ป.วิ.อ. มาตรา 46, 220
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งเจ็ดบุกรุกที่พิพาทของโจทก์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365(2) และบังคับให้ขับไล่จำเลยทั้งเจ็ดและให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายในส่วนคดีแพ่งถือเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งเจ็ดบุกรุกที่ดินโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้แน่ชัดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ คดีอาญาจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ส่วนคดีแพ่งศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามมาตรา 46 ซึ่งเท่ากับศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ จึงฟังไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งเจ็ด
หมายเหตุ คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่โจทก์กล่าวหาว่า จำเลยบุกรุกที่พิพาทของโจทก์ซึ่งมีประเด็นสำคัญจะต้องวินิจฉัยในคดีส่วนอาญาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่
|