ข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๕๖ ข้อ ๑
ก) ผู้เสียหายก็ดี พนักงานอัยการก็ดี หากประสงค์ที่จะเข้าร่วมเป็นโจทก์จะต้องดำเนินการอย่างไร และเมื่อเข้าร่วมเป็นโจทก์แล้ว แต่ละฝ่ายมีสิทธิและหน้าที่ต่อกันอย่างไร
ข) นายดวงเป็นโจทก์ฟ้องนายเด็ดเป็นจำเลยข้อหาฆ่านางเดือนภริยาของนายดวงโดยเจตนา ต่อมาพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และศาลอนุญาตแล้ว ในระหว่างพิจารณาคดีปรากฏว่านายดวงและพนักงานอัยการมีความเห็นแย้งกันในการที่จะนำพยานเข้าสืบ ทั้งนายดวงและพนักงานอัยการต่างยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งห้ามอีกฝ่ายห้ามมิให้นำพยานบางปากเข้าสืบเพราะอาจทำให้คดีของตนเสียหาย ให้วินิจฉัยว่า นายดวงและพนักงานอัยการมีอำนาจดำเนินการได้เพียงใด
๑) ถาม จะใช้ถ้อยคำอย่างไรถึงจะถูกต้อง ระหว่างคำว่า “ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์” กับ “ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วม”
ตอบ ให้ใช้คำว่า “ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์” ตามสำนวนกฎหมาย
๒) ถาม ผู้เสียหายมีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ทุกคดีหรือไม่
ตอบ ทุกคดีที่ตนเป็นผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวหรือมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แต่ต้องเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการเท่านั้น จะเข้าร่วมเป็นโจทก์กับผู้เสียหายด้วยกันไม่ได้
๓) ถาม ที่บอกว่า “จะเข้าร่วมเป็นโจทก์กับผู้เสียหายด้วยกันไม่ได้” นั้น หมายความว่าอย่างไร
ตอบ หมายถึง คดีที่ผู้เสียหายคนหนึ่งยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้ว ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งจะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้ (ฎีกาที่ ๓๙๓๕/๒๕๒๙)
๔) ถาม หากพนักงานอัยการยื่นฟ้องและผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์แล้ว ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้อีกหรือไม่
ตอบ ได้ เพราะอำนาจฟ้องของผู้เสียหายแต่ละคนมีอิสระจากกัน เช่น จำเลยขับรถประมาท มีทั้งผู้เสียหายที่บาดเจ็บ ตาย สาหัส ผู้เสียหายแต่ละคนย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องจำเลย เมื่อมีสิทธิฟ้องแล้ว ย่อมมิทธิขอร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ (เทียบฎีกาที่ ๗๖๙/๒๕๓๕)
๕) ถาม ในทางกลับกัน หากผู้เสียหายยื่นฟ้องและพนักงานอัยการขอเข้าร่วมเป็นโจทก์แล้ว ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ แม้ผู้เสียหายจะมีอำนาจฟ้อง แต่การเข้าร่วมเป็นโจทก์ ป.วิ.อ. มาตรา ๓๐, ๓๑ ระบุไว้เพียง ๒ กรณีเท่านั้น ข้อเท็จจริงตามกรณีนี้เท่ากับผู้เสียหายกำลังจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับผู้เสียหายนั้นเอง
๖) ถาม หากพนักงานอัยการเคยมีคำสั่งไม่ฟ้อง ต่อมาเมื่อผู้เสียหายฟ้องคดีเอง อัยการจะกลับขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้หรือไม่
ตอบ ได้ ไม่มีกฎหมายจำกัดสิทธิว่าเมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้วจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้
ข้อสังเกต
ข้อสอบเนติบัณฑิต สมัยที่ ๕๙ มีธงคำตอบว่า บิดาของผู้ตายซึ่งถูกทำร้ายถึงแก่ความตายใช้อำนาจตามมาตรา ๕ (๒) เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาล แล้วไปทำความตกลงกับจำเลยว่าจะไม่ดำเนินคดีไปในทางที่ให้ศาลยกฟ้อง แม้คดีนั้นพนักงานอัยการเคยมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีไปแล้ว พนักงานอัยการก็มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับผู้เสียหายตามมาตรา ๓๑ และดำเนินการมิให้บิดาผู้ตายกระทำเสียหายแก่คดีตามมาตรา ๓๒ ได้
๗) ถาม ศาลสืบพยานอัยการโจทก์ไปหมดแล้ว เหลือเพียงสืบพยานจำเลย ผู้เสียหายจะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้หรือไม่
ตอบ ได้ กฎหมายให้สิทธิผู้เสียหายถึงเวลา “ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา”
๘) ส่วนสิทธิ (กรอบเวลา) ของพนักงานอัยการมีมากกว่านั้นใช่หรือไม่
ตอบ ใช่ พนักงานอัยการมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด
๙) ถาม คดีความผิดต่อส่วนตัวที่ผู้เสียหายร้องทุกข์แล้ว แต่ผู้เสียหายรอไม่ไหวนำคดีมาฟ้องเอง ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลเป็นอีกคดีหนึ่ง พนักงานอัยการจะยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับผู้เสียหายได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะ ป.วิ.อ. มาตรา ๓๑ ให้อำนาจพนักงานอัยการขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะในคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้น
๑๐) ถาม ถ้าเช่นนั้น คดีเรื่องเดียวกันมี ๒ คำฟ้อง แล้วไม่เป็นฟ้องซ้อนหรือ
ตอบ ไม่เป็นเพราะโจทก์คนละคน (ฎีกาที่ ๔๐๐๗-๔๐๐๘/๒๕๓๘) แต่จะเป็นฟ้องซ้ำ หากคดีใครถึงเสร็จเด็ดขาดก่อนตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๙ (๔) ในทางปฏิบัติศาลจะใช้อำนาจสั่งรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๓
๑๑) ถาม ถ้าผู้เสียหายร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการแล้ว ผู้เสียหายจะฟ้องจำเลยอีกได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะเป็นโจทก์คนเดียวกัน เป็นฟ้องซ้อน ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑) ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ (ฎีกาที่ ๗๒๘/๒๔๙๔)
๑๒) ถาม เมื่อผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการแล้ว ผู้เสียหายจะขอแก้ไขฟ้องของอัยการได้หรือไม่
ตอบ ไม่ได้ เพราะผู้เสียหายขอเข้าร่วม ถือเอาคำฟ้องของอัยการเป็นหลัก เป็นการอาศัยสิทธิตามคำฟ้องของพนักงานอัยการเท่านั้น (ฎีกาที่ ๓๘๓๓/๒๕๒๕)
๑๓) ถ้าเช่นนั้น เมื่อพนักงานอัยการขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับผู้เสียหาย ถือเอาคำฟ้องของผู้เสียหายเป็นหลัก พนักงานอัยการจะขอแก้ไขคำฟ้องของผู้เสียหายไม่ได้เช่นกัน ถูกต้องหรือไม่
ตอบ ยังตอบให้ถูกไม่ได้ แต่มีความเห็นในทางปฏิบัติว่า หากพนักงานอัยการเห็นว่า ฟ้องของผู้เสียหายบกพร่อง อาจทำให้คดีของอัยการเสียหาย อาศัยอำนาจตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๒ อัยการมีอำนาจขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของผู้เสียหายได้
๑๔) ถาม เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคดีไหนเป็นความผิดต่อส่วนตัว คดีไหนมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว
ตอบ คดีความผิดต่อส่วนตัว ในประมวลกฎหมายอาญา เรียกว่า ความผิดอันยอมความได้นั้นเอง จึงต้องดูในมาตราต่างๆ ในประมวลกฎหมายอาญาว่า เขียนให้ยอมความได้หรือไม่ หากเขียนว่า “ยอมความได้” ถือว่าคดีนั้นเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว หากไม่เขียน ถือว่าเป็นคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวทั้งสิ้น เช่น คดีความผิดลหุโทษ แม้จะมีโทษเบา แต่เมื่อไม่เขียนให้ยอมความได้ คดีลหุโทษจึงมิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัว
๑๕) ถาม คดีความผิดต่อส่วนตัว กับคดีมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว ต่างกันอย่างไร
ตอบ คดีความผิดต่อส่วนตัว มีเฉพาะราษฎรเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย ส่วนคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว ปกติรัฐเป็นผู้เสียหาย แต่ราษฎรก็อาจเป็นผู้เสียหายได้หากได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ เช่น ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา (ฎีกาที่ ๑๒๓๑/๒๕๓๓) ความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ฎีกาที่ ๔๘๘๑/๒๕๔๑)
๑๖) ขอถามอีกครั้งว่า ต่างกันอย่างไร
ตอบ คดีความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ก่อน พนักงานสอบสวนถึงจะสอบสวนได้ หากร้องทุกข์ไม่ชอบ ถือว่าไม่มีการร้องทุกข์ มีผลถึงการสอบสวนและอำนาจฟ้องของพนักงานอัยการ ส่วนคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว ไม่จำต้องมีคำร้องทุกข์ (แต่ก็ไม่ห้าม ถ้าใครจะร้องทุกข์) แม้การร้องทุกข์ไม่ชอบ พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจสอบสวน
๑๗) ถาม คดีอาญาแผ่นดินกับคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว เหมือนกันหรือไม่
ตอบ เหมือนกัน
๑๘) ถาม สรุปแล้ว เฉลยธงคำตอบได้หรือยัง
ตอบ สรุปธงคำตอบเรื่องนี้ คือ
ก) ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ทุกคดี แต่ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ส่วนพนักงานอัยการขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้เฉพาะคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว (อาญาแผ่นดิน) แต่ขอเข้าร่วมได้ก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด
ข) พนักงานอัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งห้ามผู้เสียหายนำพยานบางปากที่เห็นว่าจะทำให้คดีของตนเสียหายมิให้นำเข้าสืบได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๓๒ ต่างจากผู้เสียหายไม่มีกฎหมายให้อำนาจทำเช่นนั้น
ที่มา/อ้างอิง : หลักและคำพิพากษากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
|