หัวข้อ : เปรียบเทียบคำว่า “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา”
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







เปรียบเทียบคำว่า “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา” 

***************

เปรียบเทียบคำว่า “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสอง ที่ว่า “กระทำโดยเจตนา ได้แก่การกระทำโดยรู้สำนึกในการที่กระทำและ ในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น”

เจตนาในทางอาญา มี ๒ กรณี คือ ต้องเป็นการกระทำโดยรู้สำนึก ขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลกรณีหนึ่ง กับย่อมเล็งเห็นผลอีกกรณีหนึ่ง

 เมื่อเทียบ กับคำว่า “จงใจ” ในทางแพ่งที่ใกล้เคียงคือ เจตนาประสงค์ต่อผล แต่เจตนาประสงค์ต่อผลในทางอาญา คือผู้กระทำจะต้องประสงค์ให้เกิดผลเช่นนั้น ประสงค์จะให้เกิดความเสียหายถึงขนาดที่ตนต้องการ จึงจะถือว่าประสงค์ต่อผล

ถ้าผลเกิดมากกว่าที่คาดคิด ส่วนที่เกินเลยไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนา เช่น เจตนาทำร้ายร่างกายเขา คือ ต้องการให้เขาเกิดอันตรายแก่กาย ส่วนจะเป็นอันตรายแก่กายมากน้อยแค่ไหนถือว่า เจตนาให้เขาเกิดอันตรายแก่กาย แต่ถ้าถึงตาย เช่น หัวฟาดพื้นตาย ความตายนั้น ผู้กระทำไม่ประสงค์ต่อผล ไม่ผิดฐานฆ่าโดยเจตนา แต่เป็นเรื่องกฎหมายบัญญัติว่าจะต้องรับผิดฐานฆ่าโดยไม่เจตนา

แต่ในทางละเมิด ถ้าเกินเลยจากที่ประสงค์ให้เกิดก็ถือว่าจงใจเหมือนกัน เพียงแต่ได้กระทำโดยรู้ว่าจะเกิดเสียหายแก่เขาก็พอ ไม่ว่าจะเสียหายมากหรือน้อยก็ตาม แต่เมื่อเทียบเจตนาย่อมเล็งเห็นผลไม่ตรงเลย ในทางแพ่งไม่ถือว่า “จงใจ” เพราะว่าการเล็งเห็นผลนี้ในทางแพ่งนี้ไม่เป็นจงใจให้เกิดความเสียหายนั้น แต่จะประมาทเลินเล่อหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจเป็นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงได้

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๓๑/๒๕๓๕  การที่ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันและต่างลุกขึ้นทำท่าจะทำร้ายกัน แล้วจำเลยที่ ๒ ชักปืนจากเอวยิงไปทางโต๊ะของผู้เสียหายเพียง ๑ นัด โดยมิได้ยิงซ้ำทั้งที่มีกระสุนบรรจุอยู่อีก ๕ นัด ผู้เสียหายกับพวกวิ่งหนีขึ้นชั้นลอย จำเลยที่ ๒ ก็มิได้ไล่ตาม เมื่อยิงนัดแรกแล้วตามพวกออกจากร้านทันที สาเหตุที่ทะเลาะกันก็ไม่ร้ายแรงถึงกับต้องฆ่ากัน จำเลยที่ ๒ น่าจะกระทำเพื่อ ต้องการข่มอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น โดยไม่ประสงค์ต่อผลที่จะฆ่าอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ที่จำเลยที่ ๒ ใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงไปทางกลุ่มผู้เสียหายซึ่งมีประมาณ ๑๐ คน โดยไม่ใยดีว่ากระสุนปีนจะถูกผู้ใดหรือไม่ แม้จะเป็นการยิงเพียงนัดเดียวก็อาจถูกผู้อื่นถึงแก่ความตายได้ ทั้งกระสุนปืนดังกล่าวถูกแขนขวาของผู้เสียหาย จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า ตาม ปอ. มาตรา ๕๙ วรรคสอง

 

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๐๔/๒๕๐๙  จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนา ตาม ปอ. มาตรา ๒๙๐ ถือว่าจำเลยได้กระทำละเมิดต่อผู้ตายแล้ว เพราะการที่จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายก็เป็นการกระทำโดยจงใจทำร้ายผู้ตาย โดยผิดกฎหมายอยู่ในตัวแล้ว แม้จะไม่มีเจตนาฆ่าก็ได้ชื่อว่ากระทำละเมิด แต่การละเมิด นั้นถึงกับมีเจตนาฆ่าหรือทำให้ตายโดยไม่มีเจตนานั้นเป็นเรื่องเจตนาในการกระทำผิดทางอาญา เจตนากระทำกับจงใจกระทำ จะตีความอนุโลมอย่างเดียวกันมิได้

สรุป เป็นการอธิบายคำว่า “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา” อย่างชัดเจน จำเลยถูกฟ้องในคดีอาญาฐานฆ่าคนโดยเจตนา ศาลฎีกาในคดีอาญานั้นฟังยุติว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า เลยลงโทษฐานฆ่าคนโดยไม่เจตนาตาม ปอ. มาตรา ๒๙๐ ผู้เสียหายก็เลยฟ้องละเมิด โดยจงใจ จำเลยก็เอาจุดที่ศาลในคดีอาญาตัดสินไว้ว่าเขาไม่มีเจตนาฆ่าจะฟังว่าจงใจ ได้อย่างไร ศาลฎีกาว่าจงใจกับเจตนาจะตีความอนุโลมอย่างเดียวกันไม่ได้ แม้ในคดีอาญาจะฟังว่าจำเลยไม่เจตนาฆ่า แต่เมื่อจำเลยแทงแล้วเขาถึงแก่ความตาย ก็ถือว่าจงใจทำให้เขาเสียหายแก่ชีวิตแล้ว

วิชา ละเมิด (อ.เพ็ง เพ็งนิติ) รวมคำบรรยาย สมัยที่ 68 เล่มที่ 4*





เปรียบเทียบคำว่า “จงใจ” กับคำว่า “เจตนา” | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 7985 ครั้ง
ลงวันที่ 03/07/2015 11:02:55





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน