ติดต่อเรา : [email protected]
“ทฤษฏีผลโดยตรงทางแพ่ง”
หากไม่ทำผลไม่เกิด ดังนั้นเมื่อผลเกิดต้องถือเกิดจากการกระทำ และผลที่เกิดต้องคาดหมายได้ว่าจะเกิดและไม่ไกลเกินเหตุหรือไกลเกินความเป็นจริง กรณีที่ศาลฏีกามีคำพิพากษาว่าลูกหนี้ไม่ต้องรับผิด เพราะไม่ใช่ผลโดยตรงอันเกิดจากการกระทำของจำเลย ๑.ค่าใช้จ่ายในการทวงหนี้ คำพิพากษาฏีกา ๖๙๑/๒๕๑๑,๑๓๔๖/๒๕๑๗ ๒.ค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดี คำพิพากษาฏีกา ๒๘๐/๒๔๙๐ ๓.ค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องคดี คำพิพากษาฏีกา ๑๐๘๘/๒๕๓๐ ๔.ค่าขาดรายได้จากการฉายภาพยนตร์เร่เมื่อรถถูกยึดไป จึงขาดรายได้เพราะไม่มีรถที่จะไปฉายภาพยนตร์ คำพิพากษาฏีกา ๒๑๙๙/๒๕๑๔ ๕.ดอกเบี้ยเงินกู้ที่กู้เงินมาเพื่อซื้อที่ดิน แล้วผู้ขายผิดนัดไม่ขายที่ดินให้ คำพิพากษาฏีกา ๙๑๒/๒๕๑๔ ๖.วางมัดจำในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและอาคาร โดยหวังว่าจะได้รับเงินมาเพื่อนำเงินนั้นไปซื้อที่ดินและอาคาร คำพิพากษาฏีกา ๑๗๒๒/๒๕๑๕ ข้อสังเกต ๑. การจับเสือมือเปล่าโดยไม่ลงทุนอะไร หวังเพียงว่าเมื่อเขาชำระราคาให้ก็จะนำเงินดังกล่าวไปจ่ายค่าบ้านและที่ดินที่ตนยังไม่ได้เป็นเจ้าของ กะว่าได้เงินแล้วจะไปซื้อแล้วเอามาขายต่อเพื่อเกร็งกำไร เมื่อผู้จะซื้อเกิดผิดนัดไม่ยอมชำระราคาหรือไม่ยอมซื้อขาย ดังนี้ไม่ใช่ความเสียหายอันเนื่องมาแต่พฤติการณ์พิเศษที่ลูกหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิด ๒.ตามข้อ ๖.ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและอาคารโดยหวังจะนำเงินมัดจำเพื่อนำไปซื้อที่ดินและอาคาร เมื่อผู้จะซื้อไม่ชำระราคา จึงไม่มีเงินไปซื้อที่ดินและอาคารตามสัญญาจึงถูกริบมัดจำ การถูกริบมัดจำเป็นเพราะผิดสัญญา มิใช่เป็นผลโดยตรงจากการผิดสัญญาของผู้จะซื้อแต่อย่างใดไม่ ไม่ใช่ค่าเสียหายตามปกติ ทั้งผู้จะซื้อก็ไม่อาจคาดเห็นหรือควรคาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นได้ล่วงหน้า คือไม่อาจทราบได้ว่าการที่ตนต้องชำระราคาเพื่อให้ผู้จะขายมีเงินไปซื้อที่ดินและอาคาร จึงไม่ใช่ค่าเสียหายอันเกิดจากพฤติการณ์พิเศษตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๒๒ วรรคท้ายแต่อย่างใดไม่ ๓.ส่วนตามข้อ ๕. การกู้เงินเพื่อมาซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นธรรมดาที่ผู้กู้ต้องเสียดอกเบี้ยกันอยู่แล้ว เมื่อไม่มีเงินไปซื้อที่ดินแล้วไปกู้เงินย่อมต้องเสียดอกเบี้ย การกู้เงินเพื่อนำไปชำระราคาค่าซื้อที่ดิน แม้ต่อมาผู้จะขายเกิดเปลี่ยนใจไม่ยอมขายให้ ก็เป็นเรื่องที่ผู้จะขายต้องรับผิดฐานผิดสัญญา และการผิดสัญญาทำให้ผู้จะซื้อเสียหายอย่างไรก็ไปว่ากล่าวกันอีกเรื่อง ส่วนเรื่องดอกเบี้ยที่ผู้จะซื้อไปกู้เงินมาเพื่อนำมาชำระราคาค่าที่ดินก็เป็นเรื่องที่ผู้จะขายไม่อาจคาดหมายได้ ไม่ใช่ค่าเสียหายโดยตรงไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษที่ผู้จะขายต้องรับผิด ๔.ตามข้อ ๔.ค่าขาดรายได้จากการที่ไม่มีรถไปฉายภาพยนตร์ ไม่ใช่ค่าเสียหายที่พึงคาดหมายได้ ทั้งเป็นค่าเสียหายที่ไกลเกินเหตุ หากจะให้ลูกหนี้ต้องรับผิดในค่าเสียหายทุกอย่างย่อมไม่เป็นธรรมแก่ลุกหนี้ ๕.ตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และ ข้อ ๓. นั้น ค่าใช้จ่ายในการทวงหนี้ ค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดี ค่าธรรมเนียมในการฟ้องคดี ศาลฏีกามองว่า ไม่ใช่ผลโดยตรงจากการกระทำของลูกหนี้ ลูกหนี้จึงไม่ต้องรับผิดซึ่งหากมองลึกๆ ลงไปหากลูกหนี้ไม่ผิดนัดแล้วเจ้าหนี้คงไม่ต้องทวงถาม คงไม่ต้องฟ้องคดี และคงไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องคดีแต่อย่างใด ในความเห็นส่วนตัวเห็นว่า น่าเป็นค่าเสียหายอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของลูกหนี้ หากลูกหนี้ไม่ผิดนัด เจ้าหนี้คงไม่ต้องทวงถาม คงไม่ต้องฟ้องคดี คงไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องคดีแต่อย่างใด แต่เมื่อศาลฏีกาวินิจัยไว้แบบนี้ก็รับฟัง เมื่อศาลฏีกาวางหลักแบบนี้ แต่ธนาคารหลาย ๆ ธนาคารก็ไม่ได้ยึดถือตามแนวคำพิพากษาฏีกาดังกล่าว โดยมีการกำหนดค่าทวงถามให้ชำระหนี้ตามหนี้บัตรเครดิตเพียงโทรศัพท์หรือส่งข้อความมาทางโทรศัพท์มือถือแจ้งยอดหนี้ที่ไม่ชำระตามกำหนด เพียงเท่านี้ถือเป็นการทวงถามให้ชำระหนี้แล้ว และเรียกค่าทวงถามในราคาที่แพงเกินส่วนแทนที่จะเรียกเพียงค่าโทรศัพท์หรือค่าส่งข้อความแต่ก็เรียกค่าทวงถามในราคาสูงเกินส่วน และนำยอดค่าทวงถามนี้ไปรวมกับยอดเงินที่ค้างแล้วเรียกเป็นต้นเงินในการชำระครั้งต่อไป ซึ่งหากไม่ชำระหรือชำระช้ากว่ากำหนดก็จะคิดดอกเบี้ยในยอดนี้ เท่ากับเป็นการเอาต้นเงินรวมกับค่าทวงถามแล้วคิดเป็นต้นเงินนำมาเรียกเก็บและเรียกดอกเบี้ยจากจำนวนดังกล่าว ซึ่งดูเหมือนว่าไม่เป็นธรรมแก่ลูกค้าธนาคารสักเท่าใด ลูกค้าธนาคารยังไงก็อยู่ในภาวะเสียเปรียบและจำต้องยอม ในเมื่อคุณต้องการเงินจากเขายังไงก็ต้องยอม แม้แต่การกู้ยืมเงินยังต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกู้ หรือการกดเงินสดจากบัตรเครดิตก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ หรือแม้แต่การรีไฟแนนท์เปลี่ยนธนาคารก็ต้องโดนปรับเงิน ๒ เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินกู้แทนที่จะคิดจากยอดที่คงค้าง แม้จะได้ชำระไปมากเท่าใดก็ตาม แทนที่มีการรีไฟแนท์คุณจะได้เงินคืนแล้วก็น่าจะพอใจเพราะคุณก็ได้ดอกเบี้ยไปจำนวนหนึ่งพอสมควรแล้ว แต่ก็ต้องมาโดนปรับกรณีเปลี่ยนธนาคารอีก การทำงานกฎหมายจะได้พบปัญหาเหล่านี้ที่ธนาคารก็ดี เจ้าพนักงานที่ดินก็ตามมักไม่ยอมปฏิบัติตามที่กฎหมายเขียนไว้ต้องการเพียง คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเท่านั้นเพื่อเป็นเกราะป้องกันตนว่าทำตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลยังไงก็พ้นความรับผิด แต่ภาระต้องมาตกกับประชาชนที่มาติดต่อ ขนาดบางรายจดทะเบียนหย่ากันแล้วตกลงให้ไปโอนที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่ฝ่ายใดตามบันทึกทะเบียนหย่า เจ้าพนักงานที่ดินยังไม่ยอมทำให้บอกว่าต้องมีคำพิพากษาของศาลก่อน หรือกรณีผู้ตายตั้งผู้จัดการมรดกไว้ เมื่อผู้จัดการมรดกมาติดต่อธนาคารหรือสนง.ที่ดิน แต่สนง.ที่ดินและธนาคารไม่ยอมโอนทรัพย์มรดกให้ผู้จัดการมรดกเพื่อไปแบ่งแก่ทายาท แต่ต้องให้ไปร้องต่อศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อนซึ่งเป็นการไม่เคารพในคำสั่งครั้งสุดท้ายของผู้ตายในการทำพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกไว้ หรือแม้มีพินัยกรรมไว้ก็ยังไม่เชื่อว่าพินัยกรรมถูกต้อง ก็เลยสร้างความสงสัยให้ประชาชนทั่วไปว่าข้อตกลงตามบันทึกท้ายสัญญาหย่าใช้บังคับไม่ได้หรอ พินัยกรรมใช้บังคับไม่ได้หรอ จึงเป็นการทำให้คดีรกโรงรกศาล แทนที่อัยการและศาลจะนำเวลาไปรักษาผลประโยชน์ของชาติหรือประชาชนในส่วนอื่นที่สำคัญกว่านี้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ต้องมาดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ก่อน คำพิพากษาของศาลบางทีก็เหมือนกระดาษแผ่นหนึ่งหากคู่ความไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งก็มีอยู่มากที่ชนะคดีแต่ได้เพียงตัวเลขไม่สามารถบังคับคดีได้ ที่มา : ท่านจิระประวัติ เเบบประเสริฐ
Username :
Password :
เลือกประเภท:
[ร่วมสนับสนุนเว็บไซต์]
สมัครใช้งาน | ลืม Username/Password?