หัวข้อ : หลักดินแดน กระทำความผิดในราชอาณาจักร มาตรา ๔
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมายอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







หลักดินแดน


กระทำความผิดในราชอาณาจักร มาตรา ๔


๑) “ผู้ใดกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษตามกฎหมาย” (มาตรา ๔ วรรคแรก)
คำว่า “กระทำความผิด” หมายถึง การกระทำทั้งหมดที่เป็นความผิด มิใช่ส่วนหนึ่งส่วนใด และผลแห่งการกระทำนั้นจะเกิดในราชอาณาจักรหรือไม่ ไม่สำคัญ ส่วนคำว่า “ในราชอาณาจักร” หมายถึง ในเขตดินแดนประเทศไทย ไม่ว่าทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ


ส่วนสถานทูตไทยในต่างประเทศ แม้จะได้รับความคุ้มกันทางการทูตฯ ก็ไม่ทำให้สถานทูตไทยในต่างประเทศเป็นราชอาณาจักรไทย (จิตติ ติงศภัทิย์/กฎหมายอาญา ภาค ๑) มีธงคำตอบข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๔๓ กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า สถานทูตไทยในต่างประเทศมิใช่ราชอาณาจักร จึงเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร (จะกล่าวอีกครั้งในมาตรา ๕)


๒) “การกระทำความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ให้ถือว่ากระทำความผิดในราชอาณาจักร” (มาตรา ๔ วรรคสอง)


ความที่ว่า “การกระทำความผิด” ตามวรรคสองนี้มีความหมายแตกต่างจากวรรคแรก กล่าวคือ หมายถึง การกระทำทั้งหมดที่เป็นความผิด และยังรวมถึงการกระทำส่วนหนึ่งส่วนใดของความผิดนั้นด้วย เช่น
นาย ก. ลักทรัพย์นาย ข. บนเครื่องบินไทยขณะจอดอยู่ในสนามบินต่างประเทศ (กระทำผิดทั้งหมดบนอากาศยานไทย) ถือว่านาย ก. กระทำผิดฐานลักทรัพย์ในราชอาณาจักร


หรือนาย ก. แอบให้ยาสลบแก่นาย ข. ขณะอยู่นอกราชอาณาจักร (กระทำผิดบางส่วนนอกราชอาณาจักร) แล้วทำการปลดทรัพย์นาย ข. ขณะนาย ข. นอนสลบอยู่บนเครื่องบินไทย ถือว่านาย ก. กระทำผิดฐานชิงทรัพย์ในราชอาณาจักร


แต่หากไม่มีการกระทำส่วนหนึ่งส่วนใดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย มีแต่ผลเท่านั้นที่เกิดขึ้น เช่น นาย ก. หลอกให้นาย ข. กินยาพิษขณะอยู่นอกราชอาณาจักร ปรากฏว่านาย ข. ตายบนเครื่องบินไทย เช่นนี้ ไม่อาจปรับวินิจฉัยมาตรา ๔ วรรคสองได้ เพราะไม่มีการกระทำความผิดบนอากาศยานไทย
ส่วนความที่ว่า “ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด” หมายถึง อยู่ที่ใดๆ ก็ได้ ที่มิใช่ในราชอาณาจักร เช่น กระทำผิดบนอากาศยานไทยขณะจอดอยู่ในสนามบินต่างประเทศ หรือกระทำผิดบนเรือไทยขณะแล่นอยู่ในน่านน้ำสากล แต่หากจอดหรือทอดสมออยู่ในราชอาณาจักร การกระทำผิดบนอากาศยานไทยหรือบนเรือไทย ต้องปรับเป็นมาตรา ๔ วรรคแรกทุกกรณี
__________________________
ความผิดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งกระทำในราชอาณาจักร มาตรา ๕
๑) “ความผิดใดที่การกระทำ แม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักรก็ดี” (มาตรา ๕ วรรคแรก ส่วนแรก)


