ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีล้มละลาย
เดิมพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๔๙ บัญญัติว่า ศาลที่ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม เว้นแต่ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีล้มละลาย ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งศาลล้มละลายขึ้นจึงได้มีการยกเลิกมาตรา ๑๔๙ ดังกล่าว พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ศาลล้มละลายมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีล้มละลาย ซึ่งศาลล้มละลาย หมายถึง ศาลล้มละลายกลางหรือ ศาลล้มละลายภาค และมาตรา ๘ บัญญัติว่า เมื่อศาลล้มละลายเปิดทำการแล้ว ห้ามมิให้ศาลชั้นต้นอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลล้มละลายไว้พิจารณาพิพากษา
ดังนั้น นับตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๒ ซึ่งเปิดทำการศาลล้มละลายกลางเป็นต้นมา ศาลชั้นต้นอื่นไม่มีอำนาจรับพิจารณาพิพากษาคดีล้มละลายอีกต่อไป
อนึ่ง มาตรา ๓ ยังบัญญัติคำนิยามของคดีล้มละลายว่านอกจากเป็นคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย แล้วให้หมายความรวมถึงคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีดังกล่าวด้วย เช่น การขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล การเพิกถอนการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆ ตามมาตรา ๑๑๓ –๑๑๕ หรือการทวงหนี้ตามมาตรา ๑๑๘ - ๑๑๙
สำหรับเขตอำนาจศาลนั้น พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๐ บัญญัติว่า การยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลายให้ยื่นต่อศาลซึ่งลูกหนี้ มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตหรือประกอบธุรกิจอยู่ในเขตไม่ว่าด้วยตนเองหรือโดยตัวแทนในขณะที่ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอหรือภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีก่อนนั้น
เนื้อหาของ มาตรา ๑๕๐ นี้ สอดคล้องกับตัวบทตามมาตรา ๗ ดังได้กล่าวถึงมาแล้วในตอนต้น และแม้ว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ วรรคสอง จะบัญญัติให้ศาลล้มละลายกลางมีเขตตลอด กรุงเทพมหานครก็ตาม แต่เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการจัดตั้งศาลล้มละลายภาค โดยบทเฉพาะกาลในมาตรา ๓o จึงถือว่าขณะนี้ศาลล้มละลายกลางมีเขตอำนาจ ทั่วราชอาณาจักร ดังนั้น ไม่ว่าลูกหนี้จะมีภูมิลำเนาหรือประกอบธุรกิจอยู่ในจังหวัดใดของประเทศไทย เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลางหรือ จะยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอต่อศาลจังหวัดซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือประกอบธุรกิจอยู่ในเขตก็ได้
อ้างอิง : กฏหมายล้มละลาย(อ.ชีพ จุลมนต์) รวมคำบรรยายเนติสมัยที่ 68 เล่มที่4 การบรรยายครั้งที่3
|