คำพิพากษาฎีกาที่ 6964/2555
อาวุธปืนที่จำเลยที่ 2 ใช้ยิงเป็นอาวุธปืนลูกซองสันขนาด 12 ซึ่งเครื่องกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนดังกล่าวเป็นกระสุนปราย เมื่อยิงแล้วจะกระจายออก หากเล็งไปที่จุดอื่นเช่นพื้นถนนซึ่งตามภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุหมาย จ. 20 ภาพที่ 3 แสดงว่าเป็นถนนที่ไม่ได้ลาดยาง กระสุนปืนย่อมฝังที่พื้นถนนหรือมิฉะนั้นก็ปะทะกับพื้นถนนทำให้ไม่มีอนุภาพเพียงพอที่จะแฉลบไปถูกผู้เสียหายที่ 1 จนกระดูกแตกได้ การที่กระสุนปรายถูกผู้เสียหายทั้งสองมีบาดแผลคนละแห่ง แสดงว่าจำเลยที่ 2 เล็งอาวุธปืนและยิงไปที่ผู้เสียหายทั้งสอง แต่จำเลยที่ 2 ยิงเพียง 1 นัดแล้วไม่ได้ยิงซ้ำอีก ทั้งบาดแผลของผู้เสียหายทั้งสองก็ไม่ใช่อวัยวะสำคัญ เชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนายิงทำร้ายผู้เสียหายทั้งสอง มิใช่เจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสอง
จำเลยที่ 2 กับพวกสมัครใจทะเลาะวิวาทชกต่อยกับผู้เสียหายทั้งสองกับพวกถึง 2 ครั้ง โดยครั้งหลังสุดผู้เสียหายทั้งสองกับพวกมีจำนวนมากกว่า จำเลยที่ 2 กับพวกจึงขับรถจักรยานยนต์หลบหนีและผู้เสียหายทั้งสองกับพวกขับรถจักรยานยนต์ตามไป และเมื่ออยู่ห่างประมาณ 7 ถึง 8 เมตร ก็ถูกจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธปืนยิง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากการทะเลาะวิวาท หาใช่เป็นการกระทำที่ขาดตอนจากกันไม่ และเมื่อเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน จึงไม่ใช่เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าการกระทำเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งไม่ใช่เป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมที่จำเลยที่ 2 จะอ้างว่ากระทำไปเพราะเหตุบันดาลโทสะได้
|