คำว่า “แม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดได้กระทำในราชอาณาจักร” หมายถึง ความผิดส่วนหนึ่งได้กระทำในประเทศไทย แต่อีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เช่น จำเลยสั่งจ่ายเช็คในประเทศไทยให้ไปขึ้นเงินที่ธนาคารสาขาในประเทศไต้หวัน ต่อมาธนาคารสาขาไต้หวันปฏิเสธการจ่ายเงิน ถือว่าความผิดส่วนหนึ่งได้กระทำในราชอาณาจักร ต้องปรับตามมาตรา ๕ (ฎีกาที่ ๕๑๐๓/๒๕๒๘)


และมีฎีกาที่ ๑๖๔๕/๒๕๓๑ วินิจฉัยว่า การพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ความผิดเริ่มต้นจากพรากไปซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย แม้จะไปข่มขืนที่ประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าส่วนหนึ่งได้กระทำในราชอาณาจักรตามมาตรา ๕ วรรคแรก


๒) “ผลแห่งการกระทำเกิดในราชอาณาจักร” (มาตรา ๕ วรรคแรก ส่วนที่สอง)
“ผลแห่งการกระทำเกิดในราชอาณาจักร” หมายถึง ไม่มีการกระทำส่วนหนึ่งส่วนใดในราชอาณาจักร มีแต่ “ผลแห่งการกระทำ” เท่านั้นที่เกิดในราชอาณาจักร เช่น นาย ก. ข้าราชการสถานทูตไทยในต่างประเทศเขียนจดหมายถึงเพื่อนในประเทศไทยว่า นางสาว ข. ข้าราชการสถานทูตเดียวกันกับนาย ก. เป็นชู้กับคนขับรถของสถานทูต ดังนี้ เมื่อสถานทูตต่างประเทศมิใช่ราชอาณาจักร จึงเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร (การกระทำผิดทั้งหมดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร) แต่เมื่อผลของการกระทำผิดเกิดในราชอาณาจักร จึงต้องถือว่าความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักรตามมาตรา ๕ วรรคแรก (ข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๔๓)


๓) “โดยผู้กระทำประสงค์ให้ผลนั้นเกิดในราชอาณาจักร หรือโดยลักษณะแห่งการกระทำ...ย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดในราชอาณาจักร” (มาตรา ๕ วรรคแรก ส่วนที่สอง)
ตัวอย่างฎีกาที่ ๕๔๔๕/๒๕๕๒ จำเลยลอยเรือเพื่อให้เรือลำอื่นที่ชักธงชาติไทยมารับช่วงน้ำมันไปจำหน่ายแก่เรือประมงอีกทอดหนึ่ง แม้เหตุจะเกิดที่นอกราชอาณาจักร แต่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักรเพราะเรือที่รับช่วงน้ำมันจะต้องนำน้ำมันไปจำหน่ายให้แก่เรือประมงที่ทำการประมงในทะเลอาณาเขตซึ่งอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทย การกระทำของจำเลยจึงอยู่ในขั้นพยายามต้องด้วย ป.อ. มาตรา ๕ วรรคสอง จำเลยจึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗


๔) “ในกรณีการตระเตรียมการ หรือพยายามกระทำการใดซึ่งกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด....ให้ถือว่าการตระเตรียมการหรือพยายามกระทำความผิดนั้นได้กระทำในราชอาณาจักร” (มาตรา ๕ วรรคสอง)
ตัวอย่าง นาย ก. อยู่มาเลเซียได้ตระเตรียมวางเพลิงเผาทรัพย์ในไทย ถือว่าได้ตระเตรียมวางเพลิง (ซึ่งกฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๒๑๙) ในราชอาณาจักร ศาลไทยลงโทษได้โดยอาศัยมาตรา ๕ วรรคสอง


หรือนาย ก. อยู่ฝั่งมาเลเซียจ้องเล็งปืนจะยิงนาย ข. ซึ่งอยู่ฝั่งไทย แต่ยังไม่ทันลั่นไกปืน นาย ก. ถูกจับเสียก่อน ถือว่านาย ก.ได้พยายามกระทำผิดในราชอาณาจักร (เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์ คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาค ๑)
__________________________


ตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ได้กระทำนอกราชอาณาจักร มาตรา ๖


๑) “ความผิดใดที่ได้กระทำในราชอาณาจักรหรือที่ประมวลกฎหมายนี้ถือว่าได้กระทำในราชอาณาจักร”
จะต้องมีความผิดเกิดขึ้นในราชอาณาจักรก่อน หากไม่มีความผิดเกิดขึ้นในราชอาณาจักร จะลงโทษตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ (ซึ่งได้กระทำนอกราชอาณาจักร) ในราชอาณาจักรไม่ได้


ดูข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๔๔ นายลี้กับนายเล่งเป็นคนจีนอยู่ที่ฮ่องกง นายลี้จ้างนายเล่งให้มาฆ่านายฮ้อคนจีนในประเทศไทย นายเล่งตกลงรับจ้างและเดินทางมาประเทศไทย แต่เมื่อมาถึงนายเล่งไม่ได้ฆ่า ปัญหาว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องรับโทษในราชอาณาจักรหรือไม่ ธงคำตอบคือ การที่นายลี้ตกลงจ้างนายเล่งให้มาฆ่า เป็นความผิดฐานผู้ใช้ แต่เนื่องจากไม่มีการกระทำความผิดในราชอาณาจักร กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา ๖ เพราะการใช้เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่ไม่มีการกระทำความผิด แม้แต่ส่วนหนึ่งส่วนใดเกิดขึ้นในราชอาณาจักร และไม่มีผลของการกระทำเกิดขึ้นในราชอาณาจักร และกรณีไม่ต้องด้วยมาตรา ๘ เนื่องจากไม่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงไม่อาจลงโทษนายลี้ในราชอาณาจักรได้


๒) “แม้การกระทำของผู้เป็นตัวการด้วยกัน ของผู้สนับสนุน หรือของผู้ใช้ให้กระทำความผิดนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร ก็ให้ถือว่าตัวการ ผู้สนับสนุน หรือผู้ใช้ให้กระทำได้กระทำในราชอาณาจักร”


๒.๑) “แม้การกระทำของผู้เป็นตัวการด้วยกัน...จะได้กระทำนอกราชอาณาจักร” เช่น
นาย ก. ข. และ ค. ร่วมกันปล้นทรัพย์นาย ง. ที่ชายแดนไทย แม้จะปรากฏว่าขณะปล้น นาย ก.จะอยู่นอกราชอาณาจักร ก็ถือว่านาย ก.ได้กระทำผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ในราชอาณาจักร (หยุด แสงอุทัย กฎหมายอาญา ภาค ๑)


๒.๒) “แม้การกระทำของผู้สนับสนุน...จะได้กระทำนอกราชอาณาจักร” เช่น
นาย ก. อยู่มาเลเซียให้นาย ข. ยืมปืนโดยรู้ว่านาย ข.จะนำมายิงนาย ค. ในไทย เมื่อนาย ข. ยิงนาย ค. ตาย ต้องถือว่านาย ก. ได้กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในราชอาณาจักร


๒.๓) “แม้การกระทำของผู้ใช้ให้กระทำความผิดนั้นจะได้กระทำนอกราชอาณาจักร” เช่น
นาย ก. อยู่มาเลเซียจ้างนาย ข. ให้มายิงนาย ค. ในไทย เมื่อนาย ข. ยิงนาย ค. ตาย ถือว่านาย ก. ได้กระทำผิดฐานผู้ใช้ในราชอาณาจักร





หลักดินแดน กระทำความผิดในราชอาณาจักร มาตรา ๔ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 22170 ครั้ง
ลงวันที่ 20/09/2014 20:17:21





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน