บุคคลที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญา
ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๘ บุคคลผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลนั้น ได้แก่
(๑) พนักงานอัยการ
(๒) ผู้เสียหาย
กรณี “พนักงานอัยการ” ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๘(๑)
ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒(๕) “พนักงานอัยการ” หมายความถึง เจ้าพนักงาน ผู้มีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ทั้งนี้จะเป็นข้าราชการในกรมอัยการหรือเจ้าพนักงาน อื่นผู้มีอำนาจเช่นนั้นได้ คำว่า “เจ้าพนักงานอื่นผู้มีอำนาจเช่นนั้นได้” เป็นการ บัญญัติเผื่อเอาไว้ เพราะการ “ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล” เป็นอำนาจของพนักงานอัยการ ตามป.วิ.อ.โดยตรงอยู่แล้ว แต่ในอดีตตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง ฯ ก่อนมีการแก้ไข เคยบัญญัติให้ “ผู้ว่าคดี” มีหน้าที่เหมือนพนักงานอัยการและเคยมีคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔/๒๕๑๓ วินิจฉัยว่า ผู้ว่าคดีศาลแขวงย่อมอยู่ในความหมาย ของคำว่า “พนักงานอัยการ” ด้วย แต่ปัจจุบันนี้ “ผู้ว่าคดี” ไม่มีอีกแล้ว
กรณี “ผู้เสียหาย” ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๘(๒)
โดยหลัก คำว่า “ผู้เสียหาย” ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๔(๒) ก็คือ “ผู้เสียหาย” ป.วิ.อ.มาตรา ๒(๔) นั่นเอง ซึ่งอยู่ในความหมายเดียวกัน ประเด็นสำคัญ คือ บุคคลใด จะมีอำนาจฟ้องคดีอาญาหรือไม่ นักศึกษาต้องพิจารณาให้ได้เสียก่อนว่า บุคคลนั้น เป็น “ผู้เสียหาย” แล้ว หรือไม่ เพราะหากปรากฏว่าบุคคลนั้น ไม่เป็นผู้เสียหายก็ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล เช่น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๑๖๒/๒๕๔๗ นายดำเป็นบิดาของนายขาวซึ่งเป็น ผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของนายแดง นายดำถึงแก่ ความตายโดยไม่ได้ถูกทำร้ายถึงตายตามป.วิ.อ.มาตรา ๕(๒) นายขาวในฐานะเป็น ผู้สืบสันดานของนายดำจึงไม่มีอำนาจจัดการแทน นายดำฟ้องนายแดงเป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงได้ เมื่อนายดำเพียงแต่ร้องทุกข์โดยยังไม่ได้ฟ้องคดีย่อมไม่ต้องด้วยบทบัญญัติ ป.วิ.อ.มาตรา ๒๙ ที่นายขาวจะดำเนินคดีต่างนายดำผู้ตายต่อไปได้ นายขาวจึงไม่เป็นผู้เสียหาย ตามป.วิ.อ.มาตรา ๒(๔) นายขาวไม่มีอำนาจฟ้อง นายแดงเป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกง
ข้อสังเกต การเป็น “ผู้เสียหาย” ตามป.วิ.อ.มาตรา ๒(๔) และตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๘(๒) ความเสียหายดังกล่าว หมายถึง ความเสียหายในทางอาญา ไม่พิจารณาความเสียหายในทางแพ่งด้วยเพราะวิธีพิจารณาความอาญาเป็นเรื่อง ศึกษากันในส่วนความรับผิดทางอาญาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากแพ่งจะนำ ทางแพ่งมาพิจารณาประกอบใช่ไม่ได้
ความเห็นของนักวิชาการเกี่ยวกับคำตอบประเด็นนี้ เช่น
ศาสตราจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้บันทึกท้ายคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๗๒/๒๔๘๑ ๒๒ ธส.๑๒๑๗ ว่า “...แม้ว่ามาตรา ๒(๔) จะไม่ได้ใช้คำว่าผู้ถูกประทุษร้าย...จะเอาหลักความเสียหายในทางแพ่งมาวัดไม่ได้ เพราะมีความมุ่งหมายต่างกัน...”
ศาสตราจารย์ ดร.หยุด แสงอุทัย ได้บันทึกท้ายคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๗๑/๒๔๙๓ ๒๔๙๓ ฏ.๗๖๖ ว่า “....เจตนารมย์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการให้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เข้ามา เกี่ยวข้อง.... กฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญาไม่ประสงค์จะให้ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ได้บันทึกท้ายคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๒/๒๕๒๐ ๒๕๒๐ ฎ.๘๗๗ ว่า “...ความเสียหายอนจะทำให้เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องได้นั้น ต้องแยกพิจารณากับการที่ต้องเสียหายไปแล้วในทางแพ่งหรืออีกนัยหนึ่งอำนาจฟ้องคดีอาญาจะมีอยู่หรือไม่ มิได้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายลักษณะหนี้ทางแพ่ง หากอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอีกส่วนหนึ่ง...”
ประเด็น อำนาจฟ้องคดีอาญาของพนักงานอัยการและผู้เสียหาย
ข้อสำคัญ คือ อำนาจฟ้องคดีอาญาของบุคคล ตามป.วิ.อ.มาตรา ๒๘ (๑)(๒) นั้น ทั้งพนักงานอัยการและผู้เสียหายนั้นต้องเข้าใจ ว่า ต่างก็มีอำนาจฟ้องคดีอาญาด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น แม้เป็นคดีเรื่องเดียวกัน จำเลย คนเดียวกัน หากผู้เสียหายฟ้องคดีแล้วย่อมไม่ตัดอำนาจพนักงานอัยการในการฟ้องคดีนั้นอีก และในทางกลับกัน แม้พนักงานอัยการฟ้องคดีแล้ว ย่อมไม่ตัดอำนาจ ผู้เสียหายในการฟ้องคดีนั้นอีกเช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามไว้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๐๐๗ - ๔๐๐๘/๒๕๓๐ วินิจฉัยว่า แม้พนักงานอัยการจะยื่นฟ้องจำเลยข้อหาอักยอกแล้ว โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายก็มีอำนาจฟ้อง จำเลยในข้อหาความผิดเดียวกันเป็นคดีใหม่ต่างหากได้ ไม่มีกฎหมายห้ามไว้ และ เมื่อศาลสั่งรวมพิจารณาคดีเข้าด้วยกันแล้วคดีของโจทก์ร่วมก็ไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง อีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๒
ประเด็น การฟ้องคดีอาญามีการมอบอำนาจได้
ตามแนวคำพิพากษาฎีกาของไทย การฟ้องคดีอาญามอบอำนาจให้ฟ้อง คดีแทนกันได้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๙๐/๒๕๐๓ ประชุมใหญ่ ผู้เสียหายไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาย่อมมอบอำนาจให้ฟ้องคดีอาญาแทนได้ เมื่อผู้เสียหาย มอบอำนาจให้ฟ้องคดีอาญาแล้ว ผู้ที่รับมอบอำนาจก็ย่อมลงชื่อในฟ้องแทนโจทก์ ได้ ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๗)
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๗๘/๒๕๒๔ เมื่อ อ. เป็นผู้จัดการของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๔), มาตรา ๕(๓) ในอันที่จะดำเนินการร้องทุกข์หรือฟ้องร้องคดีอาญาด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำแทนได้
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
หากเป็นการมอบอำนาจให้ร้องทุกข์หรือการมอบ อำนาจให้ฟ้องคดีอาญาในเมืองต่างประเทศ ผู้มอบอำนาจจะต้องปฏิบัติ ตามป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ ประกอบ ป.วิ.พ.มาตรา ๔๗ วรรคสาม
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๕๘/๒๕๔๑ ในกรณีความผิดอาญาซึ่งกระทำต่อนิติบุคคล นั้น ผู้จัดการ หรือผู้แทนอื่นๆ ของนิติบุคคลมีอำนาจร้องทุกข์แทนนิติบุคคลได้ตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๓ ประกอบมาตรา ๕(๓) แต่ตามป.วิ.อ.ไม่ได้บัญญัติการมอบอำนาจให้ผู้แทนนิติบุคคลไว้เป็นการเฉพาะจึงต้องนำป.วิ.อ.มาใช้เท่าที่พอจะใช้บังคับได้ ตามป.วิ.อ.มาตรา ๑๕ ประกอบป.วิ.พ.มาตรา ๔๗ วรรคสาม ที่บัญญัติเกี่ยวกับการมอบอำนาจที่ได้ทำในต่างประเทศ
ประเด็น ผู้เยาว์ฟ้องคดีอาญาโดยลำพังไม่ได้
การฟ้องคดีอาญาของผู้เยาว์เป็นกิจการอย่างหนึ่งที่ต้องกระทำโดยผู้แทน โดยชอบธรรม ถ้าไม่มีจะต้องดำเนินการตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๖ ผู้แทนโดยชอบธรรมจะให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในเรื่องการฟ้องคดีอาญาไม่ได้
กล่าวคือ การฟ้องคดีอาญานั้น จะไม่นำหลัก ป.พ.พ.มาตรา ๒๑ ที่บัญญัติว่า “ผู้เยาว์จะทำ นิติกรรมใดๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน....” มาใช้บังคับกับการฟ้องคดีอาญา
คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๓๑/๒๕๓๘ ผู้เยาว์จะเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ต้องกระทำโดยผู้แทนโดยชอบธรรม แต่ผู้เยาว์ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการโดยมิได้ให้ผู้แทนโดยชอบธรรมจัดการแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕(๑) ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตนั้นมิได้เป็นไปตามบทบังคับอันว่าด้วยความสามารถของบุคคล ตามกฎหมาย
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๖๓/๒๕๑๗ กรณีเด็กหญิงอายุ ๑๔ ปีจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการได้ต้องกระทำโดยผู้แทนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓, มาตรา ๕ และมาตรา ๖ การที่เด็กหญิงอายุ ๑๔ ปีขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการโดยความยินยอมของบิดาซึ่งศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตนั้น มิได้เป็นไปตามบทบังคับอันว่าด้วยความสามารถของบุคคลตามกฎหมาย ศาลชอบที่จะสั่งให้แก้ไขความบกพร่องเสียก่อนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖ วรรค ๔ ประกอบด้วยประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖ และมาตรา ๑๕
อ้างอิง อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง สัมมนา วิ.อาญา รวมคำบรรยาย เล่มที่ 6 สมัยที่68
|