ระบบศาล (ศาลยุติธรรม ศาลเยาวชนและครอบครัว)
ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (รวมคำบรรยายเนติ อ.อนันต์ ชุมวิสูตร เล่ม 8 ภาค2 สมัยที่68)
*******************
ศาลเยาวชนและครอบครัว
ศาลเยาวชนและครอบครัว มี ๓ ความหมาย คือ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด มีสถานะเป็นศาลชั้นต้น และเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่ง ในคดีต่อไปนี้
(๑) คดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด
(๒) คดีอาญา ซึ่งจำเลยมีอายุยังไม่เกิน ๒๐ ปีกระทำผิดที่ศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้โอนมา
(๓) คดีครอบครัว
(๔) คดีคุ้มครองสวัสดิภาพ
(๕) คดีอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็น อำนาจหน้าที่ของศาลเยาวชนและครอบครัว
ศาลนี้มีผู้พิพากษา ๒ ประเภท ได้แก่ ผู้พิพากษา และผู้พิพากษาสมทบ ในศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีอธิบดีคนหนึ่ง รองอธิบดี ๒ คน และเลขานุการ ๑ คน ส่วนในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด กับ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด ให้มีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลศาลละ ๑ คน สำหรับองค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วย ผู้พิพากษาไม่น้อยกว่า ๒ คน และผู้พิพากษา สมทบอีก ๒ คน โดยอย่างน้อยคนหนึ่งต้องเป็นสตรี ศาลเยาวชนและครอบครัวที่มี อำนาจพิจารณาคดีได้แก่ ศาลซึ่งมีเขตอำนาจในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติ แต่เพื่อประโยชน์แก่เด็กหรือเยาวชนก็ให้ศาลแห่งท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด มีอำนาจรับพิจารณาคดีนั้นได้ด้วย ถ้าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดร่วมกับผู้ใหญ่ ให้แยกฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องรวมทั้งหมด ต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดา ต่อมาปรากฎว่าจำเลยเป็นเด็กหรือเยาวชน ถ้าศาลเห็นสมควรก็มีอำนาจโอนคดีเด็กหรือเยาวชนไปยังศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าไม่โอนคดีก็ให้ศาลนั้นมีอำนาจใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนตามกฎหมายได้ แต่การพิจารณาคดีต้องกระทำในห้องที่ไม่ใช่ห้องพิจารณาคดีธรรมดา ถ้าไม่อยู่ในวิสัย ที่จะกระทำได้ ให้พิจารณาคดีในห้องพิจารณาคดีธรรมดา แต่ต้องไม่ปะปนกับการพิจารณาคดีธรรมดาและต้องพิจารณาลับ ในการพิจารณาคดีไม่ต้องดำเนินการตาม กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาอย่างเคร่งครัด ให้ใช้ถ้อยคำที่จำเลยเข้าใจได้ง่าย ให้โอกาสจำเลยรวมทั้งบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งจำเลยอาลัยอยู่ด้วย หรือบุคคลซึ่งให้การศึกษา ให้ทำการงาน หรือมีความเกี่ยวข้อง แถลงข้อเท็จจริง ความรู้สึก และความคิดเห็น ตลอดจนระบุและซักถามพยานไดไม่ว่าในเวลาใดในระหว่าง การพิจารณาคดี หลังจากศาลพิพากษาลงโทษหรือใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน แล้ว ต่อมาปรากฏว่าข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ศาลมีอำนาจแก้ไข เปลี่ยนแปลงคำพิพากษานั้นได้ คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัวโดยหลัก อาจมีการอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และอาจฎีกาต่อศาลฎีกาได้ (ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ นอกจากนี้ยังมีสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่คู่กับศาลเยาวชนและครอบครัว มีผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นผู้บังคับบัญชา หน่วยงานนี้มีอำนาจหน้าที่สำคัญคือ สืบเสาะและพินิจ กับควบคุมเด็กหรือเยาวชน ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล กฎหมายได้ให้อำนาจแก่ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนไว้ หลายประการ คือ
(๑) จัดให้เด็กหรือเยาวชนได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาสามัญ ฝึกอาชีพหรือ วิชาชีพ รับบริการด้านสวัสดิการสังคม การอบรม หรือปฏิบัติการงานอื่นใดให้เหมาะสม
(๒) ออกกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการรักษาระเบียบวินัยของเด็กและเยาวชนซึ่งอยู่ในความควบคุม
(๓) ลงทัณฑ์เด็กหรือเยาวชนที่ละเมิดกฎหมาย ประพฤติชั่ว หรือกระทำผิดวินัย โดยให้เข้าแผนฟื้นฟูพิเศษเพื่อปรับพฤติกรรม หรือตัดสิทธิประโยชน์และความสะดวก บางประการ
(๔) ส่งเยาวชนที่อยู่ในความควบคุมที่มีความประพฤติเสียหายอย่างร้ายแรง อันจะเป็นภัยต่อเด็กหรือ เยาวชนอื่นไปควบคุมไว้ในสถานที่ที่จัดไว้เฉพาะหรือเรือนจำ โดยได้รับอนุญาตจากศาลก่อน
(๕) อนุญาตให้เด็กหรือเยาวชนออกนอกสถานพินิจ เป็นครั้งคราวตามระเบียบ
(๖) อนุญาตให้เด็กหรือเยาวชนในคดีที่ศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเด็ดขาดแล้วออกไปศึกษาในสถานศึกษาประเภทไปมานอกสถานพินิจตาม ระเบียบ และต้องรายงานให้ศาลทราบโดยเร็ว
(๗) อนุญาตให้ผู้เสียหายฟ้องคดี
**ในคดีเด็กและเยาวชน กฎหมายไม่ให้มีทนายความเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น เด็กหรือเยาวชนอาจเสียหายได้ จึงมีความจำเป็นต้องให้เด็กหรือเยาวชนนั้นมีที่ปรึกษากฎหมายคอยช่วยเหลือ
อ้างอิง : รวมคำบรรยายเนติ อ.อนันต์ ชุมวิสูตร เล่ม 8 ภาค2 สมัยที่68
|