ฎีกาเปรียบเทียบ ขั้นตระเตรียม กับ การพยายามกระทำความผิด
- คำพิพากษาฎีกาที่ 399/2482 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ แต่ปรากฎว่าเจ้าทรัพย์ส่งทรัพย์ให้แก่จำเลยเอง เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม เช่นนี้จำเลยคงมีความผิดแต่เพียงฐานพยายามชิงทรัพย์เท่านั้น
- คำพิพากษาฎีกาที่ 926/2491 ความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จนั้น ต้องได้ความว่า จำเลยได้ชิงเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย / จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามา ทั้งเอาปืนยิงด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์
- คำพิพากษาฎีกาที่ 911/2518 จำเลยกล่าวหาว่าผู้เสียหายชกต่อยน้องชาย จำเลยขอให้ไปพบน้องชายจำเลยที่วัด เมื่อไปถึงหลังโบสถ์ ผู้เสียหายกับจำเลยนั่งคอยอยู่ราว 10 นาที มีตำรวจมาพบและค้นตัวบุคคลทั้งสอง ผู้เสียหายเล่าเรื่องให้ฟัง ตำรวจจึงจับจำเลย จำเลยรับว่าจำเลยกับพวกลวงผู้เสียหายมาเพื่อชิงทรัพย์เช่นนี้ จำเลยยังมิทันได้กระทำการอันใดที่จะถือว่าลงมือกระทำการลักทรัพย์ ก็มีตำรวจมาค้นตัว และจับจำเลยไปเสียก่อน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ผู้เสียหาย
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3211/2526 พวกจำเลยทำร้ายคนที่นั่งอยู่กับผู้เสียหาย จำเลยวิ่งเข้ามากระชากสร้อยคอจากคอผู้เสียหายขาดหล่นลงที่พื้น จำเลยก้มลงจะหยิบเอา แต่ผู้เสียหายแย่งหยิบเอาไว้ได้ก่อน การที่สร้อยขาด แม้จะเป็นผลให้สร้อยติดมือจำเลยชั่วระยะหนึ่ง แต่เป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้สร้อยขาดหลุมเท่านั้น จะถือว่าจำเลยยึดถือสร้อยไว้แล้วหาได้ไม่ การยึดถือสร้อยยังไม่บรรลุผล จึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดสำเร็จลงโทษตาม ป.อ.ม.339 ,80
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2147/2527 จำเลยใช้เหล็กปลายแหลมจี้ขู่บังคับให้ผู้เสียหายถอดสร้อยคอให้ ผู้เสียหายกำลังจะถอดมีผู้เข้าช่วย จำเลยจึงกระชากพระเครื่อง ซึ่งกลัดเข็มกลัดไว้ที่เสื้อ พระเครื่องตกลงที่พื้นรถ ยังไม่ได้เอาไป และยังมิได้เข้ายึดถือครอบครองพระเครื่องนั้นเลยความผิดฐานชิงทรัพย์ยังไม่สำเร็จ เป็นเพียงพยายามชิงทรัพย์
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4955/2531 จำเลยล็อกคอ ส. ในร้านอาหาร แล้วใช้มีดแทงผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารที่จะเข้าไปช่วย ส. จนได้รับอันตรายแก่กายและต้องถอยห่างออกไป หลังจากนั้นจำเลยใช้มีดจี้ที่คอ ส.พร้อมกับตะโกนต่อหน้าคนในร้านว่าที่ทำไปเพื่อต้องการเงิน 500 บาท แม้จำเลยจะมิได้เจาะจงว่าต้องการเงินจากผู้เสียหาย แต่ตามพฤติการณ์เห็นได้ว่า ต้องการให้ผู้เสียหายในฐานะเจ้าของร้านยื่นเงินให้ในทันใดนั้น เมื่อจำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเสียก่อนที่จะได้เงินจากผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6917/2542 ผู้เสียหายเบิกความโดยไม่ได้ความว่าไก่ชนของผู้เสียหาย พ้นขึ้นมาจากสุ่มไก่แล้วหรือไม่ หรือจำเลยปล่อยไก่ชนในสุ่มไก่หรือปล่อยไว้บนลานดินนอกสุ่มไก่ อันจะเป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยเอาไก่ชนของผู้เสียหาย แยกออกจากสุ่มไก่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ไก่ชนติดอยู่ภายใน ไม่สามารถนำเอาออกมาไปได้ เมื่อกรณียังมีข้อสงสัยต้องฟังข้อเท็จจริงให้เป็นคุณแก่จำเลย คือจำเลยยังไม่ได้เอาไก่ชนของผู้เสียหายออกจากสุ่มไก่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่การยึดถือเอาไก่นั้นยังไม่บรรลุผล จึงอยู่ในขั้นพยายามลักทรัพย์ เมื่อจำเลยลงมือกระทำความผิดในเวลากลางคืน โดยใช้ฉมวกเป็นอาวุธ ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้น จะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม จึงเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80
|