การสมรสในต่างประเทศ
******
มาตรา ๑๔๕๙ บัญญัติให้การสมรสในต่างประเทศระหว่างคนที่มีสัญชาติไทยด้วยกันหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย จะทำตามแบบที่กำหนดไว้ตามกฎหมายไทย หรือกฎหมายแห่งประเทศนั้นก็ได้ การสมรสที่กระทำในต่างประเทศนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ บัญญัติรับรองไว้แต่เฉพาะการสมรสระหว่างคนที่มีสัญชาติไทยเป็นคู่สมรส โดยจะเป็นคนไทยทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายเดียวก็ได้ และในกรณีที่คู่สมรสประสงค์จะจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ให้พนักงานทูตหรือกงสุลไทยเป็นผู้รับจดทะเบียน ส่วนการสมรสระหว่างคนต่างประเทศนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ มิได้บัญญัติถึงแต่มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ว่าการสมรสซึ่งได้ทำถูกต้องตามแบบบัญญัติไว้ในกฎหมายแห่งประเทศที่ทำการสมรสนั้นย่อมเป็นอันสมบูรณ์ ทั้งนี้ โดยถือหลักการที่ว่าการกระทำที่จะถือว่าเป็นการสมรสหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับกฎหมายแห่งท้องที่ที่ทำการสมรสแต่เพียงประการเดียวเท่านั้น หากกฎหมายแห่งท้องที่ที่ทำการสมรสถือว่า เป็นการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว สามีภริยาคู่นี้ถือว่าเป็นสามีภริยาที่ชอบด้วย กฎหมายในที่อื่นๆ ทั่วโลกด้วย
กรณีที่การสมรสของคนไทยได้กระทำขึ้นในต่างประเทศตามแบบของกฎหมายต่างประเทศนั้นแล้ว เนื่องจากมิได้มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย จึงไม่มีทะเบียนสมรสอยู่ในประเทศไทย อาจจะมีข้อขัดข้องและเป็นที่เสียหายในการที่ไม่มีหลักฐานแสดงว่าได้มีการสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายแล้วได้ พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๑๗ จึงได้ให้สิทธิแก่ผู้มีส่วนได้เสียในการสมรสดังกล่าว เช่นสามีภริยาคู่นั้นในอันที่จะขอให้บันทึกการสมรสนี้โดยการจดข้อความลงในทะเบียนเพื่อเป็นหลักฐานในการพิสูจน์ได้
หลายประเทศทั่วโลกยอมให้บุคคลเพศเดียวกันสมรสกันได้ เช่น ประเทศ แคนาดามีกฎหมายการสมรสทางแพ่ง (Civil Marriage Act ๒๐๐๕) ยอมรับให้บุคคลเพศเดียวกันสมรสกันได้
ปัญหาว่า หญิงไทยกับหญิงไทย หรือชายไทยกับชาย แคนาดาสมรสกันตามกฎหมายแคนาดา ณ ประเทศแคนาดา ต่อมาหญิงกับหญิงชายหรือชายกับชายคู่นี้กลับมาประเทศไทยจะถือว่าการสมรสของบุคคลทั้งสองเป็นการสมรส ตามกฎหมายไทยด้วยหรือไม่
แนวคำตอบ เมื่อพิเคราะห์แล้วเห็นได้ว่าการสมรสของประเทศไทยทำได้ แต่เฉพาะชายกับหญิงเท่านั้นจึงจะเป็นการสมรส บุคคลเพศเดียวกันไม่ว่าจะเป็นชายด้วย กันหรือหญิงด้วยกันสมรสกันไม่ได้ หากทำการสมรสกันก็ต้องถือว่าไม่ใช่การสมรส
สำหรับการสมรสของคนต่างประเทศที่ได้กระทำในต่างประเทศตามแบบของกฎหมายต่างประเทศ เช่น ชายชาวแคนาดาสมรสกับหญิงชาวอังกฤษที่ประเทศแคนาดา นั้นบทบัญญัติมาตรา ๒๐ วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. ๒๔๘๑ บัญญัติว่า “การสมรสซึ่งได้ทำถูกต้องตามแบบที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแห่งประเทศที่ทำการสมรสนั้นย่อมเป็นอันสมบูรณ์”
ฉะนั้น ชายหญิงคู่นี้เมื่อมาอยู่ประเทศไทย จึงต้องถือว่าเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายไทยด้วย หญิงจะฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู จากชายผู้เป็นสามี หรือฟ้องหย่าชายในศาลไทยก็ย่อมจะกระทำได้อย่างเต็มที่
ส่วนกรณีที่กฎหมายต่างประเทศเป็นระบบการสมรสแบบมีคู่สมรสหลายคน เช่น ประเทศที่นับถือ ศาสนาอิสลามในตะวันออกกลาง มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ซึ่งชายมีภริยาได้ ๔ คนนั้น หากชายและภริยาทั้งสี่ชาวมาเลเซียมาอยู่ประเทศไทยก็ต้องถือว่าภริยาทั้งสี่เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของชายเช่นเดียวกัน ภริยาคนที่สองจึงฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากชายผู้เป็นสามีได้ หรือหากมีผู้กระทำละเมิดขับรถชนชายผู้เป็นสามีถึงแก่ความตาย ภริยา ทั้งสี่ย่อมฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากผู้กระทำละเมิดได้
อ้างอิง : กฎหมายครอบครัว (ภาคปกติ) อ.ประสพสุขฯ สมัยที่ 68 - 9 มิ.ย. 58 สัปดาห์ที่ 3
|