หัวข้อ : ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 (ฎีกาที่ 7851/2557)
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







คำพิพากษาฎีกาที่ 7851/2557 คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้ง ห้า ร่วมกันชำระเงิน 102,983 บาท ให้แก่โจทก์ โดยผ่อนชำระงวดละ 1,500 บาท ต่อเดือน งวดแรกชำระวันที่ 10 เมษายน 2549 งวด ต่อไปชำระในวันที่ 10 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะครบ แต่จำเลยทั้งห้า ผิดนัด โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดี ศาลออกคำบังคับให้จำเลยที่ 3 พร้อมบริวารออกไปจากบ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 3 และที่ดินตามหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 1206 เลขที่ดิน 335 ต่อมา เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาล
         ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บ้านที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องโดยซื้อมา จากจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นมารดาของภริยาผู้ร้อง ขอให้ศาลเพิกถอนหมาย บังคับคดี
         โจทก์และจำเลยที่ 3 ไม่คัดค้าน
         ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ เป็นพับ
         ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้
         ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า”ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า หลังจากศาล พิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งห้าชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งห้า ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1206 ตำบล โพนทอง อำเภอเสนานิคม จังหวัดอำนาจเจริญ และบ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 3 โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 3 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา และประกาศให้ผู้ที่ไม่ใช่บริวารของจำเลยที่ 3 แสดงอำนาจพิเศษต่อศาล ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี คดีมีปัญหาต้อง วินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีหรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า คำร้องของผู้ร้องหาใช่ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเพียง อย่างเดียว แต่โต้แย้งเรื่องการยึดทรัพย์ไม่ชอบเนื่องจากโจทก์ยึดที่ดิน ผิดแปลงด้วย จึงมีประเด็นว่าการยึดทรัพย์ชอบหรือไม่นั้น เห็นว่า ผู้ร้องบรรยายคำร้องอ้างว่าบ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เป็นของ ผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงไม่มี สิทธิขอให้ขับไล่ผู้ร้องออกจากบ้านเลขที่ดังกล่าวขอให้เพิกถอนหมาย บังคับคดีนั้น คำร้องผู้ร้องมีความมุ่งหมายเพื่อได้รับผลที่จะให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีปล่อยบ้านพิพาทที่ยึดคืนให้แก่ผู้ร้อง และหาก ฟังได้ว่าบ้านพิพาทไม่ใช่ของจำเลยที่ 3 แล้ว ศาลต้องมีคำสั่งให้ปล่อย ทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องอันเป็นผลต่อเนื่องให้ผู้ร้องมีสิทธิอยู่ใน บ้านพิพาทต่อไป คำร้องของผู้ร้องจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะในเรื่องการ ร้องขัดทรัพย์ ไม่ใช่เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอน หรือ แก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีตามมาตรา 296 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 27 แต่อย่างใด เมื่อปรากฏตามบัญชีแสดงรายการรับ-จ่าย เงินในสำนวนว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินและบ้าน พิพาทที่ยึดไว้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ก่อนที่ผู้ร้องจะยื่น คำร้องขอเป็นคดีนี้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอนี้ได้ ที่ผู้ร้องอ้างว่าเพิ่ง ทราบเรื่องการฟ้องร้องและหมายบังคับคดีเมื่อมีการขายทอดตลาดไป แล้วนั้น ข้ออ้างดังกล่าวไม่ใช่เหตุตามกฎหมายที่ผู้ร้องจะยกขึ้นอ้าง เพื่อให้ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาที่กฎหมาย กำหนด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกา ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น”
         พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ 





ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 (ฎีกาที่ 7851/2557) | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 3579 ครั้ง
ลงวันที่ 24/08/2015 16:17:44





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน