๒. หลักเกณฑ์พิจารณา การที่ศาลแพ่งหรือศาลอาญามีอำนาจใช้ดุลพินิจรับคดี ต้องเป้นเกิดที่เกิดขึ้นนอกเขตศาล ไม่ว่าคดีประเภทไหน ทุนทรัพย์เท่าใด ซึ่งแม้เป็นคดีในเขตอำนาจของศาลแขวง ถ้าเกิดนอกเขตของศาลแพ่งหรือศาลอาญา ก็มีอำนาจรับพิจารณาพิพากษาได้ มาตรา ๑๖ วรรค ๓
๓. ถ้าเป็นคดีในอำนาจศาลแขวง และ เป็นคดีที่เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลแพ่งหรือศาลอาญา ศาลแพ่งหรือศาลอาญา ต้องโอนคดีไปยังศาลที่มีเขตอำนาจ ไม่ใช่มาตรา ๑๖วรรค ๓ เป็นเรื่อง มาตรา ๑๖ วรรค ๔ (ฎ 2040/2550)
๔. การที่ศาลรับฟ้องคดีอาญาไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องเพราะไม่อยู่ในเขตอำนาจ การรับฟ้องมาไต่สวน ยังไม่ถือว่าศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรับคดีของโจทก์ไว้ชำระแล้ว ผลก็คือต้องไปฟ้องที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น (ฎ ๑๕๔๖๔/๒๕๕๖)
๕. ศาลรับฟ้องคดีอาญามาไต่สวนมูลฟ้อง แล้วถ้าพิพากษา ประทับรับฟ้องไว้พิจารณา ก็เป็นการใช้ดุลพินิจรับคดีไว้พิจารณาพิพากษาแล้ว โอนไปไหนไม่ได้ แล้วก็ คำสั่งคดีมีมูลถึงที่สุด ตามมาตรา ๑๗๐ ป.วิ.อ.