หัวข้อ : สรุปขั้นตอนวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







ขั้นตอนวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น


คดีมีข้อพิพาท


๑. ให้โจทก์เสนอข้อหาโดยทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้น (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๐, ๑๗๒) โจทก์ต้องชำระค่าขึ้นศาลเมื่อยื่นคำฟ้อง (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๙ วรรคสอง, ๑๕๐ วรรคหนึ่ง และตาราง ๑ ค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ท้าย ป.วิ.พ.) ถ้าโจทก์ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลอาจยื่นคำร้องต่อศาลขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ในการฟ้องในศาลชั้นต้นตาม (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๕)


๒. ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง ให้โจทก์ร้องขอต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายเรียกให้แก้คดีแก่จำเลย (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๓ วรรคหนึ่ง) โดยคำฟ้องนั้นให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมในการส่งส่วนการนำส่งนั้นโจทก์จะนำส่งหรือไม่ก็ได้ เว้นแต่ศาลจะสั่งให้โจทก์มีหน้าที่จัดการนำส่ง (ป.วิ.พ. มาตรา ๗๐ วรรคสอง) มิฉะนั้น ถือว่าโจทก์ใด้ทิ้งฟ้อง ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๔ (๑), ๑๓๒ (๑)) ในกรณีที่มีการทิ้งฟ้อง ให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งคืนค่าขึ้นศาลบาง ส่วนได้ตามที่เห็นสมควร (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๕๑ วรรคสาม) แต่โจทก์อาจยื่นฟ้องใหม่ได้ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๖)


๓. เมื่อได้ส่งหมายเรียกและคำฟ้องให้จำเลยแล้ว ให้จำเลยทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวัน (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๗ วรรคหนึ่ง) คำให้การนั้น ให้ฝ่ายที่ให้การนำต้นฉบับยื่นไว้ต่อศาลพร้อมด้วยสำเนาสำหรับให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือ คู่ความอื่นๆ รับไปโดยทางเจ้าพนักงานศาล (ป.วิ.พ. มาตรา ๗๑ วรรคหนึ่ง) จำเลยจะ ฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้ (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม, ๑๗๙ วรรคท้าย) ถ้าจำเลยฟ้องแย้งรวมมาในคำให้การ ให้โจทก์ทำคำให้การแก้ฟ้องแย้งยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ส่งคำให้การถึงโจทก์ (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๙) ถ้าจำเลยมิได้ยื่นคำให้การหรือโจทก์มิได้ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรือโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ให้โจทก์มีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การได้สิ้นสุดลงเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัด ถ้าโจทก์ไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่าย คดีนั้นเสียจากสารบบความ (ป.วิ.พ. มาตรา ๑๙๗, ๑๙๙ ฉ)


๔. ให้ศาลทำการชี้สองสถาน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๘๒, ๑๘๓, ๑๘๓ ทวิ การชี้สองสถานหมายความถึงการที่ศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาท กำหนดภาระการพิสูจน์ และกำหนดให้คู่ความฝ่ายใดนำพยานหลักฐานมาสืบก่อนหรือหลัง โดยศาลจะกำหนดวัน สืบพยานซึ่งมีระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบวันนับแต่วันชี้สองสถาน

แต่การชี้สองสถานไม่จำเป็นต้องมีในคดีแพ่งสามัญทุก คดี ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ศาลจะกำหนดวันสืบพยานสั่งให้แก่คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน (ป.วิ.พ.  มาตรา   ๑๘๔)


๔. กำหนดวันสืบพยาน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๘๔ สืบพยานตามประเด็นใน ข้อพิพาท  (ป.วิ.พ.  มาตรา  ๘๔, ๑๘๔)


๖.    มีคำพิพากษา  ตาม ป.วิ.พ.  มาตรา  ๑๓๑  (๒), ๑๓๓


๗. ให้ศาลมีคำบังคับ ถ้าศาลได้พิพากษาหรือมีคำสั่งอย่างใดซึ่งจะต้องมีการบังคับคดี ก็ให้ศาลมีคำบังคับกำหนดวิธีที่จะปฏิบัติตามคำบังคับในวันที่อ่านคำพิพากษา หรือคำสั่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๒, ๒๗๓ แต่กรณีที่ศาลพิพากษายกฟ้องและสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ หรือศาลพิพากษาตามยอมซึ่งคู่ความไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใด ต่อกันและค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ก็ไม่ต้องออกคำบังคับ


๘. เมื่อระยะเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะขอให้บังคับคดีให้ยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อให้ ออกหมายบังคับคดีตาม  ป.วิ.พ.  มาตรา   ๒๗๕, ๒๗๖


๙. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๑

 

อ้างอิง :  สัมมนากฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(อ.ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์) เนติบัณฑิต ภาค2/67 เล่มที่1






สรุปขั้นตอนวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2670 ครั้ง
ลงวันที่ 25/12/2014 23:01:38





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน