จะควบคุมผู้ถูกจับได้ บุคคลนั้นจะต้องเป็นผู้ถูกจับก่อน การที่ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกและพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้ทราบทันที ไม่ถือว่าผู้ต้องหาถูกจับ
ฎีกาที่ ๘๗๐๘/๒๕๔๗ การที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามที่ถูกหมายเรียกและพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้ทราบทันที ยังถือไม่ได้ว่าผู้ต้องหาถูกจับ เพราะยังไม่มีคำสั่งหรือหมายจับของศาล เมื่อผู้ต้องหายังไม่ถูกจับ จึงไม่อยู่ในอำนาจควบคุมของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานผู้ร้อง ผู้ร้องไม่สามารถยื่นคำร้องขอออกหมายขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๘๗ วรรคสามได้
ข้อสังเกต
๑) แม้ควบคุมเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายอนุญาต ไม่มีผลทำให้การสอบสวนเสียไป และไม่มีผลถึงอำนาจฟ้องของโจทก์ (ฎีกาที่ ๔๑๑๓/๒๕๕๒)
๒) แม้พนักงานสอบสวนไม่ได้ขอฝากขังภายในกำหนด โจทก์ก็ยังมีอำนาจฟ้อง (ฎีกาที่ ๔๒๙๔/๒๕๕๐)
๓) การยื่นคำร้องขอฝากขัง ให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจชำระคดีซึ่งอาจเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่ที่ความผิดเกิด หรือที่ผู้ต้องหานั้นมีที่อยู่ หรือถูกจับ หรือที่ทำการสอบสวนก็ได้
๓) การนับระยะเวลา ๔๘ ชั่วโมง ให้เริ่มนับเมื่อผู้ถูกจับมาถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน ไม่ใช่เริ่มนับทันทีเมื่อจับกุมได้ (ฎีกาที่ ๙๘๔/๒๕๒๙)
๔) ก่อนครบระยะเวลา ๔๘ ชั่วโมง พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการมีอำนาจปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวระหว่างสอบสวนติดต่อกันได้ จนกว่าการสอบสวนเสร็จสิ้น แต่ไม่เกิน ๖ เดือน นับแต่วันแรกที่มีการปล่อยชั่วคราว ตามมาตรา ๑๑๓ วรรคหนึ่ง แต่เมื่อมีการปล่อยชั่วคราวครบกำหนด ๖ เดือนแล้ว แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น และมีความจำเป็นต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ต่อไป ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการส่งตัวผู้ต้องหามาศาลและยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายขังผู้ต้องหานั้นได้ไม่เกิน ๗ วัน หรือ ๔๘ วัน หรือ ๘๔ วัน ตามมาตรา ๑๑๓ วรรคสอง
๕) การขอหมายขังตามมาตรา ๘๗ ไม่มีจำกัดจำนวนครั้ง ต่างจากการผัดฟ้องฝากขังในคดีศาลแขวงซึ่งจำกัดจำนวนครั้งไว้ (เรียกว่า จำนวนคราว) กล่าวคือ คราวละไม่เกิน ๖ วัน และรวมกันทั้งหมดไม่เกิน ๕ คราว ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา ๗
๖) จำนวนวันที่ศาลอนุญาตให้ขังระหว่างสอบสวนรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน ๔๘ วัน หรือ ๘๔ วัน ตามอัตราโทษขั้นสูงของความผิดนั้นๆ แต่หากเป็นการขอหมายขังตามมาตรา ๘๗ วรรคสี่ ศาลมีอำนาจขังได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่เกิน ๗ วัน
๗) ในการฝากขัง พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการต้องดำเนินการติดต่อกันต่อเนื่องไม่ขาดตอน หากขาดตอน เรียกว่า หลุดฝากขัง เรือนจำต้องปล่อยตัวทันทีโดยไม่ต้องมีหมายปล่อยเพราะหมายขังระบุวันสิ้นสุดไว้แล้ว
๘) ปัญหาว่า หากศาลไม่อนุญาตให้ขังผู้ต้องหาต่อไป พนักงานสอบสวน (หรือพนักงานอัยการ) จะอุทธรณ์คำสั่งศาลได้หรือไม่ มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๒๕/๒๔๙๖ (ป) วินิจฉัยว่า อุทธรณ์คำสั่งไม่ได้เพราะสิทธิที่จะฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลยังคงมีอยู่ ในเมื่อคดีมีมูล
๙) ในชั้นไต่สวนการขอฝากขัง ผู้ต้องหามีสิทธิร้องขอให้ศาลแต่งทนายความได้ตามมาตรา ๘๗ วรรคแปด และเมื่อผู้ต้องหาร้องขอ ศาลต้องตั้งทนายความให้ตามคำขอด้วย (ข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๖๑ ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๖)
อ้างอิง/ที่มา : หลักและคำพิพากษากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา