หัวข้อ : ประเด็นพิสดาร! ลักรถยนต์ทั้งคันผิดมาตรา ๓๓๔ กลับได้รับโทษน้อยกว่าการลักสิ่งของภายในรถยนต์ ?
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมายอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์

 รวมคำบรยายเนติฯ เล่มที่ ๑๐  กฏหมายอาญา มาตรา ๒๘๘-๓๖๖ อ.มล.ไกรฤกษ์   เกษมสันต์ ครั้งที่ ๙ สมัยที่ ๖๙ 

----------

มาตรา ๓๓๕ ผู้ใดลักทรัพย์ 

       (๑) ....

       (๓) โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่าน สิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ

 

ประเด็นพิจารณา

       (๓) ข้อที่จะต้องนำพิจารณาในอนุมาตราสามนี้ก็ คือ สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ ได้แก่อะไร เพราะความผิดตามอนุมาตรานี้ต้องมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งกีดกั้น คือ โดยทำอันตรายหรือโดยผ่านสิ่งกีดกั้นเข้าไป ด้วยประการใดๆ สิ่งกีดกั้นที่เห็นได้ง่ายๆ ได้แก่ โรงเรือนย่อมมีรั้วมีลูกกรง มีประตู มีหน้าต่าง เพื่อคุ้มครองไม่ให้ใครเข้าไปในโรงเรือน แต่ไม่หมายความรวมถึงกุญแจที่ใส่รถจักรยานยนต์ การใช้กุญแจปลอมไขประตูรถยนต์เข้าไปติดเครื่องขับรถหนีไป ไม่ใช่กรณีตามนี้  กุญแจประตูรถเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ (ฎีกาที่ ๑๐๘๐/๒๔๑๑,  ฎีกาที่ ๒๔๔๗/๒๕๒๗) และไม่หมายความรวมถึงไขกุญแจลักทรัพย์ของในตูโชว์ (ฎีกาที่ ๒๕๐/๒๕๑๕)

        แต่มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๐๐๕/๒๕๔๓ วินิจฉัยว่า “แม้รถกระบะไม่ปรากฏร่องรอยงัดแงะฟังไม่ได้ว่าทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ แต่การที่จำเลยจะเข้าไปในรถกระบะถือว่าเป็นการผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือ ทรัพย์แล้ว” (ควรเปรียบเทียบฎีกาที่ ๒๔๔๗/๒๕๒๗ วินิจฉัยว่าไม่ผิด ๓๓๕ (๓)) ที่วินิจฉัยว่าการลักวิทยุเทปในรถยนต์เป็นกรณีตามมาตรา ๓๓๕ (๓) ถือว่า เป็นการผ่านสิ่งที่กีดกั้น

        แต่ในกรณีลักรถยนต์ทั้งคันศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าไม่เข้ากรณี มาตรา ๓๓๕ (๓) ผิดมาตรา ๓๓๔

        ดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๔๗/๒๕๒๗ ซึ่งน่าคิดว่าการจะลักรถยนต์ทั้งคันได้จะต้องผ่านประตูแล้วจึงเข้าไปนั่งขับรถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้น จะกลายเป็นว่าลักรถยนต์ทั้งคันผิดมาตรา ๓๓๔ กลับได้รับโทษน้อยกว่าการลักสิ่งของภายในรถยนต์ ทั้งที่การลักรถยนต์ทั้งคัน ย่อมได้สิ่งของต่างๆ ภายในรถยนต์ไปด้วย เช่น วิทยุเทป เป็นต้น เพราะคงไม่มีคนร้ายใด ที่ลักรถยนต์โดยไม่ประสงค์เอาของที่อยู่ ในรถยนต์ด้วย

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๙๙๓/๒๕๕๐ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายคำว่า “กีดกั้น” ว่าขัดขวางไว้ การที่ผู้เสียหายใช้โซ่คล้อง ยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตูโชว์ จึงเป็นการขัดขวางไม่ให้มีการนำกล้องวิดีโอ ของกลางไปอันมีลักษณะเป็นสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองกล้องวิดีโอของกลางเหมือนเช่นรั้ว หรือลูกกรงหน้าต่าง ประตูบ้าน การที่จำเลยตัดโซ่คล้องที่ยึดกล้องวิดีโอของกลางกับตู้โชว์จนขาดออกแล้วลักกล้องวิดีโอของกลางไปจึงเป็นการลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๕ (๓)





ประเด็นพิสดาร! ลักรถยนต์ทั้งคันผิดมาตรา ๓๓๔ กลับได้รับโทษน้อยกว่าการลักสิ่งของภายในรถยนต์ ? | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 2152 ครั้ง
ลงวันที่ 13/08/2016 10:09:10





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน