หัวข้อ : คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5689/2545 วิชาสิทธิมนุษยชนฯ อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ (ภาคค่ำ) 01-12-2557
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







ฎีกาเด่น คำบรรายเนติบัณฑิต วิชาสิทธิมนุษยชนฯ อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ (ภาคค่ำ) 01-12-2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  5689/2545  

 
 
ป.วิ.อ. มาตรา 39(2), 126, 195, 198, 225
  
          การขอถอนคำร้องทุกข์ ที่จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ต้องถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีถึงที่สุด
 
           ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2541 จำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2541 แต่จำเลยมิได้ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ถือว่าคดีถึงที่สุด การที่จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยเป็นการไม่ชอบ เพราะการส่งหมายแจ้งวันนัดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษา ศาลชั้นต้นชอบที่จะทำการไต่สวนคำร้องก่อนว่าเป็นจริงหรือไม่ หากเป็นจริงก็ชอบที่จะเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาได้การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยทำเป็นคำฟ้องอุทธรณ์โดยอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงเป็นการไม่ชอบ เมื่อจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนและมีคำสั่งว่าการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบหรือไม่เสียก่อนโดยไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบเช่นกัน ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้


  
________________________________


    
          โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับห้างหุ้นส่วนจำกัดคอมเมอร์เชียล ฟอร์มส ร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาประตูน้ำ จำนวน 5 ฉบับ ให้แก่บริษัทพรธนาอุตสาหกรรม จำกัด ผู้เสียหาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91
 
          จำเลยให้การรับสารภาพ
 
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91จำคุกกระทงละ 10 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 50 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 25 เดือน
 
          จำเลยอุทธรณ์
 
          ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์
 
          จำเลยฎีกา
 
          ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ โจทก์จำเลยไม่คัดค้าน
 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การขอถอนคำร้องทุกข์ที่จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) นั้น ต้องถอนคำร้องทุกข์ก่อนคดีถึงที่สุด คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2541 จำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2541 แต่จำเลยมิได้ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ในเบื้องต้นย่อมถือว่าคดีถึงที่สุด การที่จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 27 เมษายน 2544 อ้างว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยเป็นการไม่ชอบ เพราะการส่งหมายแจ้งวันนัดไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษา ศาลชั้นต้นชอบที่จะทำการไต่สวนคำร้องก่อนว่าเป็นจริงตามที่จำเลยกล่าวอ้างหรือไม่ หากเป็นจริงดังที่จำเลยกล่าวอ้างก็ชอบที่จะเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาได้ การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยทำเป็นคำฟ้องอุทธรณ์โดยอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงเป็นการไม่ชอบเมื่อจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนและมีคำสั่งว่าการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบหรือไม่เสียก่อน โดยไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์มิได้มีคำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบเช่นกันปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล เมื่อได้วินิจฉัยดังนี้แล้วจึงไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลย และคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ของผู้เสียหายแต่อย่างใด"
 
          พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฎีกาจำเลยและให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยลงวันที่ 27 เมษายน 2544 โดยสำเนาคำร้องให้โจทก์ก่อนแล้วมีคำสั่งต่อไปนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์


 
( ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ - เรวัตร อิศราภรณ์ - พลรัตน์ ประทุมทาน )





คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5689/2545 วิชาสิทธิมนุษยชนฯ อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ (ภาคค่ำ) 01-12-2557 | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1648 ครั้ง
ลงวันที่ 02/12/2014 23:30:52





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน