หัวข้อ : สกัดหลักกฎหมาย ที่งอกริมตลิ่ง
หมวดหมู่ : สกัดหลัก กฎหมายแพ่ง ฎีกาเด่น 5ดาว (เตรียมสอบ 3 สนาม)







ประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ “ที่งอกริมตลิ่ง”

-------------------------

เรียง/พิมพ์ อ้างอิง ชิตพล ไชยสงเมือง

 

การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเราแบ่งได้ ๒ ประการ คือ

๑. การได้มาโดยผลแห่งกฎหมาย

๒. การได้มาโดยนิติกรรม

     สำหรับวันนี้จะกล่าวถึงเรื่องการได้มาโดยผลของกฎหมาย การได้มาโดยผลของกฎหมายนั้นหากจะกล่าวให้เข้าใจโดยง่ายก็คือ กรณีจะได้สิ่งใดมานั้นจะต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจน ในที่นี้จะกล่าวถึงการได้ทรัพย์สินมาโดยหลักส่วนควบ ซึ่งก็มีหลักใหญ่ๆว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์ย่อมเป็นเจ้าของส่วนควบด้วย โดยไม่ต้องคำนึงว่าส่วนควบนั้นจะเป็นของผู้ใดมาก่อน หากกลายมาเป็นส่วนควบแล้วย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์ที่เป็นประธานทันที อันเป็นหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่เราต้องเข้าใจครับ

    ในที่นี้จะกล่าวโดยละเอียดเฉพาะการได้มาซึ่งที่งอกริมตลิ่ง ตามาตรา ๑๓๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า “ที่ดินแปลงใดเกิดที่งอกริมตลิ่ง ที่งอกย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น” จะเห็นได้ว่าการได้มาซึ่งที่งอกริมตลิ่งนั้นเป็นการได้มาโดยผลแห่งกฎหมาย กล่าวคือมีกฎหมายบัญญัติถึงการได้มา คราวนี้สิ่งที่เราจะต้องดูคือหลักเกณฑ์เบื้องต้นของการเกิดที่งอกครับว่า การเกิดของที่งอกนั้นจะต้องเกิดเองตามธรรมชาติ ที่ดินซึ่งถมลงไปย่อมไม่ใช่ที่งอกตามความหมายนี้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๙๒๘/๒๕๐๑) ที่งอกจะต้องงอกออกไปจากตลิ่ง มิใช่งอกจากที่อื่นเข้ามา (คำพิพากษา ๑๑๘๙/๒๕๓๕) ที่สำคัญที่งอกนั้นไม่จำต้องเป็นที่งอกริมตลิ่งแม่น้ำเสมอไป อาจเป็นที่งอกริมทะเล ที่งอกทะเลสาบ ที่งอกออกจากบึงก็ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๓๘/๒๔๘๔) อย่างไรก็ตามแต่หากที่ดินของเอกชนถูกน้ำเซาะพังจนกลายสภาพเป็นทางน้ำแล้ว ย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้ต่อมาที่ดินจะกลับงอกเต็มขึ้นใหม่ผู้ใดจะได้กรรมสิทธิ์ต้องเป็นไปตามกฎหมายหรือต้องพิจารณาว่าด้วยการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง เจ้าของเดิมจะอ้างเอาเฉยๆไม่ได้(คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗๗/๒๔๙๐)

   เมื่อเกิดที่งอกแล้ว หากที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานเป็นที่ดินที่มีโฉนด ที่งอกนั้นย่อมเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ เช่นเดียวกันหากที่ดินเป็นเพียงที่ดินมือเปล่า ที่งอกก็มีเพียงแค่สิทธิครอบครองเท่านั้น อันมีผลในทางกฎหมายที่แตกต่างกัน

    ที่กล่าวมานั้นเป็นหลักเกณฑ์ที่สำคัญในการวินิจฉัยว่าที่ดินใดเป็นที่งอกหรือไม่อันถือว่าเป็นข้อกฎหมายเด่นในวันนี้ ส่วนฎีกาดัง ในเรื่องที่งอกเป็นฎีกาในปี ๒๕๕๕ นี้เอง ซึ่งศาลฎีกาวางหลักเกณฑ์ไว้ได้ดีพอสมควร และหากเราไม่เห็นฎีกาฉบับนี้ก็อาจทำให้วินิจฉัยผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปได้ เรามีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าที่งอกนั้นจะต้องเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ นั่นก็หมายความว่าที่งอกที่เกิดมานั้นจะต้องไม่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ หากมนุษย์สร้างขึ้นเช่นเอาดินไปถมแล้วทำให้เกิดที่งอกขึ้นมาเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ที่งอกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สำหรับฎีกาที่จะกล่าวถึงนี้ก็มีการสร้างเขื่อนหิน แล้วต่อมาผลจากการสร้างเขื่อนหินเกิดที่งอกริมตลิ่งขึ้นมา ซึ่งหากเราดูแล้วดูเหมือนว่าที่งอกที่เกิดขึ้นนั้นมิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะหากไม่สร้างเขื่อนหินก็ไม่เกิดที่งอก ดังนั้นเมื่อแปลกลับกันก็จะได้ว่าที่งอกเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนหิน แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าเจ้าของที่ดินไม่ได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างเขื่อนหินและท่าเทียบเรือด้วย ดูครับว่าศาลฎีกาวินิจฉัยคดีนี้อย่างไร

          คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๗๙/๒๕๕๕ วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๘๙๕ ต่อมามีการก่อสร้างท่าเทียบเรือและเขื่อนหินยื่นไปในทะเลและอยู่ใกล้กับพื้นที่พิพาท ทำให้มีผลกระทบกับการเคลื่อนย้ายของตะกอนทรายชายฝั่งทะเลทำให้สะสมตัวในบริเวณที่ดินพิพาทกลายเป็นหาดสันทรายชายฝั่งทะเลทำให้สะสมตัวในบริเวณที่ดินพิพาทกลายเป็นหาดสันทรายซึ่งมีดินถมปิดทับบนทรายจนกลายเป็นพื้นดิน แม้จะมีส่วนมาจากท่าเทียบเรือและเขื่อนหินที่มีผู้อื่นสร้างขึ้น แต่จำเลยที่ ๑ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างท่าเทียบเรือและเขื่อนหิน การสะสมตัวของตะกอนเกิดขึ้นเองจากกระแสน้ำทะเล มิได้เกิดจากฝีมือมนุษย์และก่อให้เกิดที่ดินงอกต่อไปจากที่ดินของจำเลยที่ ๑ ที่ดินพิพาทจึงเป็นที่งอกจากที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน จำเลยที่ ๑ ย่อมเป็นเจ้าของที่งอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๘

      ข้อสังเกต เรื่องนี้เรื่องนี้ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์เห็นว่าที่งอกนั้นมิได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพราะเกิดจากกระทำของมนุษย์ จึงเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แต่ศาลฎีกาบอกไม่ใช่ เพราะแม้จะมีการสร้างท่าเทียบเรือก็ตามแต่จำเลยที่ ๑ นั้นไม่ได้มีส่วนในการสร้างด้วย เมื่อเกิดที่งอกขึ้นจากที่ดินของจำเลยที่ ๑ ที่งอกนั้นจึงเป็นของจำเลยที่ ๑ ซึ่งผมคิดว่าเป็นคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจมากครับ

      จากที่กล่าวมาหากเรื่องนี้ถูกนำไปออกเป็นข้อสอบ(ซึ่งมีโอกาสสูงมาก) การวางหลักในการตอบหากจะไห้ได้คะแนนดีเยี่ยมควรที่จะวางหลักในเรื่องการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์เสียก่อนว่าได้มาโดยผลของกฎหมายหรือได้มาโดยนิติกรรม แล้ววางหลักเรื่องส่วนควบ เพราะเราอย่าลืมว่าการได้มาซึ่งที่งอกนั้นเราถือว่าเป็นการได้มาโดยอาศัยหลักส่วนควบ และตามด้วยที่งอกริมตลิ่งเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งหากกระทำได้อย่างนี้จะเป็นการตอบที่สละสลวย และผมเชื่อว่าการเป็นเนติบัณฑิตไทย ไม่ยากอย่างที่คิด.

 


 

 





สกัดหลักกฎหมาย ที่งอกริมตลิ่ง | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1983 ครั้ง
ลงวันที่ 29/08/2016 14:42:38





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน