หัวข้อ : คำพิพากษาฎีกาฉบับใหม่ล่าสุด** เกี่ยวกับ ป.วิ.อ.มาตรา ๒๐
หมวดหมู่ : สกัดหลักกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา ฎีกาเด่น 5ดาว ที่น่าสนใจ







คำพิพากษาฎีกาฉบับใหม่ล่าสุด** เกี่ยวกับ ป.วิ.อ.มาตรา ๒๐

ประเด็น คือ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีการกระทำความผิดส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไทยจึงไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งพนักงานอัยการ ต้องเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๐

     คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๗๙/๒๕๕๙ (เนติฯ ตอนที่ ๓ หน้า ๗๕๕) วินิจฉัยว่า แม้โจทก์ร่วมทำสัญญาในนามบริษัท อ. มิใช่กระทำในนามส่วนตัว แต่เป็นไปเพื่อกิจการของบริษัท อ. ซึ่งโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของและโจทก์ร่วมอ้างว่าถูกจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคู่สัญญาหลอกลวงให้โอนเงินชำระค่าข้าวแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่ดำเนินการจัดส่งข้าวสารให้ตามสัญญา โจทก์ร่วมในฐานะผู้แทนบริษัท อ. จึงได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยที่ ๑ ย่อมเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอำนาจร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคู่สัญญาและมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้

      ขณะจำเลยที่ ๑ ทำหน้าที่เป็นนายหน้าเสนอขายข้าวสารโดยอ้างว่าเป็นของ บริษัท ด. จำเลยที่ ๑ รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่มีบริษัทอยู่จริง การที่จำเลยที่ ๑ บอกโจทก์ร่วมว่ามีข้าวสารของบริษัท ด. ขายให้ในราคาถูก จึงเป็นการหลอกลวงโจทก์ร่วมให้หลงเชื่อ เมื่อมีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ ๑ เพื่อชำระค่าข้าวสาร ทั้งยังมีกรณีที่จำเลยที่ ๑ เดินทางไปรับเงินค่าข้าวสารด้วยตนเองด้วยจำนวนหนึ่ง แสดงว่า จำเลยที่ ๑ หลอกลวงโจทก์ร่วมให้หลงเชื่อ เพื่อให้ได้รับเงินค่าซื้อข้าวสารจากโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดในการคืนเงิน หรือชดใช้ราคาทรัพย์ ให้แก่โจทก์ร่วมในฐานะผู้แทนบริษัท อ.

       โจทก์ร่วมดำเนินการติดต่อซื้อขายข้าวสารจากจำเลยที่ ๑ ในประเทศไทยและมีการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่โจทก์ร่วมอยู่ต่างประเทศ ซึ่งจำเลยที่ ๑ อยู่ในประเทศไทย การที่จำเลยที่ ๑ พูดหลอกลวงโจทก์ร่วมให้หลงเชื่อ และมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ ๑ ที่ประเทศไทย แม้จะมีการส่งมอบเงินจำนวนหนึ่งในต่างประเทศก็ตาม แต่มีการกระทำส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไทย จึงไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งพนักงานอัยการต้องเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐

         คดีนี้ข้อเท็จจริง คือ จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ.มาตรา ๓๔๑ โดยปรากฏว่า ผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศได้มีการติดต่อขอซื้อข้าวสารจากจำเลยซึ่งอยู่ในประเทศไทยผ่านทางโทรศัพท์ และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยพูดหลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อ และมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ประเทศไทย แม้จะมีการส่งมอบเงินจำนวนหนึ่งในต่างประเทศก็ตาม ก็ถือว่ามีการกระทำความผิดส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไทยจึงมีใช่กรณีตาม ป.วิ.อ.มาตรา ๒๐ ที่พนักงานอัยการซึ่งก็คือ อัยการสูงสุด ต้องเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามที่ ป.วิ.อ.มาตรา ๒๐ บัญญัติไว้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๗๙/๒๕๕๙ เนติฯ ตอนที่ ๓ หน้า ๗๕๕)

อ้างอิง : วิชา สัมมนากฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา(อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง) เล่มที่7 การบรรยายครั้งที่4 สมัยที่ 69





คำพิพากษาฎีกาฉบับใหม่ล่าสุด** เกี่ยวกับ ป.วิ.อ.มาตรา ๒๐ | เจาะหลัก สกัดฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ 3 สนาม อัพเดท ที่ ลอว์สยาม ดอทคอม

จำนวนผู้ชม : 1823 ครั้ง
ลงวันที่ 23/01/2017 11:25:56





ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน