วิ.แพ่ง ภาค4 (วิธีชั่วคราว) อ.สมพงษ์ เหมวิมล (ภาคค่ำ) ครั้งที่ 1 สมัยที่ 68
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2530 คำสั่งศาลให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 253 เป็นคำสั่งอันเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณาตามป.วิ.พ. มาตรา 228(2) ย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้โดยไม่จำต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ก่อน
คดีมีทุนทรัพย์ 18,739,895.67 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย 30,000 บาท ตามป.วิ.พ.มาตรา 253 ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อคำนึงถึงทุนทรัพย์ในคดีนี้แล้วเป็นจำนวนต่ำไป จึงให้โจทก์วางเงินประกันจำนวน 50,000บาท.(ที่มา-ส่งเสริม)
หมายเหตุ
การสั่งให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 253 นั้น มีข้อสังเกตบางประการดังต่อไปนี้
1. จำเลยจะต้องเป็นฝ่ายยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลจะสั่งเองไม่ได้ซึ่งต่างกับกรณีที่ศาลสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินต่อศาลเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288(1) แม้โจทก์เพียงแต่ยื่นคำร้องว่า คำร้องขัดทรัพย์ไม่มีมูล ขอให้งดสืบพยานโดยไม่ได้ขอให้ผู้รัองขัดทรัพย์วางเงินประกัน ศาลก็มีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องขัดทรัพย์วางเงินประกันได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่1293/2514 ประชุมใหญ่)
2. คำร้องเช่นนี้ไม่ใช่คำร้องที่อาจทำได้ฝ่ายเดียว ฉะนั้นก่อนศาลจะสั่งคำร้องจะต้องส่งสำเนาให้โจทก์ และให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21(2)เสียก่อนเสมอ
3. จำเลยจะยื่นได้เฉพาะต่อศาลชั้นต้นเท่านั้น และต้องยื่นเสียก่อนวันสืบพยาน คือ ก่อนวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยาน(ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(10) จะยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาไม่ได้ (คำสั่งคำร้องที่ 642/2503)
4. คำร้องของจำเลยจะต้องอาศัยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ
ก. โจทก์ไม่ใช่ผู้อยู่ในอำนาจศาล หรือ
ข. มีเหตุแน่นแฟ้นอันเป็นที่เชื่อได้ว่า เมื่อโจทก์แพ้คดีแล้วจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหลาย
คำว่า "ไม่ใช่ผู้อยู่ในอำนาจศาล" หมายความถึง ผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทยโดยไม่จำกัดว่าเป็นคนสัญชาติใด ฉะนั้นแม้โจทก์จะเป็นคนสัญชาติไทยแต่มีภูมิลำเนาอยู่ในต่างประเทศจำเลยก็ย่อมยื่นคำร้องโดยอ้างเหตุตามข้อ ก. นี้ได้และเมื่อมีเหตุตามข้อ ก. แล้วก็ไม่ต้องคำนึงว่าจะมีเหตุตามข้อ ข. หรือไม่อีกเช่น โจทก์อยู่ที่ประเทศซาอุดิอาราเบีย จึงไม่ใช่ผู้อยู่ในอำนาจศาล แม้จำเลยมิได้นำสืบว่าโจทก์แพ้แล้วจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ศาลก็มีคำสั่งให้โจทก์วางเงินประกันตามคำร้องของจำเลยได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่3155/2526)
5. เมื่อศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของจำเลยประการใด แม้คำสั่งนี้จะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา คู่ความก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันมีคำสั่งเพราะเป็นคำสั่งอันเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228(2) ทั้งนี้โดยไม่จำต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ก่อน และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วก็ย่อมฎีกาต่อไปได้อีกตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้
6. ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้โจทก์วางเงินประกันค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแล้วคำสั่งนั้นย่อมมีผลอยู่จนถึงคดีถึงที่สุด แม้ต่อมาศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ก็ตาม แต่เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด โจทก์ก็ต้องวางเงินตามที่ศาลกำหนด (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2529) ทั้งนี้เพราะศาลสูงอาจพิพากษาให้จำเลยชนะคดีก็ได้ หรือแม้โจทก์จะชนะคดีในที่สุดศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้ฝ่ายชนะคดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2525).
ประดิษฐ์ เอกมณี
|