หัวข้อ : กรณีที่ถือว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลพนักงานอัยการต้องนำตัวจำเลยมาศาล
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







กรณีที่ถือว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลพนักงานอัยการต้องนำตัวจำเลยมาศาล

1.กรณีจำเลยถูกขังตามหมายของศาลในคดีหนึ่ง แต่ได้หลบหนีไปจากเรือนจำก่อนพนักงานอัยการฟ้อง ถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจของศาลเฉพาะคดีที่ศาลออกหมายขังไว้เท่านั้น หากพนักงานอัยการจะฟ้องในข้อหาอื่นต้องนำตัวจำเลยมาศาล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2518 พนักงานอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาโดยกล่าวในฟ้องว่าจำเลยถูกจำคุกอยู่ในคดีอื่นของศาลนั้นแต่ได้หลบหนีไปจากเรือนจำเสียแล้วก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อโจทก์ไม่มีตัวจำเลยอยู่ในขณะที่ยื่นฟ้องและจำเลยมิได้ถูกศาลสั่งขังไว้ในคดีนี้ ศาลย่อมไม่รับประทับฟ้อง


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 766/2504 จำเลยต้องกักขังตามอำนาจศาลอยู่ในคดีหนึ่งแล้วหลบหนีไปต่อมาอัยการจะมาฟ้องจำเลยผู้นั้นในอีกคดีหนึ่ง โดยไม่มีตัวจำเลยมาส่งศาลพร้อมฟ้องนั้นไม่ได

2. กรณีที่พนักงานขอให้ศาลออกหมายปล่อยผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวนหรือศาลปล่อยตัวจำเลยไปเพราะขังครบกำหนดเวลาตามกฎหมายไม่ถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจศาล เมื่อพนักงานอัยการจะยื่นฟ้องต้องนำตัวจำเลยมาศาล พนักงานจะยื่นฟ้องแล้วขอให้ศาลออกหมายจับจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2493 อัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทางอาญา และยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับจำเลย เพราะได้เคยฝากศาลขังไว้ในระหว่างสอบสวนจนพนักงานอัยการขอให้ศาลปล่อยไปแล้วนั้น ศาลย่อมไม่รับประทับฟ้องเพราะอัยการมีหน้าที่จะต้องจัดการให้ตัวจำเลยมาศาลเวลายื่นฟ้อง


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2491 พนักงานสอบสวนหรืออัยการ ไปขอให้ศาลขังจำเลยระหว่างสอบสวนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 จนครบกำหนดและศาลปล่อยตัวจำเลยไปแล้วเช่นนี้ จะมาขอให้ศาลสั่งขังอีกย่อมไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อเจ้าพนักงานจับจำเลยใหม่เพื่อฟ้องเป็นคดีจะควบคุมผู้ต้องหาไม่ได้เสียเลย เจ้าพนักงานยังคงควบคุมผู้ต้องหาได้ตามที่จำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดีตามตอนต้นแห่งมาตรา 87 คือเพียงเท่าที่จะนำตัวจำเลยมาส่งศาลโดยแท้เท่านั้น จะควบคุมเพื่อเหตุอื่น เช่นสอบสวนต่อไป หรือรออัยการสั่งฟ้องไม่ได้

อัยการฟ้องขอให้ศาลออกหมายจับจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยถูกศาลสั่งขังระหว่างสอบสวนครบกำหนดจนศาลสั่งปล่อยตัวไปแล้วเช่นนี้ไม่ชอบที่ศาลจะรับประทับฟ้องและออกหมายจับให้ เพราะเจ้าพนักงานยังมีอำนาจที่จะดำเนินการเพื่อเอาตัวจำเลยมาส่งศาลพร้อมฟ้องได้ มิฉะนั้นจะเป็นการยืดอายุความอันเป็นผลร้ายแก่จำเลย

3.กรณีที่ผู้เยาว์ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยผู้อำนวยการสถานพินิจถือว่าผู้เยาว์อยู่ในอำนาจของผู้อำนวยการสถานพินิจ เมื่อวันฟ้องผู้อำนวยการสถานพินิจไม่อาจส่งตัวผู้เยาว์ต่อศาลได้ก็เท่ากับว่าพนักงานอัยการไม่มีตัวจำเลยมาศาล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1455/2545 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาฯไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องที่พนักงานอัยการโจทก์มีหน้าที่ต้องควบคุมตัวจำเลยซึ่งเป็นเยาวชนมาศาลขณะยื่นฟ้องหรือไม่ แต่มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาบังคับใช้แก่คดี ซึ่งตามมาตรา 165 ที่กำหนดให้พนักงานอัยการโจทก์คุมตัวจำเลยมาศาลในวันฟ้องนั้นสามารถนำมาใช้บังคับแก่คดีเด็กหรือเยาวชนได้ และไม่เป็นการขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น พนักงานอัยการโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องควบคุมตัวจำเลยซึ่งเป็นเยาวชนมาศาลขณะยื่นฟ้อง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยถูกควบคุมตัวที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมาแล้วมีการประกันตัวไป แต่ภายหลังสถานพินิจดังกล่าวไม่อาจส่งตัวจำเลยต่อศาลในวันฟ้องได้เนื่องจากจำเลยถูกจับกุมในอีกคดีหนึ่งที่จังหวัดลพบุรี กรณีจึงเป็นเรื่องระหว่างการควบคุมตัวจำเลยในชั้นสอบสวนโดยอยู่ในอำนาจของผู้อำนวยการสถานพินิจ ไม่เกี่ยวกับศาลประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 ที่แก้ไขใหม่ก็มิได้บัญญัติให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเป็นผู้รับผิดชอบงานของสถานพินิจทั่วราชอาณาจักรดังที่บัญญัติไว้เดิมทั้งในปัจจุบันสถานพินิจทั่วราชอาณาจักรก็เป็นหน่วยงานที่แยกออกไปจากศาลแล้ว ดังนั้น ในชั้นควบคุมตัวจำเลยในสถานพินิจจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยอยู่ในความควบคุมของศาล ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาจึงชอบแล้ว

เรียง/พิมพ์โดย นักกฎหมายสายแข็ง StrengthLawyer





กรณีที่ถือว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลพนักงานอัยการต้องนำตัวจำเลยมาศาล | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2408 ครั้ง
ลงวันที่ 02/12/2014 16:27:51





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน