งรัดรวย จำกัด สามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้นางสมศรีและนายสมชายชำระหนี้ได้หรือไม่อย่างไร เพราะเหตุใด

ธงคำตอบ

กรณีนางสมศรี ได้จำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เงินกู้จำนวน 5,000,000 บาท เมื่อมีการทำสัญญากันใหม่เพื่อแปลงหนี้เงินกู้บางส่วนไปเป็นหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 4,000,000 บาท จึงยังคงมีหนี้เงินกู้ที่นางสมศรีจำนองที่ดินเป็นประกันอีก 1,000,000 บาท

ในส่วนหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 4,000,000 บาทนั้น นางสมศรีได้ตกลงยินยอมให้ถือเอาการจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เงินกู้เดิมเป็นประกันหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวด้วย จึงเป็นการโอนสิทธิจำนองไปเป็นประกันหนี้รายใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 352 ซึ่งการโอนสิทธิจำนองดังกล่าวกฎหมายมิได้กำหนดแบบไว้  จึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 714 นางสมศรีจึงยังคงเป็นผู้จำนองที่ดินเป็นประกันในส่วนนี้

ต่อมาเมื่อธนาคารทองไทยโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้และตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่บริษัท เร่งรัดรวย จำกัด สิทธิจำนองซึ่งมีอยู่เกี่ยวพันกับสิทธิเรียกร้องในหนี้ทั้งสองจึงย่อมตกไปได้แก่ผู้รับโอนด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 305

ส่วนการที่นายสมชายได้ทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้จำนวน 5,000,000 บาท เมื่อมีการทำสัญญาแปลงหนี้เงินกู้ไปเป็นหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 4,000,000 บาท จึงเป็นเหตุให้หนี้เงินกู้จำนวน 4,000,000บาท ระงับสิ้นไปด้วยการแปลงหนี้ใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 อันมีผลให้นายสมชายผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 แต่นายสมชายยังคงต้องรับผิดในหนี้เงินกู้ส่วนที่เหลือจำนวน 1,000,000 บาท

ในส่วนของหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น นายสมชายมิได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ จึงไม่ต้องรับผิดแต่อย่างใด

ดังนั้น บริษัทเร่งรัดรวย จำกัด จึงสามารถบังคับจำนองเอาจากที่ดินของนางสมศรีเพื่อชำระหนี้เงินกู้จำนวน 1,000,000 บาท และหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 4,000,000 บาทได้ และสามารถเรียกร้องให้นายสมชายชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันหนี้เงินกู้จำนวน 1,000,000 บาทได้





ข้อสอบอัยการผู้ช่วย ปพพ.ม.305,349,352,698,714 พ.ศ.2548 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2011 ครั้ง
ลงวันที่ 14/09/2014 13:46:52





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน