หัวข้อ : ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ ๒. (สนามใหญ่) ก.พ. ๒๕๕๗
หมวดหมู่ : ถาม-ตอบ ฎีกาเด่นติดดาว (ประเด็นฎีกา 5ดาว)







ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ ๒.  (สนามใหญ่)  ก.พ. ๒๕๕๗ 


ข้อ ๒. นายสมบัติร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่นางสาวมะลิลูกจ้างของตนในข้อหายักยอก หลังจากถูกแจ้งข้อหายักยอกแล้วนางสาวมะลิให้การปฏิบัติ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสนอต่อพนักงานอัยการว่า ปรากฏจากถ้อยคำของนายสมบัติเองว่านายสมบัติร้องทุกข์เกินกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความตามกฎหมายเห็นควรสั่งไมฟ้อง แต่พนักงานอัยการเห็นว่าการกระทำของนางสาวมะลิเป็นความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง นายสมบัติไม่ต้องร้องทุกข์ภายในกำหนดดังกล่าวและสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่นางสาวมะลิในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง และสอบสวนเพิ่มเติมกับสอบปากคำนางสาวมังคุดผู้รู้เห็นการที่นางสาวมะลิเอาทรัพย์ของนายสมบัติไป พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของพนักงานอัยการโดยไม่ได้แจ้งข้อหาใหม่ และไม่สามารถสอบปากคำนางสาวมังคุดได้เพราะนางสาวมังคุดไปทำงานต่างประเทศไม่มีกำหนดกลับ พนักงานอัยการเห็นว่าพยานหลักฐานในสำนวนไม่พอฟ้อง จึงมีคำสั่งไม่ฟ้องนางสาวมะลิ คำสั่งนี้เด็ดขาดแล้ว ต่อมานางสาวมังคุดกลับจากต่างประเทศ นายสมบัติพานางสาวมังคุดเข้าให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน วันถัดมานายสมบัติเกิดความสงสารนางสาวมะลิจึงขอถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวน สรุปความเห็นใหม่เสนอสำนวนต่อพนักงานอัยการเป็นควรสั่งฟ้องนางสาวมะลิในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง ในที่สุดพนักงานสอบสวนเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวมะลิต่อศาลในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง

นางสาวมะลิให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะ 
ก) ไม่มีการแจ้งข้อหาลักทรัพย์นายจ้างถือว่าคดีไม่มีการสอบสวน
ข) นายสมบัติถอนคำร้องทุกข์แล้ว 
ค) พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี จะนำคดีมาฟ้องไม่ได้ 
ให้วินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ของนางสาวมะลิฟังขึ้นหรือไม่ 
________________________
ธงคำตอบ 
ก) การกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์หรือลักทรัพย์นายจ้างเป็นการกระทำอันเดียวกันของนางสาวมะลิซึ่งมีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนโดยได้สอบปากคำนายสมบัติ ผู้ร้องทุกข์ ทั้งมีการแจ้งข้อหาและสอบคำให้การของนางสาวมะลิ ถือได้ว่าคดีมีการสอบสวนแล้ว แม้ต่อมาพนักงานอัยการจะสั่งให้ดำเนินคดีแก่นางสาวมะลิในข้อหาลักทรัพย์นายจ้าง และปรากฏว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อหาใหม่แก่นางสาวมะลิก็ตาม ก็ถือว่าได้มีการสอบสวนในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ อ. มาตรา ๑๒๐ ข้อต่อสู้ของนางสาวมะละในข้อนี้ฟังมีขั้น

(ประเด็นนี้ค่อนข้างยากเพราะต้องใช้ความรู้กฎหมายทางสารบัญญัติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มของความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม ในระดับเนฯ อาจข้ามไปไม่จำเป็นต้องศึกษาละเอียด แต่ในสนามสอบผู้ช่วยแล้ว ไม่รู้ไม่ได้ (วันหลังจะพูดถึงกรรมเดียวหลายกรรมอย่างละเอียด/ ถ้าลืมช่วยเตือนด้วย) 
______________________
ข) แม้ในความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ และนายสมบัติเคยร้องทุกข์ในข้อหายักยอกอันเป็นความผิดต่อส่วนตัว และต่อมาได้ถอนคำร้องทุกข์ก็ตาม แต่เมื่อพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนางสาวมะลิในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว ดังนี้ การถอนคำร้องทุกข์ในข้อหายักยอกจึงไม่ตัดอำนาจในการที่จะฟ้องคดีแก่นางสาวมะลิตาม ป.วิ อ. มาตรา ๑๒๖ วรรคสอง ข้อต่อสู้ของนางสาวมะลิในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

(ประเด็นนี้เหมือนกับประเด็นแรก แม้จะเป็นข้อสอบ วิ.อาญา แต่กรรมการต้องการทดสอบเรื่องความผิดยอมความได้หรือยอมความไม่ได้ ข้อสอบประเด็นนี้จึงมี ๒ ชั้นซ้อนอยู่ในประเด็นเดียว ชั้นแรก เราต้องรู้ว่า การถอนคำร้องทุกข์ไม่ตัดอำนาจ พ.สอบสวนที่จะสอบสวน และไม่ตัดอำนาจ พ. อัยการที่จะฟ้องคดี เว้นแต่คดีความผิดต่อส่วนตัว คำว่า เว้นแต่คดีความผิดต่อส่วนตัว ทำให้เราต้องวินิจฉัยยากขึ้นไปอีก ๑ ชั้น เพราะต้องรู้ว่าคดีใดเป็นความยอมความได้หรือยอมความไม่ได้ (วันหลังจะพูดให้ฟังข้อแตกต่างระหว่างความผิดต่อส่วนตัวกับความผิดอาญาแผ่นดิน) 
__________________
ค) ป. วิ. อ. มาตรา ๑๔๗ บัญญัติว่า เมื่อมีคำสั่งเด็ดขายไม่ฟ้องคดีแล้ว ห้ามมิให้มีการสอบสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันนั้นอีก เว้นแต่จะได้พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี ซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหานั้นได้ คดีนี้แม้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้สอบปากคำนางสาวมังคุดไว้เป็นพยานมาก่อนตามที่พนักงานอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเพราะนางสาวมะลิไปทำงานต่างประเทศไม่มีกำหนดกลับและต่อมาเมื่อนางสาวมังคุดกลับจากต่างประเทศพนักงานสอบสวนมีโอกาสสอบปากคำได้ในภายหลัง คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่านางสาวมังคุดเป็นพยานบุคคลที่มีอยู่แล้วตั้งแต่แรก และพนักงานสอบสวนทราบดีอยู่แล้ว ก่อนที่พนักงานอัยการจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี กรณีไม่ถือว่านางสาวมังคุดเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่จะทำการสอบสวนในเรื่องเดียวกันนั้นอีก ตามบทบัญญัติดังกล่าวพนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ข้อต่อสู้ของนางสาวมะลิในข้อนี้ฟังขึ้น (เทียบฎีกาที่ ๖๕๕๕/๒๕๔๘)

(ประเด็นสุดท้าย คือประเด็นที่ยากที่สุด ไม่มีใครคาดคิดจะมีการนำฎีกาที่ ๖๕๕๕/๒๕๔๘ ซึ่งวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ฯ มาออกสอบ แต่นี่คือข้อสอบผู้ช่วยฯ อะไรก็เป็นไปได้ ฉะนั้นต่อไป สำหรับผู้เตรียมตัวสอบ ไม่ว่าระดับใด ควรเตือนตัวเองว่า อย่าอ่านหนังสือรวมฎีกาเพียงเล่มเดียวชุดเดียว ควรอ่านอย่างหลากหลาย หลายๆ แนว เพราะแต่ละเล่มจะมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกัน เล่มไหนมีจุดเหมือนก็ผ่านไป แต่เล่มไหนมีจุดเด่น ต้องเก็บไว้เพื่อให้มีความรู้คลอบคลุมทุกประเด็นเพราะโอกาสที่เสียไปมันเทียบไม่ได้กับการเตรียมตัวเพิ่มอีกนิดเดียว)

 

ที่มา/อ้างอิง : หลักและคำพิพากษากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา





ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ ๒. (สนามใหญ่) ก.พ. ๒๕๕๗ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1964 ครั้ง
ลงวันที่ 04/02/2015 22:27:23





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน